ความคับแค้นในมนุษย์ สูง ต่ำ วัด กัน ตรง สี ผิว

30.01.18 | 11:23 น.
ภาพจากเฟซบุ๊ก Hidden Figures

ทศวรรษที่  50  หรือปีพุทธศักราช  2493  หลังสิ้นสงครามโลกครั้งหลัง   โลกตกในสภาพสงครามเย็น   เมื่อสหรัฐอเมริกาผู้นำฝ่ายสัมพันธมิตรประจันหน้ากับสหภาพโซเวียต(ก่อนจะแตกสลายชนิดคนร่วมยุคคาดไม่ถึงในอีก  41  ปีต่อมา ) ผู้นำฝ่ายสังคมนิยมคอมมิวนิสท์   โดยมีนายพลห้าดาว  ดไวท์ ดี. ไอเซนฮาวร์ วีรบุรุษสงครามโลกผู้บัญชาการสูงสุดในการยกพลขึ้นบกที่นอร์มองดี   ตีกลับเยอรมนีในยุโรปจนแพ้สงคราม   เป็นประธานาธิบดีคนที่  34  สองสมัย จากนั้น ยุคแข่งขันกันบุกเบิกอวกาศจึงเริ่มขึ้น   เมื่อประธานาธิบดีหนุ่มสุดคนที่  35  จอห์น เอฟ. เคนเนดี ในวัย  43  ปี (2503)   ประกาศสนับสนุนโครงการอวกาศ   และขออนุมัติงบประมาณจากสภาเพื่อส่งคนไปลงดวงจันทร์และกลับโลกได้โดยสวัสดิภาพ

ภาพจากเฟซบุ๊ก Hidden Figures

ก่อนหน้านั้น (2500) โซเวียตนำหน้าด้วยการส่งยานอวกาศสปุตนิกขึ้นโคจรรอบโลกได้เป็นครั้งแรก   และถัดมาอีกเดือนเดียว   ก็ส่งสปุตนิก 2 กับสุนัขอวกาศตัวแรก  ไลก้า  ขึ้นวงโคจร   พอเคนเนดีเป็นประธานาธิบดีได้ปีเดียว   โซเวียตก็ส่งมนุษย์อวกาศคนแรก  ยูริ  กาการิน  ขึ้นสู่ความมืดมิดของห้วงจักรวาลได้สำเร็จ

ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันด้านอวกาศ   สหรัฐอเมริกาได้ก้าวสู่วังวนสงครามตัวแทนชนิดวัวพันหลัก   จนแทบถอนตัวไม่ขึ้นในเวลาต่อมา   เมื่อเริ่มส่งทหารเข้าสู่เวียดนามใต้รบเวียดนามเหนือ   ต่อต้านลัทธิสังคมนิยมคอมมิวนิสท์   หลังส่งเพียงที่ปรึกษาทางทหารเมื่อต้นทศวรรษ  ๕๐  ขณะเดียวกัน   ในประเทศก็เริ่มมีการรวมกลุ่มต่อสู้คัดค้านการแบ่งแยกสีผิว   กระทั่งเกิดป็นการเดินขบวนครั้งใหญ่ๆขึ้น   โดยการนำของศาสนาจารย์  มาร์ติน  ลูเธอร์  คิง  จูเนียร์  เจ้าของวาทะ  “ไอ  แฮฟ  อะ  ดรีม”  อันเลื่องโลก   ต่อหน้าผู้ร่วมชุมนุม  ๒๕๐,๐๐๐  คน   ผู้ถูกลอบสังหาร  ๕  ปีหลังเคนเนดี้ถูกยิงเสียชีวิต

สภาพแวดล้อมเช่นนี้เอง   คือที่มาของภาพยนตร์น่าชมเรื่อง  ฮิดเดน  ฟิกเกอร์ส  รูปที่ถูกซ่อนเร้น

เริ่มจากสาวผิวสี  มาร์กอท  ลี  เชทเตอร์ลี  ซึ่งมีบิดาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานวิจัยกับนาซา   องค์การบริหารกิจการบินและอวกาศ   เคยเล่าให้ฟังว่า   การแข่งขันกันก้าวสู่ห้วงจักรวาลของสหรัฐนั้น   มีหญิงผิวสีเป็นบุคคลสำคัญอยู่เบื้องหลังความสำเร็จด้วย   เธอจึงประหลาดใจมาก   ที่เรื่องใหญ่ขนาดนั้นไม่เคยเป็นที่รับรู้ของสังคมมาก่อน   เธอซึ่งเกิดก่อนทศวรรษ  ๗๐  ปีเดียวระหว่างที่บุปผาชนกำลังเบ่งบาน   และสงครามเวียดนามกำลังเรียวลงทุกที   ขณะก่อนที่เธอเกิด   คนผิวสีในรัฐทางใต้ยังต้องขึ้นรถประจำทางแยกกับคนขาว   เข้าโรงเรียนแยกกัน   เข้าโบสถ์แยกกัน   เข้าห้องน้ำแยกกัน   กินกาแฟคนละกา   และไม่เคยได้ทำงานร่วมองค์กรเดียวกัน  ฯลฯ

