‘เพราะหนึ่งชีวิตของพวกเขาจะต้องหาเลี้ยงคนในครอบครัวที่อยู่ข้างหลังอีก’ นี่คือคำพูดของ อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้สัมภาษณ์กับรายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TVถึงผลกระทบของพ่อค้าแม่ค้า ขณะที่เจ้าตัวแวะมาตลาดชั่วคราวบริเวณปากซอยศรีนครินทร์ 53 ที่ถูกศาลสั่งย้าย 5 ตลาดคู่กรณีคดีป้าทุบรถ
โดยเจ้าตัวได้เล่าว่าตนได้ออกมาวิ่งที่สวนหลวง ร.9 มาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี และรู้สึกว่าตลาดที่เคยมีนั้นเปรียบเสมือนศูนย์รวมของเหล่านักวิ่ง และการพบปะของสังคมผู้สูงอายุ เมื่อวันหนึ่งที่ตลาดหายไป ตนจึงรู้สึกเสียดายวิถีชีวิตแบบนี้ และหลังจากได้พูดคุยกับชาวบ้านที่ค้าขายก็ได้ทราบถึงผลกระทบทั้งปัญหาการสูญเสียลูกค้าประจำเนื่องจากล็อคเวียน ไม่มีที่จอดรถและที่สำคัญคือไม่คึกคักเหมือนที่เก่า จึงปรึกษาทีมกฎหมายเพื่อร่วมกันหาทางออกเรื่องนี้ และพบว่ายังมีพื้นที่ละแวกเดิม ที่มีความหนาแน่นน้อย รวมทั้งมีพื้นที่ประกอบการไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร สามารถตั้งตลาดได้ จึงคิดล่ารายชื่อชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ เพื่อนำยื่นเรื่องต่อ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขอผ่อนผันจนกว่าศาลจะตัดสิน
“ผมกำลังรวบรวมรายชื่อประชาชนที่อยากให้ฟื้นฟูวิถีชีวิตของชุมชนตลาดสวนหลวงได้กลับมาอีกครั้งนึง ซึ่งผมก็คิดว่าจะมีจำนวนมากพอสมควร แล้วเราก็จะฟังเสียงของคนไม่เห็นด้วยว่าเพราะอะไร แต่แน่นอนว่าสิทธิของคุณป้าที่เดือดร้อนเราก็ต้องคำนึงถึงด้วยเพราะว่าเขาได้รับผลกระทบโดยตรง เราก็ต้องหาวิธีที่จะดูแลกันและกัน” อี้กล่าว
ทั้งนี้ตนก็เข้าใจป้าทุบรถเช่นกันจึงให้ทุกฝ่ายหันหน้าหากัน โดยคำนึงถึงกฎหมายที่ถูกต้อง
“แต่ว่าอย่างที่บอกการตีความกฎหมายเพียงด้านเดียว ผมว่ามันไม่ยุติธรรม เราก็พยายามช่วยกันและอธิบาย เราไม่ได้มาในฐานะที่จะได้ผลประโยชน์อะไรจากตลาดเลยนะครับ แต่ว่ามีความสุขที่เห็นผู้คนได้มาใช้ชีวิตที่ตลาด มันเป็นความสุขที่ผมคิดว่าหาได้ยาก และมันก็สั่งสม ก่อสร้างมานานเป็นสิบ ๆ ปี” เขากล่าว
ทั้งนี้ยังว่าไม่อยากให้หลายคนอ่อนไหวไปกับกระแสโซเชียลมากจนเกินไป
“ขณะเดียวกันคนในโซเชียก็ยังฟังความข้างเดียว ลองฟังหลายๆุุมุมลองฟังแล้วมาสัมผัสดู”
ทั้งนี้หลังจากข่าวดังกล่าวแพร่ออกไป ในโลกโซเชียลก็ปรากฏความเห็นโดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย บางส่วนบอกว่าให้ ลองเชิญพ่อค้าแม่ค้าไปเปิดตลาดรอบบ้านของตนดู
อย่างไรก็ตามก็มีบางส่วนเข้าใจเจตนารมณ์ที่อยากหาทางออกร่วมกัน.
ฟังข่าวนี้แบบเต็มๆ จากรายการทุบโต๊ะข่าว
ขอบคุณ

