ปีเก่ากำลังจะผ่านพ้นไป พร้อมกับเรื่องราวหลายหลากที่ผ่านเข้ามาทั้งดีร้าย — วงการหนังสือก็เช่นกัน
ปีนี้ถ้ามองแบบเผินๆ อาจจะเห็นถึงการปิดตัวลงของนิตยสารหลายฉบับ ซึ่งล้วนแต่เป็นนิตยสารที่อยู่คู่เมืองไทยมานาน และบางเล่มโดยเฉพาะคู่สร้างคู่สม ก็มีความหมายที่มากกว่านิตยสาร เพราะสิ่งที่คู่สร้างคู่สมทำมาโดยตลอด คือการร่วมสร้างพื้นฐานการอ่านให้เกิดขึ้นกับชนชั้นล่างและชนชั้นกลางระดับล่างในสังคมไทย ด้วยราคาที่ถูกมาก นอกจากนี้เนื้อในแต่ละคอลัมน์ของนิตยสารที่วางประจำร้านเสริมสวยส่วนใหญ่ทั่วประเทศฉบับนี้นั้น ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิดและความใฝ่ฝันของชนชั้นกลางระดับล่าง-ชนชั้นล่างในสังคมไทย ทั้งในมุมของคนนอกและคนใน
แต่ท่ามกลางเสียงดังของตำนานทั้งหลาย ที่ทั้งตัดใจไปก่อนเจ็บ และเจ็บเลยไปนั้น ก็มีเสียงเบาๆของรุ่นใหม่ๆในวงการหนังสือที่เริ่มส่งเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในส่วนของนักเขียน สำนักพิมพ์ รวมถึงนักอ่าน เป็นเสียงที่เกิดขึ้นพร้อมกับโลกของการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไป พวกเขาสามารถสร้างพื้นที่ของตัวเองขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ
สำหรับเราแล้ว ปี 2017 ที่กำลังจะผ่านไปนี้ คือโลกการอ่าน-การเขียนในมือคนรุ่นใหม่ ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับนวัตกรรมต่างๆที่ถูกพวกเขาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างพื้นที่ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ในงานหนังสือโดยสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานสัปดาห์หนังสือฯหรืองานมหกรรมหนังสือฯ จะมีการทำวิจัยออกมาในแง่มุมต่างๆ ซึ่งท่ามกลางการบ่นพร่ำว่าเด็กไทยไม่อ่านหนังสือ บ่นกันทุกวันๆ รู้ไหมว่ากลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในการมาซื้อหนังสือของงานหนังสือคือ “กลุ่มวัยรุ่น-วัยทำงาน” ภาที่เราเห็นต่อแถวยาวเฟื้อยทั้งเข้าคิวขอลายเซ็นนักเขียน และเข้าคิวจ่ายเงินซื้อหนังสือนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มนี้เป็นส่วนใหญ่ โดยสำนักพิมพ์ที่พวกเขาพุ่งตรงเข้ามาหา นอกจากจะชื่อคุ้นๆอย่างแจ่มใส เอนเธอร์บุ๊คแล้วนั้น ขอแนะนำให้รู้จัก “เซนชู” “Luckpim” และน้องใหม่ล่าสุด “Phoenix” ที่เพิ่งเป่าเค้กครบรอบวันเกิด 1 ปีไปหมาดๆ
นอกจากนิยายวัยรุ่นแล้ว ทั้งนิยายน่ารักๆ นิยายวายที่กำลังได้รับความนิยมแล้วนั้น มังงะ ไลท์โนเวลก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน และเป็นอย่างนี้มาสักพักแล้ว ซึ่งจากไลท์โนเวลก็มีการต่อยอดไปสู่หนังสืออื่นๆด้วย อย่างที่ไลท์ โนเวลเรื่อง คณะประพันธกรจรจัด ที่ สนพ. PHOENIX นำมาแปลจากเรื่อง Bungou Stray Dogs โดย คาฟคา อาซากิริ ซึ่งไม่ได้เขียนเกี่ยวกับวรรณกรรมคลาสสิคของดะไซ โอซามุ นักเขียนชาวญี่ปุ่นโดยตรง แต่นำคาแร็กเตอร์ของเขามาสร้างเป็นตัวละคร จากไลท์ โนเวลเล่มนี้ มีส่วนให้นิยายเรื่อง “สูญสิ้นความเป็นคน” โดย ดะไซ โอซามุ จากสำนักพิมพ์ J Lit มียอดขายไปแล้วกว่าหมื่นเล่มภายในระยะเวลาแค่ปีเดียว ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่วรรณกรรมหนักๆ จะขายดีในบ้านเรา คือขายได้สักสามพันถึงห้าพันเล่มต่อปกหนึ่งนี่ สำนักพิมพ์ก็ถือเป็นความสำเร็จระดับจุดพลุฉลองได้แล้ว ซึ่ตอนนี้ สนพ.ก็ได้นำวรรณกรรมคลาสสิกของญี่ปุ่นมาหุ้มปกแจ๊กเก็ตที่เป็นภาพวาดการ์ตูนด้วย รวมถึงเล่มนี้ซึ่งขายดีมากๆ
