จากกรณีกระแสดราม่าของภาพยนตร์ ‘หลวงพี่แจ๊ส5G’ ที่กำกับการแสดงโดย พชร์ อานนท์ เนื่องจากในตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวนำ ปืน-พายุ แซ่โง้ว และ สราวรรณ สองแม่ลูกที่เคยทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาร่วมแสดงจนเกิดเป็นกระแสต่อต้านภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พชร์ อานนท์ ได้ออกมาแถลงข่าวเปิดใจว่า กระแสแม่ลูกที่เกิดขึ้นนั้นมาจากมิวสิควีดีโอเพลง สาธุ5G เพลงประกอบภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในเดือนเมษายนปีหน้า ก่อนจะเล่าย้อนไปถึงวันที่ชวนปืนและแม่มาร่วมงานนั้น ตนได้ติดต่อไปทางโมเดลลิ่ง และยืนยันว่าเป็นความตั้งใจตามหาน้องมาร่วมแสดงในภาพยนตร์ เนื่องจากภาพยนตร์หลวงพี่แจ๊สนั้นตนหยิบเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในสังคมมาถ่ายทอด และนำธรรมะมาสั่งสอน
“ถ้าจับจุดดีๆ พระแจ๊สเขาจะสอนว่าคนเราไม่ว่าจะด่าหรือทำอะไรทุกอย่างมันต้องมีสติ เราใส่บทให้เขาพูดแบบนี้ แล้วพระแจ๊สจะสอนว่าต้องมีสติ”
ทั้งนี้ยังขอแจงอีกว่าปืนและแม่มาร่วมแสดงภาพยนตร์ไม่ถึง 1 นาที เป็นฉากที่น้องปืนเถียงกับพระแจ๊สเนื่องจากพระแจ๊สทักน้องด้วยประโยคที่จี้ใจดำ แต่หลังจากนั้นพระแจ๊สก็สอนให้มีสติในการดำเนินชีวิตและยืนยันว่าการที่นำสองแม่ลูกคู่นี้มาแสดงภาพยนตร์นั้นไม่ได้ส่งเสริมคนทำผิดกฏหมายแต่อย่างใด
“ก็เขาหมิ่นประมาทไปแล้ว โดนจับไปแล้ว แล้วน้องเขาไม่ได้ฆ่าคนตาย น้องเขาโมโหแล้วก็ไปด่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ”
ส่วนบทที่ให้นไปยืนด่าพระนั้น ที่ตัดออกมาในเอ็มวีมีแค่นั้น แต่ส่วนที่เป็นหนังมีมากกว่านี้ โดยปืนและแม่มาเล่นในหนังไม่ถึงนาที โดยเป็นฉากที่พระแจ๊สเดินไปบิณฑบาตแล้วก็มาเจอแม่ลูกคู่นี้ แล้วก็มีการเถียงกันพระก็สอน ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นการรับเชิญเท่านั้น ไม่ได้เล่นทั้งเรื่อง
กับการที่หลายคนมองว่าตนยกย่องคนที่ทำผิดหรือไม่นั้น พชร์ก็ว่า สิ่งที่ปืนนั้นก็ถูกดำเนินคดีไปแล้ว และไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นฆ่าใครตายหรือขายยาเสพติด
แม้ตนจะไม่ได้มองว่าการที่น้องด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเรื่องดีและควรเลียนแบบเพียงแต่มองว่าการที่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจขัดแย้งกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ได้คิดว่าจากการร่วมแสดงของปืนที่ผ่านมาจะเป็นเกิดกระแสด้านลบขนาดนี้เพราะไม่คิดว่าน้องเป็นคนเลว
รวมถึงการที่ตนดึงน้องมาร่วมแสดง รวมถึงบทที่ให้น้องพูดในฉากดังกล่าวนั้นตนได้คิดไตร่ตรองแล้ว
“ไปด่าเขาเลวได้อย่างไร น้องรู้จักเขาหรือ แค่ไปเห็นเขาในเฟซบุ๊คแล้วไปด่าเขาเป็นคนเลว เขาต้องเลี้ยงพ่อแม่เขา เขาไม่ได้ทำอะไรผิด”
ส่วนบทสรุปในภาพยนตร์นั้นเบื้องต้นตนแจงไว้ก่อนว่าตนสามารถตัดฉากดังกล่าวออกได้ แต่หากว่ายังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งที่อยากดูการแสดงของปืนก็อาจจะเอาฉากดังกล่าวไว้ตามเดิม
“แต่ถ้าคิดว่าเราผิดก็ต้องขอโทษ ว่าเราอาจจะไม่ได้คิดมาก คิดแค่ความสนุกสนาน แต่ว่าในฉากเราแค่ต้องการสอนคนดูแค่นั้นเอง”
ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้สร้างกระแสแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างไรตนก็ต้องขอขอบคุณบุคคลที่คอยพูดถึงตนในแง่ลบมาตลอด เพราะหากไม่มีคนกลุ่มนั้นชื่อของตนคงไม่มีใครกล่าวถึง

