“ทําแผ่นพิเศษเถอะ”
เป็นเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ หลังจาก TATTOO COLOUR (แทตทูคัลเลอร์) ปล่อยคลิปวิดีโอการซ้อมคอนเสิร์ต Tattoo Colour X Thailand Philharmonic Orchestra ร่วมกับวง Thailand Philharmonic Orchestra (ทีพีโอ) หรือวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย ครั้งแรก
อ่านไม่ผิดว่าเป็น “คลิปวิดีโอการซ้อมคอนเสิร์ตร่วมกันครั้งแรก” จริงๆ
เพราะเมื่อแทตทูคัลเลอร์ปล่อยเพลง Cinderella จากอัลบั้ม “ชุดที่ 8 จงเพราะ” เคล้ากลิ่นอายออเคสตราของทีพีโอ หลายคนต่างทึ่งกับความลงตัวที่ไม่น่าเป็นไปได้ระหว่างวงอินดีป๊อปกับดนตรีคลาสสิก เสมือนเป็นความสำเร็จเล็กๆ ให้ผู้จัดงานปลื้มใจ

ความจริงแล้ว คอนเสิร์ตนี้เกิดขึ้นจาก จักรกฤษ เจริญสุข หรืออาจารย์แซ็ก ผู้รับหน้าที่โปรเจ็กต์เมเนเจอร์ ต้องการดึงนักดนตรีรุ่นใหม่เข้ามาเสริม “ความน่ารู้จัก” ของวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย ด้วยการชักชวนวงดนตรีคุณภาพ “แทตทูคัลเลอร์” ร่วมเล่นคอนเสิร์ตเฉพาะกิจ
“เราอยู่ในยุคที่โลกเล็กลงเรื่อยๆ ถ้าเราไม่ขยายตลาดให้คนรับรู้มากขึ้น คนก็จะเล็กลงไปเรื่อยๆ งานนี้ทำให้คนที่ไม่รู้จักได้มารู้จัก ในทางกลับกัน คนที่รู้จักอยู่แล้วก็จะได้เจอเสน่ห์ใหม่ๆ”
อีกทั้งยังต้องการสร้างความเข้าใจใหม่ โดยการ “เบลอสถานภาพ” ดนตรีคลาสสิกที่หลายคนมองว่าเป็นดนตรีชั้นสูง เข้าถึงยาก ส่วนดนตรีป๊อปสามารถเข้าถึงได้ทุกคน
ด้วยการพยายาม “เปลี่ยนโลก” และทำให้เห็นว่า ดนตรีคือสิ่งเดียวกัน ต่างเข้าถึงซึ่งกันและกันได้
จักรกฤษเล่าด้วยว่า การนำนักดนตรีคลาสสิกกว่า 90 ชีวิต ที่มีทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมกับวงอินดี้ป๊อปที่เรารู้จักนั้น “ไม่มีใครเคยทำมาก่อน” คอนเสิร์ตครั้งนี้จึงทำให้รู้สึกว่า คนที่มาชมไม่ได้มาเพื่อ “ดู” อย่างเดียว แต่มาเพื่อ “เสพศิลปะ”
ทั้งศิลปะการ arrange เพลง ความสวยงามของมหิดลสิทธาคาร การจัดวาง ตลอดจนได้รับความสนุกกลับไปด้วย
“ผู้เสพที่ดีไม่ใช่ว่าเราต้องเสพอย่างเดียว แต่ถ้าเราออฟเฟอร์ที่จะเสพศิลปะได้หลายแบบ มันสร้างรสนิยมที่ดีได้”
สำหรับวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย หรือทีพีโอ เป็นวงออเคสตราชั้นนำของประเทศ มีผลงานการแสดงคอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศไม่น้อยกว่า 70 โชว์ต่อปี ก่อตั้งโดย รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข
โดยศักราชนี้เป็นการก้าวย่างสู่ปีที่ 13 ของทีพีโอ ซึ่ง Tattoo Colour X Thailand Philharmonic Orchestra ถือเป็น 1 ในคอนเสิร์ต “เฉพาะกิจ” ที่จักรกฤษบอกว่า ทำเพื่อขยายการรับรู้ เนื่องจากเรามี “ของดี” อยู่แล้ว
“หลายสถาบันที่รีวิวบอกว่า เราเป็นสถาบันเกี่ยวกับดนตรีชั้นนำของโลก แต่ข้อเสียของเราคือเราไม่ค่อยบอกให้เขารู้ว่าเราเก่ง ซึ่งผมว่าดี เพราะบางครั้งถ้าเราบอกว่าเราเก่ง แต่ถ้าเล่นไม่ดี มันก็เสีย
“เราไม่อยากเปิดเผยตัวเองสู่สังคม แล้วสังคมรู้สึกว่าเราไม่ได้ทำงานได้ดีอย่างแท้จริง เราอยากให้คนรู้ตอนที่เราพร้อมแล้ว ซึ่งตอนนี้เราพร้อม นั่นคือการที่เราเอาแทตทูคัลเลอร์มา เอาวงที่มีคุณภาพในสนามดนตรีวงกว้างมา มาเพื่อให้รู้ว่าเรามีคุณภาพจริงๆ”

