เคล็ดไม่ลับ ความรักยุค 4.0 ต้องใช้ ‘หัวใจ’ คู่ ‘ใบโพธิ์

17.03.18 | 08:00 น.

เพราะเล็งเห็นถึงสังคมที่เทคโนโลยี 4.0 เข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์มากขึ้น อีกทั้งเมื่อทุกสิ่งรวดเร็วได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ยังผลให้เกิดการปัญหาต่างๆมากมาย วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก จึงร่วมกับ ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 จัดโครงการ หัวใจกับใบโพธิ์ ครั้งที่ 9 : รักทันยุค 4.0 ขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ โดยจัดให้มีการปาฐกถาและเสวนาในหัวข้อ ‘รักชีวิต อย่าติดเกม’ และ ‘รักชีวิต อย่าติดโซเชียล’ โดยพระพรพล ปสันโน เลขานุการเจ้าอาวาส วัดพระราม ๙ ฯ, ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3และนักแสดงสาว แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด ณ ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารจามจุรีสแควร์ เพื่อมุ่งเน้นการแบ่งปันข้อคิดและวิธีการใช้สื่อแบบพอดี เพื่อให้ทุกคนได้ตั้งรับการเปลี่ยนแปลงในทุกยุคสมัย

ทั้งนี้ก่อนจะเริ่มปาฐกถาและเสวนาได้มีการยกคำพูดของ พระราชญาณกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ที่ให้ความหมายถึงชื่องานว่า ‘หัวใจ’ ใช้แทน ‘ความรัก’ ส่วน ‘ใบโพธิ์’ นั้นแทนความรู้ ซึ่งถ้าความรักกำกับได้ด้วยความรู้ก็จะไม่เกิดปัญหา

ขณะที่ เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป เจ้าของนามปากกา ‘ตุ๊บปอง’ ผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กก็ว่า เด็กทุกคนเรียนรู้จากคนก่อนเสมอ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในสังคมจึงมักเกิดจากพ่อแม่ล้วนๆ ที่เป็นคนหยิบยื่นเครื่องมือสื่อสารให้ลูก ดังนั้นไม่ว่ายุคสมัยไหนพ่อแม่ทุกคนก็ควรรักลูกให้เป็น

“รักอะไรก็แล้วแต่ ให้รักอย่างมีประมาณ อย่าให้จนหมด แม้แต่รักลูกก็ตาม”

ขณะที่ถ้าเป็นความรักของคู่รัก ก็ “อย่าให้ถึงเนื้อถึงตัว”

เพราะ “ถ้าเมื่อไหร่เรายอมให้รักถึงเนื้อถึงตัว เราก็จะเสียเนื้อเสียตัวได้ง่ายมาก” ว่าอย่างไหน

Advertisement

สำหรับชาคริต ดิเรกวัฒนชัย ก็พูดในฐานะคนทำสื่อ ว่าสื่อเองมีความตั้งใจดีเป็นส่วนใหญ่ และอยากเห็นความเจริญของประเทศ แต่ขณะเดียวกันในส่วนของการรับสื่อนั้น ครอบครัวควรเฝ้าระวังการใช้เครื่องมือสื่อสารอย่างใกล้ชิด แต่การจะเฝ้าระวังดังกล่าวก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน เพราะต้องไม่ให้เขารู้สึกว่า ‘เราเข้าไปในชีวิตเขา’ แต่ ‘เราเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต’ หรือเรียกง่ายๆว่าไม่ทำให้เขารู้สึกถูกติดตามนั่นเอง

“การสร้างกฎระเบียบในการเล่น จะด้วยการควบคุมไวไฟ ควบคุมเวลาหรืออะไรก็ตาม ให้เขารู้สึกมีระเบียบวินัย ในระยะยาวก็น่าจะพอช่วยได้” เขากล่าว

พร้อมกันนั้นก็ว่าสองสิ่งที่เขามักสอนลูกหลานอยู่เสมอ คือการใช้วิจารณญาณในการแชร์ข่าว และความกล้ารับผิดในสิ่งที่ทำพลาดไปในโลกโซเชียล ซึ่งหากทุกคนทำได้จะเป็นการดำเนินชีวิตแบบยุค 4.0 ที่ดีอย่างแน่นอน

