เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 มีนาคม ที่ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจัดงานพบปะผู้แต่งนิยายเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” คุณจันทร์ยวีร์ สมปรีดา หรือ “รอมแพง”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศคึกคักตั้งแต่ก่อนเวลาเริ่มงาน โดยมีแฟนหนังสือและแฟนละครเดินทางมารอบริเวณสถานที่จัดงานเป็นจำนวนมาก ล้นจนถึงบันไดทางขึ้นชั้น 2 โดยเจ้าหน้าที่ต้องมีการแจกบัตรคิวสำหรับการขอลายเซ็น นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยกับนักเขียน
“รอมแพง” กล่าวว่า ตนค้นคว้าข้อมูลในการเขียนเรื่องบุพเพสันนิวาสนาน 3 ปี โดยมีการเดินทางไปค้นเอกสารโบราณหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพฯ โดยในช่วงเวลานั้นยังไม่สามารถถ่ายสำเนาเอกสารได้ ต่างจากในปัจจุบันซึ่งทางหอสมุดฯ ได้พัฒนาไปมาก
“รอมแพง” ยังกล่าวอีกว่า ในการเขียนนิยาย ไม่เพียงเรื่องบุเพสันนิวาส แต่รวมถึงเรื่องอื่นๆ ตนได้พยายามค้นคว้าข้อมูลอย่างเต็มที่ มีคติการทำงานคือ หากทำอะไรแล้ว ต้องทำให้สุดกำลังความสามารถ โดยในช่วงหนึ่งได้สมัครเข้าเรียนต่อระดับปริญญาโท ที่ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้ศึกษาข้อมูลได้อย่างลึกซึ้ง
“รอมแพง” ยังกล่าวถึงประเด็นซึ่งแฟนละครชื่นชอบและเป็นกระแสอย่างมาก คือ เรื่องอาหาร โดยยอมรับว่าชอบรับประทานมะม่วงน้ำปลาหวานและกุ้งเผา ดังที่ปรากฏในนิยาย
“ตอนเขียนก็คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกคือเกศสุรางค์ มานึกว่าถ้าย้อนยุคไปอยากเจออะไร อยากทำอะไร พอดีชอบมะม่วงน้ำปลาหวานกับกุ้งเผา เลยใส่ไว้ในเรื่อง กุ้งเผานี่ชอบมาก บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์บอกว่าพอพ้นวิกฤตหนังสือขาดตลาดแล้วไปกินข้าวกัน ถามว่าอยากกินอะไร เลยตอบว่า ขอกินกุ้งยักษ์ 2 ตัวโล (หัวเราะ)”
สำหรับประเด็นเรื่องการสั่งทำกระทะนั้น ตนเขียนให้เกศสุรางค์สั่งทำกระทะเพื่อปูเรื่องสู่การที่นางเอกช่วยเหลือพระเอกด้วยการผายปอด เหมือนเป็นบุพเพสันนิวาสที่ว่า หากเกศสุรางค์ไม่ได้ย้อนกลับไปช่วยพระเอกในครั้งนั้น พระเอกจะเสียชีวิต และจะไม่เกิดเรื่องราวบางอย่างขึ้น เช่น การได้เป็น “ตรีทูต” เดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศส กล่าวคือนางเอกเป็นผู้ที่ทำให้ประวัติศาสตร์ดำเนินไป


