“ละครทุกเรื่องต้องมีจุดขาย ไม่อย่างนั้นจะอยู่ไม่ได้” ป้อน-นิพนธ์ ผิวเณร ผู้อำนวยการสายงานการผลิตละคร บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ บอกชัด
ก่อนจะว่า การที่ระยะหลังรายการโทรทัศน์บางรายการที่แพร่ภาพชนละครหลังข่าว แล้วได้เรทติ้งสูงกว่า สำหรับเขาไม่ได้แปลว่าคนเลิกดูละครแล้ว
“แต่เขาเบื่อละครที่มันเดิมๆ”
เพราะเมื่อก่อนก็มีโทรทัศน์เพียง 3 ช่องเท่านั้นที่ทำละคร แต่ตอนนี้แทบทุกช่องในบรรดา 20 กว่าช่องทำกันเกือบหมด
“แปลว่าคุณต้องมั่นใจในคอนเทนต์ของคุณว่ามันจะเอาชนะคนอื่น และมีคนดู เราเลยซีเรียสกับการตรวจสอบตั้งแต่สตอรี่และบทเป็นเรื่องสำคัญที่สุด”
อย่าได้หวังแต่จะขาย ‘คู่จิ้น’ หรือพระ-นางเบอร์ใหญ่ๆ เพราะ ณ ปัจจุบัน “คู่จิ้นหรือพระ-นางเบอร์ใหญ่จะขายได้หรือไม่ได้อยู่ที่ว่า เล่นเรื่องอะไร บทอะไร เมื่อก่อนไม่เป็นไร แค่สองคนนี้ก็เอาอยู่ แต่ตอนนี้ต้องดูว่าสองคนนี้อยู่ในเรื่องอะไร สนุกไหม ระหว่างทางเป็นยังไง เป็นไปไม่ได้ที่จะเอานางเอก พระเอก นางร้ายมาวาง แล้วคนก็ดูเลย”
“เพราะอะไรรู้ไหม” เขาย้อนถาม
แล้วว่า “มันไม่เหมือนเมื่อก่อนไง สมัยก่อนการเห็นดารามันยาก สันติสุข (พรหมศิริ) จินตหรา (สุขพัฒน์) ต้องเห็นในจอภาพยนตร์เท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้มีงานในห้างก็เห็น เปิดมือถือก็เห็น แล้วเขาก็มาไลฟ์สดกันตลอด มันจะพิเศษอะไรล่ะ”
ขณะเดียวกันละครนั้นก็ต้องมีความสมจริง ใครจะเล่นเป็นพยาบาลก็ต้องไปฝึกทำ CPR จะเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติดก็ต้องไปคลุกคบีกับปปส. “มันจึงจะเกิดพลังของคอนเทนต์”
“ไม่ใช่ว่าหน้าหล่อๆมาจากงานอีเว้นต์มาเข้าฉาก ไม่ได้ ไม่อิน”
พร้อมกันนั้นการนำละครมาฉายยาวๆ ฉายแบบต่อเนื่องก็เป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะจากประสบการณ์การฉายมาราธอนตลอดทั้งวันในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าตัวเลขผู้ชมเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน-ขนาดนั่นเป็นละครรีรันนะ
“จากมาราธอนเราเห็นชัดว่ามันถล่มทลายจริงๆ เราเลยเอากลยุทธ์นี้มาใช้ในหลายสล็อต ตอนเช้าก็เป็น 9 ถึง 11 โมงไปเลย ถ้าเป็นสัปดาห์วันหยุดมาราธอนจะนิยมมาก”
ด้วยเหตุนี้จึงไม่ต้องแปลกใจที่เขาปรับผังละครหลังข่าวภาคค่ำให้ฉายเรื่องต่อเนื่องตั้งแต่วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี
ซึ่งเรื่องฉายต่อเนื่อง 4 วันนั้นก็ตรงกับใจของโด่ง-องอาจ สิงห์ลำพอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เช่นกัน เพราะช่อง 8 ก็นำยุทธวิถีฉายเรื่องเดียวตลอด 4 วันในสัปดาห์ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี
ด้วยเหตุผลว่าความที่มีช่องทีวีเยอะ ดังนั้นจึงเห็นว่า “ในช่องหนึ่งมีละครเรื่องหนึ่งก็พอแล้ว ”
ขณะที่เรื่องคู่จิ้น ชาย-หญิง เขาก็ว่านับวันก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ
“คนดูเขาดูที่เรื่อง ไม่ใช่คู่จิ้นแล้ว”
และในยุคนี้ถ้าจะจิ้น รักแบบชาย-หญิง ก็ไม่ฟินเท่าชาย-ชายอีกต่างหาก
สำหรับเทรนด์ละครที่ช่อง 8 เชื่อว่าจะมาจึงน่าจะเป็นเรื่องแฟนตาซีและเรื่องที่เกี่ยวกับความเชื่อ ดังนั้นหนึ่งในเรื่องที่เขาเตรียมไว้จึงเป็นเรื่อง ‘กระสือ’
ขณะที่เทรนด์ซึ่งช่องวันมองคือ งานที่อยู่ในข่ายแวลู่คอนเทนต์จะมา
“ละครที่มีเซ้นส์ ออฟ เอ็ดดูเทนเม้นท์ มีโนว์เลจเทเบิ้ลคอนเทนต์จะทำงานกับคนดู คนดูจะสนุกกับสิ่งที่อยู่ในจอ และเรียนรู้อะไรมากขึ้น”
“ละครที่มีคุณค่าจึงจะดี และผมคิดว่าปีหน้าละครตบตีจะเฟดลง”
“เพราะที่เราเห็นในคลิปที่แชร์กันประจำวัน รุนแรงกว่าอีก”
“แล้วพอกลับบ้านสจะมาดูตบกันในทีวี มันโอเวอร์ซัพพลายนะ”
“เมื่อก่อนไม่มีไง คลิปเหล่านี้ พอมีฉากนางร้ายตบเลยสนุก แต่วันนี้ความจริงโหดกว่าในทีวี น่ากลัวกว่าอีก คนดูจึงเบื่อแล้ว”
ทั้งนี้เท่าที่สอบถามมา ในปีหน้าสถานีโทรทัศน์ต่างๆก็เตรียมทำละครออกมาเพื่อดึงดูดความสนใจผู้ชมกันในหลายๆประเภท หลายๆรูปแบบ
ส่วนเรื่องไหนจะได้ใจ ชนิดใครๆก็เฝ้าจอรอดูนั้น-โปรดติดตาม