มาถึงศิลปินอินดี้ป๊อปอย่าง “แทตทูคัลเลอร์” ที่บอกตั้งแต่ต้นว่า คอนเสิร์ตครั้งนี้ “เกินความฝัน” ของพวกเขาไปแล้ว
เนื่องจากทุกสิ่งล้วนแตกต่างกัน ทั้งแนวดนตรี วิธีการทำวง รูปแบบวง ตรงข้ามกันหมด
“แต่ทุกๆ อย่างมันเป็นไปได้” รัฐ พิฆาตไพรี ที่เป็นทั้งมือกีตาร์ นักร้อง และนักแต่งเพลงแห่งแทตทูคัลเลอร์ กล่าวไว้ พร้อมอธิบายต่อว่า อ.แซ็กอยากให้ทุกอย่างเกิดขึ้นจริงๆ ด้วยความจริงใจ ยอมแม้กระทั่งว่าถ้าคอนเสิร์ตนี้จะเจ๊ง หมายความว่าขายบัตรไม่ได้ ไม่มีคนดู เพราะคนอาจนึกภาพไม่ออกก็ตาม แต่ อ.แซ็กก็ให้คิดเสียว่าเป็นคอนเสิร์ตเพื่อการศึกษา พัฒนาวงการ
“หลักๆ ของคอนเสิร์ตนี้จึงไม่ใช่เรื่องยอดบัตรเพื่อเอากำไร แต่เป็นเรื่องของการอยากให้มีอะไรเกิดขึ้นในวงการไทยมากกว่า”
ฝั่ง ดิม-หรินทร์ สุธรรมจรัส นักร้องนำ บอกว่า เหมือนเราเป็นโปรโตไทป์ จะไปร่วมกับใครก็ได้ การนำวงที่ดีที่สุดมาร่วมกับวงที่ไม่น่าทำอะไรกับใครได้เลย ถ้ามันเกิดขึ้นได้ อะไรก็เป็นไปได้แล้วเจอใครก็สบายหมด (หัวเราะ)
“พอกลับมาก็ไม่ใช่ว่าเรานิ่งนอนใจ เรากลับไปทำการบ้านกันทุกคน ในเมื่อเขาให้โอกาสมาแล้ว แม้เราพูดกันแบบตลกโปกฮา แต่ตอนรัฐบอกเรื่องคอนเสิร์ต จั๊มพ์ก็จ้องหาผมเลยว่าเราจะไหวเหรอ ทุกคนเป็นกังวลเรื่องผม กังวลทุกอย่าง
“พอเรามาทำ มันเกิดขึ้นแล้วก็โอเค เหมือนเขาพยายามหาตรงกลางให้เรา”
ถามถึงเรื่องการซ้อม จั๊มพ์-ธนบดี ธีรพงศ์ภักดี มือกีตาร์เบสบอกว่า พี่ออม (ธนพล เศตะพราหมณ์-คอนดักเตอร์) พูดไว้ช่วงซ้อมวันแรกว่า ตามสบายเลย แบบที่เราเล่นตามปกติ จึงไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่ ฟังสิ่งที่เขาเล่น เราก็จินตนาการไป
“บอกว่า ‘หยุด’ บางทีก็ไม่เข้าใจนะ ต้องบอก stop” เป็นดิมที่กล่าวออกมา สร้างเสียงหัวเราะจากทุกคน
ผิดกันกับ ตง-เอกชัย โชติรุ่งโรจน์ มือกลอง ที่ยอมรับว่า “เครียด” เพราะต้องช่วยนับจังหวะให้ทุกคน
“เราเป็นใคร เราไปนับจังหวะให้เขา ก็ไม่กล้า แต่พี่ออมบอกว่า ถ้าให้นับจะหันมามองเอง”

