พอเจอหน้ากันแล้วคุยเรื่องละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ พระเอก โป๊บ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ก็ยิ้มกว้าง
แล้วก็กว้างขึ้นไปอีก ตอนพูดถึงฉายา ‘คุณหมื่นจอมแร็พ’ ที่ได้รับ
ทั้งนี้โป๊บซึ่งปัจจุบันถูกเรียกขานเป็น ‘พ่อเดช’ บ้าง ‘พี่หมื่น’ บ้าง ‘พ่อขุน’ บ้าง ของแฟนๆ บอกด้วยว่าดีใจที่ผลงานซึ่งทุ่มเททำแบบ “หนักสุดในชีวิต” ได้รับการตอบรับดี๊ดีเช่นนี้
การตอบรับอย่างที่หายไปนาน

“ในเฟซบุ๊ก ไอจี มีคนมาคอมเม้นท์เยอะ เป็นคนหน้าใหม่ รู้สึกว่าละครเรื่องนี้ทำให้คนมาดูละคร ความรู้สึกแบบนี้กลับมาอีกครั้ง เพราะว่าไม่ได้รู้สึกมาตั้งแต่ คุณชาย (ซีรี่ย์ชุด ‘สุภาพบุรุษจุฑาเทพ’ ) และช่วง ‘สามีตีตรา’”
“มันนานแล้วไง” เขาว่า
อย่างไรก็ตาม ประสาคนอายุ 35 และทำงานในวงการบันเทิงมาแล้ว 8 ปี เขาก็ว่ากระแสเหล่านี้เกิดขึ้นมา และอีกไม่นานก็จะดับไป
“เป็นสัจธรรม”
ก็เหมือนกันกับตัวเขา ที่ “ทุกอย่างมีขึ้นมา แล้วก็มีตรงกลาง แล้วมันก็มีหายไป เราก็รู้ลึกๆว่าเราต้องลง รู้อย่างนี้ตั้งแต่แรก ที่เล่น ‘ดอกส้มสีทอง’ ที่เห็นภาพชัดคือ เห็นกับตัวเอง ว่าเราเคยมีคนสนใจ มีคนนิยม มีโฆษณาเข้ามา อีเว้นท์เยอะ แฟนคลับเยอะ แล้วพอช่วงหลัง 3-4 ปีหลัง ก็นิ่งๆ ยังมี แต่ว่าก็น้อย เริ่มนิ่ง เริ่มเงียบ เริ่มไม่มีใครพูดถึง แล้วตอนนี้ก็กลับมา มาเยอะเลย ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่เราคิดตั้งแต่แรก มันถูกต้อง มันจริง”
บอกอีกว่า ความจริงเชื่อเรื่องสัจจธรรมนั้นอยู่แล้ว “เพียงแต่ว่ามันเห็นด้วยตา รู้ด้วยใจ เลยรู้สึกเฉยๆ ไม่ทุกข์ ไม่สนใจ ในสิ่งที่เกิดขึ้น”
ด้วยตระหนักดี “เดี๋ยวอีก 1-2 ปี ก็หายไป”
ในช่วงที่กระแสหายนั้น โป๊บบอก ตัวเขาพยายามไม่คิดอะไรมากไปกว่า ถ้ามีละครให้แสดงอยู่ เขาก็แสดงละครไป อย่างไรก็ดียอมรับว่า “บางทีก็มีคิดแหละ แต่เราเอาธรรมะมาสอน ว่าอย่าไปโฟกัสกับมันมาก ทำงานไป อยู่กับเพื่อน ครอบครัว เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”
และเดี๋ยวพอผลงานออกมาใหม่ กระแสก็จะมีขึ้นมาอีก
“แต่ว่าถ้าวันหนึ่งจะไม่มีละคร ก็ไม่ได้กลัว คิดว่าถ้าเราทำดี คิดดี เดี๋ยวก็มีอะไรดีๆเข้ามา”
เหมือนกับที่อยู่ช่อง 3 มา 8 ปี เขาก็มีงานตลอด ไม่เคยว่าง อาจมีบ้างที่หายหน้าจากจอ แต่นั่นเพราะอยู่ระหว่างการถ่ายทำ ที่บางครั้งก็ล่าช้า
“ผมเป็นคนโชคดี ได้งานละเอียดทุกเรื่อง ไม่เคยเจองานเร็วเลย ถ่าย 8 เดือนอย่างน้อย 1 ปีตลอด ‘บุพเพฯ’ นี่หนักที่สุดในชีวิตเลย 1 ปี 8 เดือน แต่เห็นกระแสมาแบบนี้ คุ้มที่เหนื่อย” เผยความรู้สึกแล้วเขาก็หัวเราะเบาๆ

แล้วว่าสิ่งที่เขาคิดไว้ตอนนี้ คืออยากเล่นไปเรื่อยๆ “จนกว่าจะมีคนไม่อยากให้เป็นพระเอกแล้ว แก่แล้ว ก็เปลี่ยนบทบาทไป”
“ผมสนุกนะเวลาแสดงละคร เวลามีคนติชมก็สนุก รู้สึกเหมือนส่งงานแล้วมีอาจารย์คอมเม้นท์ เป็นความรู้สึกนั้น”
อย่างไรก็ตาม หวังว่าจะยังไม่ต้องรีบเปลี่ยนบท ด้วยเจ้าตัวสารภาพตามตรงว่าตอนนี้ยังยึดติดกับการเป็นพระเอก
ก็ “มันยังได้อยู่” เจ้าตัวยืนยันพลางยิ้มกว้าง
อย่างหล่อ.