ด้าน แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด ก็ว่า การติดอะไรก็แล้วแต่ ส่งผลทำให้ความรับผิดชอบน้อยลง เธอเองก็ต้องหักห้ามใจ จนปัจจุบันสามารถแยกแยะเวลาได้ อย่างไรก็ดีไม่ปฏิเสธว่าโซเชียลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นทุกครั้งในการเสพสื่อเธอจึงพยายามมีสติเสมอ

“เดี๋ยวนี้คนอาจจะมองว่าเทคโนโลยีหรือโซเชียลเป็นสิ่งไม่ดี แต่แพทกับรู้สึกว่าเราสามารถใช้ให้มันมีประโยชน์กับชีวิตได้ เพราะฉะนั้นอยู่ที่ตัวเรานี่แหละค่ะที่จะใช้ให้เป็นประโยชน์ อย่าใช้ในทางที่ผิด อย่าใช้มันทำร้ายคนอื่น ทำร้ายตัว” แพทกล่าว

อีกมุมหนึ่งจาก พระพรพล ปสันโน ก็ว่าความเร็วแรงของเทคโนโลยีในยุคนี้ สามารถทำลายคนได้เร็วแรงเหมือนกัน โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านข้อความแบบไม่เห็นหน้า ทำให้คนขาดความเกรงใจกัน

“ปัจจุบันนี้คนที่โพสต์ก็แค่สะใจ หรือบางทีก็แค่การระเบิดอารมณ์ผ่านคีย์บอร์ดส่งไป โดยที่ไม่ได้คิดต่อว่าเขาอ่านแล้วจะรู้สึกอย่างไร บางทีบางข้อความ ภาพบางภาพ คนอ่านเห็นแล้วถึงกับทำร้ายตัวเอง ฆ่าตัวตายก็มี แต่หากเป็นการว่ากันแบบซึ่งๆหน้า พอเราเห็นเขาเสียใจก็มีโอกาสขอโทษและอธิบายกันได้ทันที”

ส่วนปัญหาการติดเกมหรือใช้โซเชียลมากไปของเด็กๆ พระปสันโนก็ว่าเป็นเรื่องที่เลิกยาก หากอยากหาทางออก ผู้ปกครองต้องใช้เวลาและความเข้มแข็ง ลองหาสิ่งอื่นที่ลูกหลานชอบทำทดแทน หรือยึดหลักตามพระพุทธศาสนาที่สอนให้ฝึกอยู่กับตัวเอง ตามโครงการรากแก้วทางศาสนทายาท ที่ทางวัดพระราม ๙ฯ จัดขึ้น โดยฝึกการดูลมหายใจ เดินจงกรม เมื่อฝึกใจให้เป็นระบบเป็นความรับผิดชอบก็จะมา ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าได้ผลจริงกับเด็กที่ติดเกมส์ พร้อมแนะข้อคิดที่สำคัญไว้ว่า

“อย่าใช้ความรุนแรงหรือคำพูดที่รุนแรง แต่กลับกันให้ใช้ความเมตตากับเขา ในวันหนึ่งจะเกิดสิ่งมหัศจรรย์”
สุดท้ายท่านได้กล่าวถึงนิยามความรักตามพระพุทธศาสนาว่า คือ ความเมตตา ความรักและปรารถนาดีต่อผู้อื่น ให้ผู้อื่นมีความสุขมากกว่าตัวเรา

“การตั้งสเตตัสโสด หรือตั้งเป้าว่าเมื่อไหร่จะมีใคร เป็นความรักที่อยู่บนพื้นฐานความต้องการของเราทั้งนั้น”

“ความรักที่แท้จริงต้องรักด้วยความเมตตา คนที่เรารักอาจไม่ใช่แค่แฟน แต่เป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนร่วมงานก็ได้ ที่เราจะทำให้เขามีความสุข”

เป็นการใช้หัวใจกับใบโพธิ์ควบคู่กัน