เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (มติชน อคาเดมี) จัดทัวร์ย้อนอดีต “ดูละคร บุพเพสันนิวาส ดูประวัติศาสตร์อยุธยา” โดยมี นายปรีดี พิศภูมิวิถี เป็นวิทยากรให้ความรู้ตลอดทั้งการเดินทาง
นางศาริสา จินดาวงษ์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา กล่าวว่า อิทธิพลของละครบุพเพสันนิวาส ช่อง 3 ขึ้น โดยในเดือนมกราคม 2561 มีผู้เข้าชม 12,775 คน กุมภาพันธ์ 9,600 คน แต่ในเดือนมีนาคม หลังจากที่ละครออนแอร์ มีผู้เข้าชมถึง 14,952 คน เป็นกระแสที่ดีที่ละครทำให้ผู้คนในสังคมตื่นตัวถึงความเป็นไทยมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา ได้นับเกียรติจากละครเรื่องนี้ ให้ใช้ห้องจัดแสดงห้องที่ 1 ตรงบริเวณตู้จัดแสดง ที่จัดเป็นห้องเรียนของเกศสุรางค์ในชาติภพปัจจุบัน พร้อมทั้งนี้พิพิธภัณฑ์ทำป้ายชักชวนคนตามโบราณสถานต่างๆ เช่นวัดไชยวัฒนาราม วันพุทไธศวรรย์ วัดมหาธาตุ เพื่อดึงดูดให้มาชมพิพิธภัณฑ์ หลังจากที่ไปวัดต่างๆ
นางศาริสากล่าวว่า โดยเครื่องกรองน้ำเป็นจุดสำคัญที่ดึงดูคนมาพิพิธภัณฑ์ โดยเครื่องกรองน้ำจะอยู่บริเวณจุดที่เป็นหมู่เรือนไทย ด้านข้างอาคารจัดแสดงหลักของพิพิธภัณฑ์ โดยมาจากวัดสามเรือง อ.บางประอิน เมื่อปี 2534-2540 แต่ไม่ปรากฎว่าใครเป็นผู้ให้ โดยมีผู้ใหญ่แดงเป็นผู้สร้างถวายวัด
นางศาริสากล่าวอีกว่า ประชาชนในที่เข้ามาชมพิพิธภัณฑ์มีความนิยมที่ใส่ชุดไทยเข้ามาเพิ่มขึ้น โดยมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นการเรียนของคนรุ่นใหม่ที่เมื่อก่อนคิดว่าพิพิธภัณฑ์เป็นแค่ที่เก็บสมบัติ หรือเป็นสิ่งเก่าๆ มองในรูปแบบใหม่ และเป็นแหล่งความรู้ เพราะพิพิธภัณฑ์มีจุดอื่นๆ ที่เป็นจุดที่ให้รู้นอกระบบให้คนในสังคมอีกจำนวนมาก ถ้าสนใจเข้ามาจะรู้ว่าประวัติศาสตร์อยุธยาบางช่วงที่สำคัญ
นางศาริสากล่าวเสริมว่า ที่เกิดพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยาได้สร้างมาช่วงกรุแตก ปี พ.ศ.2500 แล้วพบโบราณวัตถุที่ล้ำค่ามากคือ เครื่องทอง ที่วัดราชบูรณะ พบพระบรมสารีริกธาตุ ที่วัดมหาธาตุ ซึ่ง 2 เหตุผลนี้ทำให้เกิดพิพิธภัณฑ์ขึ้นมา โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการที่ทำให้เกิดงานพิพิธภัณฑ์ในส่วนของภูมิภาค
โดยท่านตรัสว่าของพบเจอที่สถานที่ให้จัดแสดงที่นั่น โดยพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา เป็นพิพิธภัณฑ์ภูมิภาคแห่งแรกของกรมศิลปากร ที่ได้เกิดจากพระราชดำริที่พระองค์ท่านให้แนวความคิดมา แต่ก่อนพิพิธภัณฑ์ไม่มีกำลังทรัพย์ในการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ แต่ด้วยความโชคดี นักโบราณคดีลงไปที่กรุวัดราชบูรณะ และเจอพระพิมพ์เป็นจำนวนหลักแสนองค์ ที่มีความเหมือนกัน จึงเอาพระพิมพ์รุ่นนี้มาจำหน่ายในราคา 20 บาท ใบขนุนจำนวน 200 บาท ได้เงินทั้งสิ้น 3 ล้านกว่าบาท และได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นมา
นางศาริสากล่าวว่า ปัจจุบันทางเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ทำงานหนักมาก โดยปกติเปิดให้เข้าชมทุกวันไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี โดยเจ้าหน้าที่จะมีการหยุดสลับเวียนกัน ไม่มีวันหยุดในเทศกาล เพราะว่าการมาดูโบราณสถานที่สำคัญ ถ้าไม่ได้ดูโบราณวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกัน คงจะไม่สมบูรณ์กับการที่เข้ามาชม
“ตอนนี้มีนโยบายการจัดสร้างอาคารเครื่องทอง โดยนายอนันต์ ชูโชติ อธิกรมบดีดรมศิลปากร โดยนำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 จะเสร็จเดือนพฤศจิกายน 2561 โดยนำโบราณวัตถุเครื่องทองที่เก็บไว้ที่ห้องมหคภัณฑ์ สถานแห่งชาติพระนคร มาวิเคราะห์วิจัยว่าเป็นเครื่องทองและนำวัตถุมาจัดแสดง และจะมีการปรับปรุงอาคารที่ 1 และอาคาร 2 ต่อไป และจะมีการเปิดคลังกลางที่ คลอง 5 จากที่ได้รับผลตอบรับดีทำให้ชาวบ้านในละแวกนี้ผลประกอบการดีขึ้น และไม่อยากจะให้กระแสในการมาเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาลดหายลงไป” นางศาริสากล่าว



