เมื่อข้าพเจ้าเขียน ‘ย่ำแดนมังกร’

เพียงหนังสือพระราชนิพนธ์ชุดเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็มากถึง ๕๓ เล่มแล้ว ยังพระราชนิพนธ์ทั่วไปอีก ๑๖ เรื่อง พระราชนิพนธ์บทกวีอีก ๙ เรื่อง พระราชนิพนธ์แปล ๑๙ เรื่อง พระราชนิพนธ์วิชาการ ๓๑ เรื่อง หนังสือร่วมพระราชนิพนธ์ ๑๑ เรื่อง เพลงพระราชนิพนธ์ ๔๔ เพลง ย่อมยอมรับกันได้ทั่วไปว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านวรรณศิลปเป็นล้นพ้นประมาณ

ยังมีพระราชนิพนธ์อีกเรื่องที่น่าสนใจยิ่งยวด เป็นหนังสือซึ่งทำจากคำบรรยายในสมเด็จพระเทพฯเรื่อง ย่ำแดนมังกร ที่ทรงแสดง ณ ห้องประชุมสถาบัน เอไอที. แก่นักศึกษาชั้นปีที่ ๑ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

เป็นหนังสือที่ ” …ไปต่างประเทศ สภาพแวดล้อมต่างๆแปลกจากเดิมที่เคยพบเคยเห็น ก็จดบันทึกเก็บไว้ แล้วได้มาอ่านมาคิด จะดีกว่าพอเห็นอะไรแล้วปล่อยทิ้ง ไม่บันทึก พอผ่านไปแล้วก็ลืม ไม่มีประโยชน์อะไรเลย… ”
และ ” …การได้ไปที่อื่นนอกจากบ้านเกิดเมืองนอนก็ดีไปอย่างหนึ่ง คือ ได้เห็นว่าคนอื่นเขาทำอย่างไรกับชาติของเขา… ส่วนดีบางส่วนของเขา อาจจะพอเข้ากับพื้นฐานของเรา และเป็นสิ่งที่เรายังนึกไม่ถึง เราจะได้ทำ เป็นการรับเอาวัฒนธรรมต่างชาติมากลั่นกรอง ดีกว่านั่งอยู่บ้าน แล้วดูดซึมเอาของดีบ้างไม่ดีบ้างของเขามาโดยไม่รู้ตัว… ”

เมื่อข้าพเจ้าเขียนย่ำแดนมังกร ซึ่งประกอบด้วยพระบรมฉายาลักษณ์สีชวนชมตลอดเล่มนี้ จึงน่าอ่านด้วยประการทั้งปวง

๐ อีกเล่มซึ่งพลาดไม่ได้วางแผงแล้ว พระราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ งานในชุด สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น สมัยรัชกาลที่ ๖ ที่ผู้เขียน ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล พระธิดาองค์โตในสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ทรงเป็นพระอนุวงศ์ฝ่ายในเพียงองค์ที่ได้มีโอกาสถวายรับใช้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยใกล้ชิด ขนาดหุงหาพระกระยาหารถวายยามเสด็จฯทรงงานเสือป่าในชนบท หลังจากทรงถามว่า ” หุงข้าวเป็นไหม ”

การที่องค์ผู้นิพนธ์มีส่วนรู้เห็นความเป็นไปในราชสำนัก ซึ่งแวดล้อมไปด้วยพระราชวงศ์และข้าราชบริพารฝ่ายหน้า งานเล่มนี้จึงเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ฝ่ายในซึ่งมีมุมมองแตกต่างไปจากข้อเขียนของข้าราชบริพารฝ่ายหน้า ที่เคยเผยแพร่กันมาในช่วงก่อน

เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระยุพราช เรื่อยไปจนเสด็จสวรรคต ที่องค์ผู้นิพนธ์ได้ทรงพบเห็นและทรงอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆด้วยองค์เอง จึงไม่ต้องสงสัยว่าหนังสือเล่มนี้น่าอ่านขนาดไหน

เพราะนอกจากบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในราชสำนักแล้ว ยังได้เห็นวิถีสังคม จนแม้แต่โรคพิษสุนัขบ้าที่ ม.จ.บันลุศิริศานต์ ดิศกุล ธิดาในสมเด็จฯกรมพระยากับหม่อมเจิม ยังถึงชีพิตักษัยเพราะถูก “หมาบ้า” กัด จนต้องเกิดสถาบันปาสเตอร์ขึ้นมา ไม่เช่นนั้นหากมีกำลังรักษาหรือมีเวลาทันการณ์ ก็ต้องส่งลงเรือไปหาหมอถึงฮ่องกง เรื่องเหล่านี้เป็นรายละเอียดทรงคุณค่าตลอดบันทึกทั้งเล่ม นอกเหนือเรื่องสำคัญๆในรั้วในวังที่ต้องรู้อื่นๆ นอกเหนือการเดินทางด้วยเกวียนสองชั้น ที่ปัจจุบันอาจจินตนาการไม่ออก
พลาดไม่ได้ทีเดียวเชียว