และงานนี้จะขาด คอนดักเตอร์ ไปไม่ได้เลย ครั้งนี้มี ธนพล เศตะพราหมณ์ หรืออาจารย์ออม หัวหน้าสาขาวิชาการอำนวยเพลง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล นั่งแท่นคุม
โดยคอนดักเตอร์เปรียบเสมือนผู้กำกับภาพยนตร์หรือละคร เพราะเมื่อได้รับบทมา หน้าที่หลังจากนั้นคือต้องเสกว่า ฉากที่พระเอกกับนางเอกพบกันเป็นอย่างไร ต้องเดินออกมาทางไหน ส่วนธนพลเองมี “โน้ต” ซึ่งนักดนตรีจะเล่นตามโน้ตที่เขียนไว้
“ในโน้ตเขียนว่าให้เล่นสั้น แต่คำว่า ‘สั้น’ สำหรับคนนี้กับอีกคนไม่เหมือนกัน คอนดักเตอร์ที่อยู่ข้างหน้าวงจึงมีหน้าที่ทำให้ทิศทางการเล่นไปในทางเดียวกัน”
ประกอบกับนักดนตรีทีพีโอมีจำนวนมาก บางคนหยุดเล่นไป 5 นาที จะกลับเข้ามาอีก เขาก็นับอยู่ แต่ไม่แน่ใจว่าใช่ไหม คอนดักเตอร์มีหน้าที่บอกเขาว่าให้เริ่มตรงนี้นะ

สำหรับการมีแทตทูคัลเลอร์ร่วมแจมกับทีพีโอครั้งนี้ ธนพลกล่าวว่า จำต้องใช้สกิลอีกอย่างหนึ่ง เพราะเมื่อมีวงมาอยู่ด้านหน้า จึงต้องทำหน้าที่ “โค-ออดิเนเตอร์” ระหว่าง 2 สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ต่างคนต่างต้องฟังเสียงของกันและกัน บางทีนักดนตรีได้ยินกันบ้าง ไม่ได้ยินกันบ้าง เราอยู่ตรงกลางจึงต้องทำหน้าที่ตัดสินใจ ทำให้แน่ใจว่าทุกคนจะเล่นไปในทางเดียวกัน
“เป็นความท้าทายอีกแบบหนึ่ง”
ท้ายที่สุด ธนพลให้ความเห็นในทำนองเดียวกับจักรกฤษ นั่นคือ “อยากให้คนมาดูออเคสตรามากขึ้น”
“อยากให้มองเป็น ‘พาหนะ’ อย่างหนึ่งที่จะเล่นอะไรก็ได้ ที่ผ่านมาเรามีทั้งเพลงประกอบหนัง เกม อนิเมะ กระทั่งบรอดเวย์ก็เล่นหมดแล้ว
“อยากให้ออเคสตราเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในการเสพดนตรีของทุกคน”


‘เต้นกันสนั่นฮอลล์’
ปรากฏการณ์ใหม่ @ มหิดลสิทธาคาร
คอนเสิร์ต Tattoo Colour X Thailand Philharmonic Orchestra จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยรอบวันที่ 23 นั้น การแสดงเริ่มต้นเวลา 19.00 น. ซึ่งเป็นช่วงแห่งการวัดใจสุดสุด ส่วนวันที่ 24 เริ่มเล่นเวลา 16.00 น. ซึ่งยังไม่ค่ำ แต่ก็ไม่เร็วเกินไป
ทันทีที่ไฟในฮอลล์หรี่แสงลง วงทีพีโอบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นพาทุกคนดำดิ่งกับเพลงแทตทูคัลเลอร์ด้วยการเล่น Overture Tattoo Colour เปิดคอนเสิร์ตด้วย 3 เพลงจังหวะสนุก ทั้งอากาศร้อนๆ เรือสำราญ และเผด็จเกิร์ล
และเป็นแทตทูคัลเลอร์เองที่เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ เมื่อทั้ง 4 คนปรากฏตัวพร้อม “ชุดสูทเรียบร้อย”
ไม่รอให้แฟนๆ ตั้งตัว แทตทูคัลเลอร์กับทีพีโอเริ่มคอนเสิร์ตด้วยเพลงที่ขนกันมาตั้งแต่อัลบั้มแรก “Hong Ser” (พ.ศ.2549) จนถึงอัลบั้มล่าสุดอย่าง “สัตว์จริง” (พ.ศ.2560) รวมแล้วกว่า 21 เพลง!
แถมยังแบ่งการเล่นออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกเป็นเพลงงดงาม แต่ไม่ได้ช้าอย่างเดียว ที่มีตั้งแต่เพลงเธอต้องมีฉัน, เปิดเพลงไหน เปิดเมื่อไหร่ ก็ยังสวยงาม, เผด็จเกิร์ล, เผลอไป, โอกาสสุดท้าย เรื่อยไปจนถึงเพลงปิดช่วงแรก โดยแทตทูคัลเลอร์ เลือก “ฟ้า” จากอัลบั้ม “Hong Ser” ซึ่งต้องบอกว่า ได้ยินแล้วขนลุกสุดสุด
จากนั้นเข้าสู่ช่วงพักครึ่งนานกว่า 20 นาที เป็นเวลาให้แฟนๆ เตรียมพร้อม “กระโดดโลดเต้น” ต่อในช่วงที่ 2
แทตทูคัลเลอร์ทั้ง 4 คนกลับเข้ามาพร้อม “ถอดสูท” ออกเรียบร้อยแล้ว เป็นสัญญาณของ “ความสนุก” ชุดสุดท้ายที่ทุกคนต่างเฝ้ารอ


โดยช่วงที่ 2 ยังมีเพลงช้าอยู่บ้างนิดหน่อย แต่ที่มากหน่อยคือเพลงเร็ว จังหวะสนุก ทุกคนโยกตัวตามได้ ทั้งเพลงรถไฟ, คืนนี้สบาย, ฝากที, โกหก, Cinderella พร้อมส่งท้ายด้วย “ขาหมู” ที่แฟนๆ ช่วยกันร้องและเต้นจนมหิดลสิทธาคารสั่นสะเทือน!
แต่ความสนุกยังไม่จบ! เมื่อแทตทูคัลเลอร์กับทีพีโองัด “เผด็จเกิร์ล” มาเล่นอีกครั้ง
งานนี้มีทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความขอบคุณ ตลอดจนเสียงปรบมือสนั่นกังวาน
ที่สำคัญ ภายหลังจบงานได้คุยกับ ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ซึ่งอาจารย์กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า คอนเสิร์ตนี้มีผลตอบรับค่อนข้างดี เป็นมิติใหม่ที่เมื่อแฟนๆ ชอบดนตรีแล้วสามารถปรบมือ ลุกขึ้นเต้นได้เลย เป็น “จุดประกายใหม่” ทำให้คนเห็นว่า ดนตรีออเคสตราไม่ต้องสุภาพเรียบร้อยตลอดไป อีกทั้งออเคสตราเองสามารถปรับตัวเข้ากับวงประเภทใดก็ได้
“ในซีซั่นหน้าเราตั้งใจจะทำแบบนี้ นั่นคือการผสมกันมากขึ้น ได้คุยกับ อ.สุกรีไว้คร่าวๆ แล้วว่าเราจะค่อยๆ สร้างวัฒนธรรมการดูคอนเสิร์ตใหม่ ให้ออเคสตราเล่นกับเพลงที่เขาชินหูและสามารถร้องตามได้
“ผมเห็นภาพออเคสตราที่เล่นบนเวทีครั้งนี้ รู้สึกว่าเขามีชีวิตชีวา นี่เป็นเรื่องที่ดี คือเล่นดนตรีแล้วมีความสุข เหมือนเป็นการเติมพลังให้เขา เพราะฉะนั้นในอนาคตพอเขากลับมาเล่นดนตรีคลาสสิกอีกจะได้มีชีวิตชีวาขึ้น”
แล้ว Tattoo Colour X Thailand Philharmonic Orchestra ของทั้ง 2 รอบการแสดงก็จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ




ชมภาพความประทับใจในคอนเสิร์ต Tattoo Colour X Thailand Philharmonic Orchestra เพิ่มเติม คลิก และ คลิก

