ว่าด้วยเรื่องของเวียร์กับ ‘มะลิลา’ , ความเป็นเกย์ และงานที่ต้องใช้หัวใจเป็นสื่อ

31.01.18 | 07:30 น.

ใกล้จะได้ชมเต็มทีแล้วสำหรับภาพยนตร์เรื่อง ‘มะลิลา’ ผลงานกำกับการแสดงของ อนุชา บุญยวรรธนะ ที่ได้ เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ  นำแสดงร่วมกับ โอ-อนุชิต สพันธุ์พงษ์ ในเรื่องราวที่บอกเล่าถึงความรัก ความอาลัยของผู้ที่จากไป

เรื่องราวของ ‘เชน’ (เวียร์ ศุกลวัฒน์) เจ้าของสวนมะลิผู้มีอดีตอันเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกสาวและแยกทางกับอดีตภรรยา กับ ‘พีช’ (โอ อนุชิต) ศิลปินนักทำบายศรี อดีตคนรักขณะเมื่อเขายังเด็ก ที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง และต่างก็พยายามเยียวยาบาดแผลในอดีต พร้อมกับรื้อฟื้นความสัมพันธ์ผ่านการทำบายศรีอันงดงาม

โดยงานซึ่งได้ไปฉายในเทศกาลนานาชาติมาแล้วถึง 5 ประเทศ และได้รับเสียงตอบรับอย่างดี ทั้งในแง่ของผู้ชม และรางวัล คือคว้ามาทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม คิม จีซก อวอร์ด จาก Busan International Film Festival 2017 ประเทศเกาหลี รางวัล NETPAC จาก Teipei Golden Horse Film Festival 2017 ประเทศไต้หวัน รางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จาก 2 เทศกาล คือ Singapore International Film Festival 2017 ประเทศสิงคโปร์ และ International Film Festival of Kerala 2017 ประเทศอินเดีย รวมถึงได้คำชมเชยเป็นพิเศษจากคณะกรรมการของ Hong Kong Asian Film Festival 2017 ด้วย

ขณะที่ในส่วนของนักแสดงนำ เวียร์ก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ในเวที  Asian Film Awards 2018 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 17 มีนาคมนี้ ที่มาเก๊า

Advertisement

“ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ เพราะเล่นภาพยนตร์แค่ไม่กี่เรื่อง” เวียร์บอกด้วยท่าทีปลื้มๆ

อย่างไรก็ดีเขาเล่าว่า ในการแสดงเรื่องนี้ “มีความตั้งใจและใช้ความพยายามเยอะ เพื่อที่จะทำให้ออกมาอย่างดีที่สุด”

“เราฝึกฝนเยอะ เราตั้งใจ ผลที่ออกมามันก็ต้องดีเนอะ” บอกแล้วก็ยิ้มอีก

ก่อนจะออกตัวว่าเอาเข้าใจ ไม่ใช่เพียงแค่เขาที่เต็มที่ แต่ทุกคนในทีมก็เช่นกัน

“ทุกส่วนประกอบกัน มันเลยดี ไม่ใช่ว่าผมดี แล้วจะทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ดี คือทุกอย่าง ตั้งแต่บท ผู้กำกับ ทีมงาน โปรดิวเซอร์ ทุกคนให้ความสำคัญ ทำด้วยใจ”

เวียร์ซึ่งบอกว่า แม้โลกของภาพยนตร์จะเป็นเรื่องของการแสดงเหมือนโลกของละครที่เขาอยู่มานานหลายปี แต่กระนั้นการเข้ามาอยูในโลกนี้ “เราจะมีความรู้สึกแบบอีกหนึ่ง”

ซึ่ง “น่าสนุก ตื่นเต้น มีอะไรให้เราสัมผัสกับสังคมใหม่ๆ”

หรือสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างการไปเวิร์กช็อป ตามพระสงฆ์ไปเพ่งซากศพ ก่อนจะต้องไปแสดงบทเหล่านั้นในเรื่อง

“ผู้กำกับพาผมไปจริงๆ คิดในใจ ต้องขนาดนั้นเลยหรือ ตอนที่ตัดสินใจไปก็คิดว่าคงจะอยู่รวมๆ กันหลายคน แล้วคงจะซากศพสัตว์อยู่ในโลงแก้ว นั่งสมาธิรวมๆ กัน นั่งบริกรรมต่างๆ ว่าสุดท้ายแล้วมนุษย์ก็ต้องสลายไปไม่จีรัง ฟังแล้วไม่ยาก แต่วันจริงไปตั้งแต่เช้า มีการเดินจงกรมทั้งวัน ถึงช่วงเย็นก็มาทดสอบสมาธิว่าทุกคนที่มาฝึกจะผ่านไหม พอถึงเวลา ต้องเดินตามพระออกนอกวัด ไปในป่า ทุ่งนา ไม่มีไฟ มีเณรเดินส่องไฟฉาย แล้วต้องแยกกับผู้กำกับ เราต้องไปนั่งเพ่งศพที่บริจาคมาเพื่อการฝึกนี้ แล้วเณรก็จุดธูปให้ เปิดโลงออก เราก็นั่งสมาธิ เพ่งซากศพ จ้องจนเห็น และรู้ว่านี่แหละคือตอนที่เราตายไปแล้ว ถือเป็นการปฏิบัติที่ถ้าผมไม่ได้เล่นคงไม่ได้ไป”

เขายังบอกอีกว่าแม้ในโลกของละคร บทบาทซึ่งเขาได้รับมักเป็นบทที่แสดงถึงความแข็งแกร่งในเพศสภาพของความแมน แต่กระนั้นการรับบท ‘ชายรักชาย’ ในเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีปัญหา

ฉากเลิฟซีนที่กำหนดมา ก็ผ่านไปได้

“เราเอาความรู้สึก ธรรมชาติของมนุษย์ที่รักกัน ซึ่งพอมันออกมา ผมว่ามันดูจริง ไม่เฟค เหมือนผู้หญิงกับผู้ชาย”

“ก็เป็นอีกความท้าทายที่เรามีโอกาสได้เล่น และทำมันให้ดีที่สุด”

หากในฐานะของผู้ชม จะคิดเห็นอย่างไร  “ต้องเข้าไปดู” เขาว่า

ส่วนจะมีบางคนโฟกัส หรือรู้สึกกับการฉีกบทแบบสุดขั้วของเขาในครั้งนี้ไหม เวียร์บอกถ้ามี คนคงมองในมุมดีๆ มากกว่า

“ผมว่ามันต้องเป็นภาพที่ดี”

“คนต้องมองในมุมที่ดี”

“เพราะเกย์ก็คือเท่าเทียมเรา ทุกเพศทุกวัยมีความสวยงามแตกต่างกันไป ผู้ชายสวยงามแบบหนึ่ง  ผู้หญิงแบบหนึ่ง เกย์หรือว่ากระเทยสวยงามอีกแบบหนึ่ง ผมไม่เคยบอกว่าผมเป็นผู้ชาย ผมจะดีเด่นกว่าผู้หญิงหรือเกย์”

“เราเท่าเทียมกัน”

ภาพยนตร์เรื่อง ‘มะลิลา’ นั้นมีกำหนดเข้าฉาย 15 กุมภาพันธ์นี้

“เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ผมภูมิใจมาก รักมาก” เวียร์บอก

“ผมใช้หัวใจทำภาพยนตร์เรื่องนี้จริงๆ อยากให้ทุกคนใช้หัวใจดู”

 “แล้วให้หัวใจเราไปอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้”