๐ เช่นเดียวกัน หนังสือซึ่งน่าอ่านมากอีกเล่ม อเมริกา เฟิร์สท์ รบเถิดอรชุน โดย ภาณุ ตรัยเวช พร้อมคำนิยมต้องอ่านของอาจารย์ ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ งานเรียงร้อยความคิดและพฤติกรรมผู้คนซึ่งมิใช่เพียงคนสำคัญด้วยสถานะทางการเมือง แต่โดยบทบาทและนวัตกรรม อันเกิดจากความคิดความเชื่อ และอุดมการณ์ ของสังคมอเมริกันก่อนเกิดสงครามโลกทั้งสองครั้ง ซึ่งแทนภาพทั้งหลายที่เกิดขึ้นโดยชีวิตของ ชาร์ลส์ ลินด์เบิร์ก ผู้ขับเครื่องบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติคคนแรก กับ โรเบิร์ท เชอร์วู้ด นักเขียนบทละครและนักวิจารณ์ภาพยนตร์ ซึ่งได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ถึง ๔ ครั้ง

การจะเข้าร่วมรบในสงครามใดสงครามหนึ่ง ยิ่งเป็นสงครามตัดสินความเป็นตายของอนาคตตัวเองและสังคมโลก มิได้เบ็ดเสร็จอยู่เพียงตกลงว่ารบหรือไม่รบ แต่กระบวนการตกลงใจนั้นเกิดขึ้นและเป็นมาอย่างไร สังคมที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้คิด ด้วยสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกอิสระนั้น วางชีวิตของตัวเองและคนนับล้านๆไว้กับมือผู้นำคนเดียวจริงไหม

ผู้เขียนถ่ายทอดปมขัดแย้งต่างๆให้อ่านอย่างลื่นไหล เพลิดเพลินได้ความคิด และสามารถใคร่ครวญตามสำนึกของปัจเจกบุคคลที่กำลังโลดแล่นไปกับการเติบโตของระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมได้ ชนิดอาจารย์ธเนศวางไม่ลง

แกสท์ เซอ กูน นาซิยอง หรือ วอท อีส อะ เนชั่น พากย์ไทยว่า ชาติคืออะไร คำบรรยาย ณ มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ ฝรั่งเศส เมื่อ ๑๑ มีนาคม ๒๔๒๕ ร้อยสามสิบกว่าปีมาแล้วโดย แอร์เนสท์ เรอนอง นักปรัชญา นักประวัติศาสตร์ และนักนิรุกติศาสตร์ ซึ่งแต่เดิมเตรียมตัวจะเป็นพระในศาสนาคริสต์นิกายคาธอลิค เป็นคำบรรยายอันมีชื่อเสียง อันเป็นปฏิกิริยาเนื่องมาจากการแพ้สงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย โดยให้ความสำคัญกับเจตจำนงของผู้คนที่จะอยู่ร่วมกันมากกว่าเกณฑ์ทางวัฒนธรรม เป็นต้นทางแนวคิดชาตินิยมแบบพลเมือง ซึ่งตรงข้ามกับชาตินิยมที่เน้นชาติพันธุ์หรือวัฒนธรรม อันมีต้นทางมาจากเยอรมัน

หนังสือเล่มเล็กๆที่หนาไม่ถึง ๑๐๐ หน้า แต่อาจใช้เวลามากกว่า ๑๐๐ วันย่อยสิ่งที่ได้รับให้ดูดซึมหายไปกับกึ๋นและตับ มิให้เหลือทิ้งเป็นกาก

๐ เป็นหนังตุ๊กตาทองระดับบรมมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ วัน ฟลิว โอเวอร์ เดอะ คุคคู เนสท์ หรือพากย์ไทยว่า บ้าก็บ้าวะ กับห้ารางวัลออสการ์สำคัญ หนังยอดเยี่ยม, ดารานำหญิงชายยอดเยี่ยม, บทยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยม คราวนี้มากับงานแปลโดย กิติกร มีทรัพย์ ในรูปวรรณกรรมชั้นยอดของ เคน เคซีย์ ในชื่อเดียวกับพากย์ไทย

งานเกือบ ๕๐๐ หน้าที่เข้มข้นด้วยการต่อสู้กับความบ้าของคนบ้าในโรงพยาบาลที่ชวนให้คนดีๆกลายเป็นบ้า เกิดอะไรขึ้นเมื่อคนบ้ากลายเป็นกบฏ ขัดขืนอำนาจในสถาบันที่ผู้ป่วยไม่อาจมีสิทธิ์มีเสียง
อ่านแล้วอาจจะอยากบ้าขึ้นมาจริงๆ ถ้าไม่เห็นว่าทุกวันนี้ต่างบ้าไม่น้อยกันอยู่แล้ว

ทำไม มติชนสุดสัปดาห์ ต้องแบค ทู เดอะ ฟิวเจอร์ รีบไขปริศนาด่วนก่อนพายุจะเข้าวันสองวันนี้.

 

บรรณาลักษณ์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon