‘กุ๊ก กฤติกา’ แชร์ประสบการณ์ลูกป่วยจนต้องเข้า รพ.ในญี่ปุ่น และบทเรียนจากการ ‘เกินไป’

28.02.18 | 08:29 น.

ตั้งใจยกครอบครัวไปญี่ปุ่นเพื่อเล่นสกี โดยก่อนหน้านี้ภาพที่กุ๊ก-กฤติกา ขอไพบูลย์ โพสต์ให้ดูในอินสตาแกรมก็ล้วนเป็นภาพของความสุขที่ได้เห็น ‘น้องวิน’ ลูกชายวัย 6 ขวบ เล่นสกีได้อย่างสนุก

 

แต่ล่าสุดเธอก็มีเรื่องเล่าสู่ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับบรรดาแม่ๆ ที่มีลูกเล็ก จากเหตุที่ได้พบและประสบการณ์ที่เจอมาสดๆ เมื่ออยู่ๆ ลูกก็ป่วย จนต้องเข้าโรงพยาบาลที่นั่น

Advertisement

โดยเธอว่า

‘ถึงแม่ๆที่มีลูกเล็กทุกคน มีอะไรจะเล่าสู่กันฟังค่ะ น้องวินไปญี่ปุ่นคราวนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ประสบการณ์ ความรู้ และความรอบคอบของพ่อและแม่ก็จะเพิ่มมากขึ้นจากทริปนี้ด้วย พวกเราทุกคนสนุกกับการสกี พอจบทริปสกีตอนปลายปีเลยวางแผนมากันอีก คราวนี้อยู่ในสกีรีสอร์ต12วัน เป้าหมายไม่ได้เล่นทุกวัน แต่เป้าหมายคือเล่นเท่าที่อยากเล่น สิ่งที่เราไม่ได้คิดไปคือมันมากเกินไปสำหรับเด็กน้อย ด้วยความที่วินเล่นได้ดีสำหรับเด็กอายุเท่านี้พ่อแม่ก็จัดการให้เรียนซำ้ทุกครั้งที่มา เพราะไม่ได้อยากแค่ให้ลูกเล่นได้ แต่อยากให้เล่นเป็นจริงๆจะได้สนุกอย่างปลอดภัย พ่อแม่ให้วินเรียนทริปละหลายวัน เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่เล่นได้แต่เล่นเป็นและเข้าใจวิธีการลงจากจุดชันๆได้ดี สกี ทริปนี้ วินลงBlackได้ทั้งหมด ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็burnกันสนุกทีเดียว แต่สำหรับเด็กถ้าเติมนำ้เข้าไปไม่พอ ปัญหาจะตามมามากมาย 2วันก่อนกลับวินไข้ขึ้นสูงมากข้าวและนำ้กินได้น้อย ยาก็ไม่ค่อยยอมกิน บ่นว่าปวดท้องเข้าห้องน้ำพอพาเข้าก็ถ่ายไม่ออก ออกมาบางครั้งก็น้อยมากๆ สุดท้ายก่อนจะกลับบ้าน check in ออกตั๋ว โหลดกระเป๋า ทุกอย่างทำเรียบร้อยหมดเหลือแค่พาตัวเดินขึ้นเครื่อง แต่วินไม่ไหว ตอนเช้าเริ่มมีอาเจียน เริ่มปวดท้องขนาดแม่อุ้มเดินยังทนไม่ได้ เราต้องตัดสินใจพาหาหมอที่ญี่ปุ่นเพราะพ่อแม่ก็งัดยาออกมาแก้อาการเบื้องต้นจนหมดทางแล้ว หมอที่สนามบินเขียนจม.ภาษาญี่ปุ่นให้เราถือไปที่ รพ.เด็ก เราเดินทางไปที่แรกไม่รักษาให้เพราะเราไม่มีบัตรประกันสุขภาพของญี่ปุ่น เค้าแนะนำให้ไปรพ.ประจำจังหวัด ที่สุดได้เจอหมอ วินต้องถูกเจาะเลือด เอ็กซเรย์และเจาะเข็มให้น้ำเกลือครั้งแรกที่ต่างแดน นำ้ตาของเด็กน้อยคลอเบ้าตอนที่พยาบาลเจาะแล้วหาเส้นไม่เจอ พยาบาลควานหาเส้นเท่าไรก็ไม่ได้สุดท้ายต้องเปลี่ยนมือ แม่เองยังนำ้ตาไหลสงสารลูก สุดท้ายผลออกมาคือขาดนำ้ไม่ได้ติดเชื้ออะไร ไม่น่าเชื่อว่าจะร้ายแรงขนาดนี้ ต่อไปเที่ยวได้แต่อย่านานเกิน ต่อไปนำ้ดื่มต้องให้กินหมดเป็นขวดๆไม่ใช่จิบไปเรื่อยๆ จนเราเองก็ไม่รู้ว่ากินไปมากน้อยแต่ไหน แพลนเที่ยวเอาสนุกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเดินสายกลาง ต้องพอดีๆ พ่อแม่ได้บทเรียนมากมายจากทริปนี้ เล่าสู่กันฟังเผื่อเป็นประโยชน์ค่ะ ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองถึงจะเป็นช่วงเวลาที่ยาก แต่พวกเราผ่านมาได้แบบมีสติ ตลอดเวลาที่วินไม่สบายแม่เองก็เป็นไข้38-39ตลอด ขอบคุณวิญญาณของความเป็นแม่ที่เติมพลังงานให้ใช้เท่าไรก็ไม่หมดจนกว่าจะเห็นว่าลูกหาย ขอบคุณกำลังใจจากครอบครัวและเพื่อนฝูงทั้งที่เราไม่ได้รับโทรศัพท์และแทบไม่ได้คุยอะไรกับใครเลย ขอบคุณทุกคนที่ยังส่งกำลังใจให้ ขอบคุณจากใจค่ะ’

 

 

ขอบคุณ kuk_krittika