Advertisement
ภาพจากเฟซบุ๊ก Hidden Figures

เชทเตอร์ลีขวนขวายค้นคว้าเรื่องราว   ตามสัมภาษณ์บรรดาบุคคลที่เกี่ยวข้อง   จนที่สุด   หนังสือเล่มแรกของเธอ  ฮิดเดน  ฟิกเกอร์ส  :  เดอะ  สตอรี่  ออฟ  ดิ  อัฟริกัน-อเมริกัน  วีเมน  ฮู  เฮลป์ด  วิน  เดอะ  สเปซ  เรซ (๒๕๕๙)  ก็วางแผง   สร้างเสียงกล่าวขวัญได้อึงคะนึง   จนเกิดเป็นโครงการภาพยนตร์   โดยเธอเป็นผู้อำนวยการสร้างร่วมกับ  ฟาร์เรล  วิลเลียม  นักร้องนักแต่งเพลงผิวสีที่ร่วมทำเพลงประกอบหนังเรื่องนี้กับ  ฮันส์  ซิมเมอร์  และ  เบนจามิน  วอลฟิสช์  ที่หลายท่วงทำนองดึงดูดหูผู้ชม

เรื่องของหญิงผิวสี  ๓  คนที่มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์และวิศวกรรมอย่างล้ำเลิศ   กระทั่งขณะนั้น   คอมพิวเตอร์ยักษ์เครื่องแรกของ ไอบีเอ็ม. ยังไม่อาจคำนวณจุดทศนิยมได้มากเท่าสมองของเธอ

แคทเธอรีน  กอบเบิล  นักคณิตศาสตร์(ซึ่งปัจจุบันอายุ  ๙๙  เข้า  ๑๐๐  ปีแล้ว   และยังรับเชิญนั่งรถเข็นขึ้นเวทีร่วมงานออสการ์เมื่อต้นปี  ๒๕๖๑  ที่ผ่านมา)  โดโรธี  วอห์น  นักคณิตศาสตร์และผู้ดูแลหน่วยงานคณิตศาสตร์  แมรี่  แจคสัน  วิศวกร   ก้าวเข้าสู่โลกของนาซาด้วยอัจฉริยภาพชนิดผู้เกี่ยวข้องต้องตื่นตะลึง   นับแต่ผู้อำนวยการโครงการลงมา

หนังสร้างขึ้นอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย   โน่นนิดนี่หน่อยให้เข้าใจสภาพแวดล้อมกับสถานการณ์ของสังคมและค่านิยมสมัยนั้น   เดินเรื่องด้วยการทำงานของกอบเบิล   เมื่อผู้อำนวยการโครงการต้องการนักคณิตศาสตร์   ที่สามารถคำนวณการทะยานขึ้นของยานให้พ้นแรงโน้มถ่วง   และเข้าวงโคจรจนถึงจุดที่ต้องกลับลงสู่โลกได้   กอบเบิลกับสองเพื่อนสาวจึงได้โอกาส   แม้จะเสียเวลาฟันฝ่าขั้นตอนตรวจสอบที่ไม่จำเป็นนานา  เพียงเพราะเป็นงานของเจ้าหน้าที่ที่สีผิวแตกต่าง   แต่ในที่สุด  จอห์น  เกลน  ก็กลายเป็นมนุษย์อวกาศสหรัฐคนแรกที่ขึ้นโคจรรอบโลกได้   ด้วยความมั่นใจจากการคำนวณที่ถูกต้องของกอบเบิล

บรรยากาศการทำงานของคนต่างสีผิวในองค์กร   ข่าวโทรทัศน์เกี่ยวกับการเดินขบวนต่อต้านการเหยียดผิว   กระทั่งสามีหัวรุนแรงของวิศวกรแจคสัน   ซึ่งเป็นนักศึกษาหญิงสีผิวคนแรกในมหาวิทยาลัยคนขาว   ก็ไม่ได้ทำให้หนังระทึกไปเกินกว่าอารมณ์ปะทุของผู้ถูกกระทำ   หนังมิได้แสดงความรุนแรงด้วยภาพ   เพียงเล่าเรื่องราวแวดล้อมไปง่ายๆพอเข้าใจ   เพื่อจุดประสงค์ที่แสดงให้เห็นว่า   ความสามารถของบุคคลหาได้ขึ้นกับสีผิวที่แตกต่างไม่   ในกรณีนี้  เควิน  คอสท์เนอร์  ผู้อำนวยการกับ  ทาราจี  พี. เฮนสัน  ต่างรับส่งบทบาทกันได้นุ่มนวลดี

ออคเตเวีย  สเปนเซอร์  ซูเปอร์ไวเซอร์ที่แม้คับข้องกับการไม่ได้รับตำแหน่งที่ควรได้สักที   ทั้งๆทำงานนั้นอยู่   เหมาะกับท่าทีคมในฝัก   เธอต้องประจันหน้ากับ  เคอร์สเตน  ดังส์ท  หวานใจไอ้แมงมุมที่เป็นซุเปอร์ไวเซอร์ผู้ประสานงานกับเธออีกที   ที่บทอ้ำๆอึ้งๆ   จะยอมรับหรือไม่ยอมรับหญิงผิวสีที่ทำงานโดดเด่นคนนี้ดี   ทำได้ประดักประเดิดอยู่

ส่วนวิศวกรแจคสันที่เฟี้ยวฟ้าวเกินหน้าสองเพื่อนสาว   ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแทนของยุคสมัย   ซึ่งทะยานขึ้นเช่นเดียวกับยานอวกาศ   พ้นเพดานขนบและความเชื่อที่ล้าหลังกาลเวลาไปได้

ธีโอดอร์  เมลฟี  ผู้กำกับซึ่งชอบทำหนังเกี่ยวกับพฤติกรรมและความคิดความรู้สึกผู้คนเช่น  เซนต์  วินเซนต์ (๒๕๕๗)  ทำงานชิ้นนี้ออกมาได้แบบสบายใจด้วยกันทุกฝ่าย