คุยกับ ‘ขุนไกร-ดาวเรือง’ ‘สายโลหิต’ เวอร์ชั่น ‘เปิดใจ’

ตั้งแต่มีข่าวว่าสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 มอบหมาย สยาม สังวริบุตร แห่ง ดาราวิดีโอ นำละครเรื่อง ‘สายโลหิต’ มารีเมคอีกครั้ง ใครๆต่างก็จับตารอดู

เพราะรู้ๆกันอยู่ว่า ครั้งก่อน ตอนเจ้าเดียวกันนี้ทำเมื่อปี 2538 ที่ หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ แสดงกับ กบ สุวนันท์ คงยิ่ง น่ะ ละครเป็นที่พูดถึงด้วยความชื่นชมขนาดไหน

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่ทั้ง นาว ทิสานาฏ ศรศึก ‘แม่หญิงดาวเรือง’  กับ พอร์ช ศรัณย์ ศิริลักษณ์ ผู้เป็น ‘ขุนไกร’ ในยุคนี้ จะพูดตรงกันว่า “กดดัน”

“ความจริงเรื่องคงไม่ต่างจากเดิมหรอกค่ะ เพราะก็ยังอยู่ในโปรดักชั่นของดาราวิดีโอ คนเขียนบทโทรทัศน์ก็คนเดิม( ศัลยา สุขะนิวัติต์)”

แต่เดี๋ยวก่อน ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่งานชิ้นนี้ก็มีอะไรที่แตกต่าง แถมเหล่าคนร่วมงานก็หวังว่าจะดีกว่าเดิม

“เรื่องนี้พี่แดง (ศัลยา) จะเขียนบทให้มันเข้ากับตัวเรา เข้ากับนักแสดง อย่างนาวมีนิสัยยังไง ก็จะเขียนแบบอิงมาจากนาว คือความเป็นดาวเรืองก็ยังอยู่แหละ แต่ก็จะเขียนในอยู่ในนิสัยของเรา”

ซึ่ง “เราเป็นคนซน” ดังนั้นดาวเรืองก็อาจจะมีมุมนี้ให้เห็นมากขึ้น

สำหรับเวอร์ชั่นก่อน ที่เมื่อปีที่แล้วนำออกมารีรัน ออกอากาศให้ดูซ้ำนั้น นาวบอกว่า เธอไม่ดูเลย เพราะกลัวจำภาพออกมา

“เราอยากเล่นให้เป็นไปในทางเรา เป็นแบบของเรามากที่สุด ไม่อยากให้เหมือนอันเก่า”

เพราะถ้าตั้งใจจะให้เหมือน แล้วเกิดไม่เหมือน ก็จะโดนเปรียบเทียบเสียเปล่าๆ ดังนั้น “เล่นเป็นตัวเราดีที่สุด”

ยังบอกอีกว่า แม้จะผ่านงานละครพีเรียดมาเยอะ แต่กับเรื่องนี้ถือว่า “ที่สุด”

“ตั้งแต่รู้ว่าจะได้เล่น ทุกคนจะกระแสเข้ามาหานาวว่าเรื่องนี้ดังมากเลยนะ ดังมาก สนุกมาก ชอบมาก”

ซึ่งพอเข้าฉากแล้ว เธอก็ขอเติมอีกประการ ว่า “ยากมาก” บอกพลางหัวเราะเบาๆ

“ความยากคือบทและคำพูด ที่พี่แดงเขียนมาเลยว่าให้พูดแบบตรงคำเป๊ะ พีเรียดเรื่องอื่น ละครที่เคยเล่น ถ้าไม่เข้าปาก เราก็พูดไปเลยตามความรู้สึกเรา คืออ่านแล้ว โอเค ประมาณนี้ ไมได้จำทุกตัวอักษร แต่อันนี้ไม่ได้ เราต้องจำให้หมด คำเชื่อมถูกต้องหมด แล้วบางคำเราก็ไม่รู้ มันแปลว่าอะไร”

“แต่ก็เต็มที่ที่สุดนะคะ”

“ก็อยากให้ทุกคนเปิดใจ เพาะเราก็ทำหน้าที่นักแสดงของเรากันอย่างเต็มที่ แล้วทุกคนก็ตั้งใจมากกับเรื่องนี้”