นอกจากพลังไลท์โนเวลที่นำไปสู่การต่อยอดแล้วนั้น ยังมีอีกอย่างที่อยากแนะนำให้รู้จักเพราะมาแรงมากๆในตอนนี้คือ “จอยลดา” (Joylada) ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นอ่านนิยายแชทรูปแบบใหม่ อีบุ๊คเราไม่พูดถึงกันแล้ว มาลองเล่นแอพนี้กันดู สนุกมากทีเดียว
จอยลดา เป็นแอพพลิเคชั่นของบริษัท Ookbee U ที่เกิดจากการร่วมทุนกันระหว่าง Ookbee และ Tencent รูปแบบของการอ่านคือเป็น “นิยายแชท” อธิบายง่ายๆว่าให้นึกภาพเวลาเราคุยไลน์ นั่นล่ะฟอร์มของการอ่านการเขียนจอยลดาเป็นแบบนั้น ไม่มีบทบรรยายอะไร อ่านแล้วเหมือนไปอยู่ในกลุ่มไลน์ดูเพื่อนคุยกัน อ่านแชทไปเรื่อยๆ ซึ่งก็จะแบ่งหมวดหมู่นิยายเป็นประเภทต่างๆ ทั้งถนนสีชมพู แนวรัก โรแมนติก, ทะเลสีเทา ดราม่า เศร้า อกหัก, บ้านหรรษา ตลก ขำขัน ระหว่างอ่านก็สามารถปรับความเร็วของแชทหรือนิยายได้ 3 ระดับ คือ ช้า ปกติ และเร็ว โดยแค่แตะปุ่มจอทัชสกรีนของสมาร์ทโฟน แชทออโต้ก็จะไหลไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่จำเป็นต้องสไลด์หน้าจอ สมมติว่าอ่านไม่ทันก็แตะปุ๊บที่หน้าจอ ก็จะหยุดได้
ตอนนี้ในจอยลดามีนิยายหลักแสนเรื่อง จากนักเขียนกว่าแสนคน รายได้นักเขียนมาจากยอดวิว หรือยอด joy ที่ได้รับ ตัดยอดทุกวันในเวลาเที่ยงคืน นิยายที่ฮิตๆคือแนวแฟนฟิคศิลปินเกาหลี มีเรื่องหนึ่งที่ดังมากๆจนตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือคือ “กุเชอร์รี่” เป็นแฟนฟิคแนววายที่สร้างคาแรคเตอร์ตัวละครมาจากวงเคป๊อบ NCT ที่มาเป็นบ็อกเซ็ทพร้อมของพรีเมียมต่างๆ ชีวิตติดจอยกันหนักมากจริงๆ

นอกจากงานที่เขียนที่เล่าไปแล้ว วรรณกรรมไทย วรรณกรรมแปลก็มีการเกิดขึ้นในมือคนรุ่นใหม่เยอะมากเหมือนกัน สุชาดา สหัสกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ เองก็มองว่า ยุคนี้คือยุคของคนรุ่นใหม่ที่รู้จักตัวเองและรู้จักคนอ่าน คือรู้ว่า สิ่งที่ตัวเองทำคืออะไร รู้ว่าคนอ่านของตัวเองอยู่ที่ไหน และใช้โซเชียลมีเดียได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดในการสื่อสาร โดยมีวิธีการทำงานที่ตรงใจกับคนอ่านซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันหรือใกล้ๆกัน วันนี้พวกเขายังเป็นสำนักพิมพ์เล็กๆ แต่ก็น่าจะเป็นอนาคตที่น่าสนใจของวงการหนังสือ
ส่วนตัวเราอยากให้จับตามองสนพ.รุ่นใหม่ที่กำลังเติบโต อาทิ P.S Publishing ,ไจไจ, J Lit, บทจร, Legend, อ่านอิตาลี, Words Wonder ,Merry Go round, The Mist สนพ.เหล่านี้เพิ่งเกิดกันไม่นานเท่าไหร่ แต่รู้จักคนอ่าน รู้จักตัวเอง ที่สำคัญรู้จักเครื่องมือโซเชียลมีเดียต่างๆในการสนทนากับคนอ่าน จนนำไปสู่การซื้ออ่านได้อย่างน่าทึ่ง
เป็นโลกวันนี้ของคนรุ่นใหม่ ที่หนังสือและการอ่านไม่มีวันตายแน่นอน … ถ้าปรับตัวเป็น
…….
ดอกฝน

