‘โอ๊ค สมิทธิ์’ ได้ข้อคิดบนเตียงรพ. บอกชีวิตไม่ใช่เครื่องกล-หลงใหลความสมบูรณ์แบบไม่ได้อะไร ต่อไปขอทลายกำแพงความโง่

9.01.18 | 10:03 น.

เพราะเคยยึดติดกับชีวิตที่ต้องสมบูรณ์แบบ จนวันหนึ่งที่ร่างกายของ โอ๊ค สมิทธิ์ อารยะสกุล เริ่มส่งสัญญาณบางอย่างทำให้เขาได้ใช้เวลาฉุกคิดถึงชีวิตที่ผ่านมาในห้องสี่เหลี่ยมของโรพยาบาล  จึงอยากเขียนบันทึกนี้เอาไว้ โดยว่า

9.1.2018
รพ.สมิติเวช
เป็นอีกหนึ่งวันที่ต้องนอนรพ.และรับรู้ถึงสัญญาณที่ร่างกายประท้วงผมอย่างหนัก ได้มีโอกาสนอนพักรักษาตัว มีเวลาคิดทบทวนสิ่งที่ผ่านมา และตกตะกอนได้ในระดับนึงว่าผมเองกำลังติดกับดักที่ขอตั้งชื่อเองว่ากับดัก “แดดดี้อุดมคติ” เพื่อนๆวัยเดียวกันเคยเจอความกดดันแบบผมมั้ยครับ ความกดดันที่ต้องประสบความสำเร็จเรื่องการงานธุรกิจให้ได้ ต้องโดดเด่นในสายงาน ต้องเก่งกาจเรื่องการดูแลลูกๆ เป็นสามีสุดเพอร์เฟคให้ภรรยาให้ได้ เป็นลูกที่ดีที่สุดให้คุณพ่อคุณแม่ เป็นพี่ที่ดี ต้องใจถึงพึ่งพาได้เป็นเจ้านายหัวก้าวหน้าที่มุ่งมั่นและแอคทีฟ ต้องสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกน้อง แถมต้องไม่แก่ หุ่นต้องดี กล้ามต้องมี ผมต้องแน่น ฟันต้องขาว 55555 ซึ่งมานั่งคิดดูแล้ว ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดจากความอ่อนแอของตัวเอง อ่อนแอที่ไม่พึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีจนต้องหาเปลือกนอกต่างๆมาคอนเฟิร์มตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า จนลืมไปรึเปล่าว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสุขภาพทั้งกายใจของเราเองนี่แหล่ะ
วันนี้เลยอยากจดบันทึกไว้ว่าเป็นวันที่สัญญากับตัวเอง จะดูแลร่างกายและจิตใจตัวเองให้ดีขึ้น ใช้ชีวิตด้วยความพอดีแบบทางสายกลาง ด้วย passion อย่างเต็มเปี่ยมแบบที่ตอนหนุ่มกว่านี้เป็น เลิกใช้ชีวิตหนักๆเป็นเครื่องจักรกลและระลึกเสมอว่าความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง
ต้องขอขอบคุณภรรยา คุณ Opal Panisara ที่บอกว่า “ของขวัญที่ดีและสำคัญที่สุดยิ่งกว่าสิ่งของใดๆทั้งปวงที่พ่อพ่อให้แม่แม่และแฝดน้อยได้ ก็คือตัวพ่อพ่อเองที่สุขภาพดีมีความสุข “ แถมก่อนจะมาแอดมิทที่รพ. ลูกๆก็เข้ามากอดแล้วถามว่าพ่อพ่อไม่สบายหรือคะ พ่อพ่อกลับมาเร็วๆนะค้าบ เพียงแค่นี้ก็ทำลายกำแพงแก่งความโง่เขลาที่เราสะสมมาโดยตลอด สัญญาว่าจะเป็นคนใหม่รับปีใหม่ ใน version ที่มีความสุขและใช้ชีวิตด้วยความพอดีครับ ^^

ขอบคุณ Oak-smith Arayaskul