พอร์ชเองก็รู้สึกไม่ต่าง

“บทนี่ยาวสุด เยอะสุด” พระเอกโอดมาเหมือนกัน

“ต้องทำการบ้านเยอะมาก ต้องอ่าน แล้วเขาไม่ให้ผิดเลยนะ คือถ้าเป็นละครปกติ ผมอ่านแล้วทำความเข้าใจ แล้วก็พูดประมาณนั้น แต่อันนี้ต้องท่อง มันต้องเป๊ะไง อิมโพรไวซ์ไม่ได้ เปลี่ยนไม่ได้”

ซึ่งตอนแรกๆที่เห็น “ท้อสิครับ” เขารับ

“อ่านแล้วก็แบบ โอ๊ยยยย ตายแล้ว แย่เลย จะทำยังไงดี เลยบอกพี่ทีมงานที่่สนิทกันว่า ถ้ามีซีนไหนยาว ช่วยส่งมาให้ดูด้วย จะอ่านล่วงหน้า ถ้าจะถ่ายอาทิตย์หน้า เราต้องอ่านตั้งแต่อาทิตย์นี้ ขับรถก็ท่อง อาบน้ำก็ท่อง พูดไปเรื่อยๆ บรรพบุรุษของกู ดาบเล่มนี้ดื่มเลือดเสมือนชีวิต พูดไปเรื่อยๆ ให้มันอยู่ในจิตสำนึก ในหัว คือถ้าเราไป โดยที่ไม่แม่นบท พอถ่ายเราก็จะกัวลว่าต้องพูดอะไรบ้าง แล้วอารมณ์มันจะไม่ได้  เพราะฉะนั้นพูดให้ติดปากไปเลย”

“ผมตั้งใจมากนะครับเรื่องนี้” พอร์ชว่า

“จะซ้อมกับตัวเองว่าเราจะเล่นยังไง พอซ้อมกับตัวเองได้แล้ว วันรุ่งขึ้นก็ไปซ้อมที่หน้ากองอีกที ก็ซ้อมจนเหนื่อยเลยนะ ซ้อมกับตัวเองก่อน แล้วถึงจะมาซ้อมกับผู้กำกับ เสร็จแล้วก็มาซ้อมหน้าเซ็ท หลายรอบ”

“เพราะเราก็จะต้องทำให้เพอร์เฟคที่สุด”

สำหรับกระแสวิจารณ์ที่มีตั้งแต่เริ่มต้นว่าเขาไม่เหมาะ โดยเฉพาะเรื่องหน้าที่ดูยังไงก็ไม่ ‘ไทย’ แบบคนรุ่นก่อน พอร์ชว่าเขาไม่กังวล

“เราก็เปลี่ยนหน้าตัวเองไม่ได้เนอะ”

ดังนั้น “ลองติดตามดูก่อน เพราะบางทีการเล่นอาจทำให้หน้าของผมดูเป็นไทยมากขึ้น”

ขณะที่เรื่องโดนเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นเก่า เขาก็ว่า ไม่เป็นไร

บอกด้วยว่าการเล่นละครเรื่องนี้ในความเห็นเขา “มันน่ากดดันดี สนุกดี คนด่าเยอะดี ถูกเปรียบเทียบเยอะดี”

ซึ่ง “ชอบนะ” เขาบอก

แล้วว่า “ด่าผม แล้วคุณรอดูละครตอนออนแอร์ คือผมอยากพิสูจขนให้คนเห็นนะครับ ว่าผมทำได้”

“อยากให้เปิดใจดู”

“เรื่องนี้โปรดักชั่น บท และเรื่องอะไรหลายๆอย่างๆมันดีขึ้น ไม่แพ้เรื่องเก่าแน่นอน”

“ผมเองอาจจะสูพี่หนุ่มไม่ได้สักเท่าไหร่ แต่ว่าด้วยความตั้งใจของการทำงาน ผมว่าผมสู้ได้ครับ”

รอเลย

 

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม noi_mini

บทความก่อนหน้านี้อึ้ง! เด็กทารกวัย 2 สัปดาห์เข้าไอซียูหลังสงสัยว่าถูกข่มขืน
บทความถัดไปปีติ! ร้านกาแฟชายทุ่ง เผยภาพประทับใจ สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯทรงเปิดร้าน