ละครดังบุพเพสันนิวาส อิงกับประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง
ตัวละครสำคัญ คนหนึ่งในเรื่องคือ ศรีปราชญ์ รับบทโดย ดรีม ณฐณพ ชื่นหิรัญ
เป็นบุตรของออกญาโหราธิบดี
ในละครให้เป็นพี่ชายของขุนศรีวิสารวาจา
รูปโฉมของศรีปราชญ์ในเรื่อง ขาว ตี๋ สูงใหญ่ หล่อสะท้านใจออเจ้า
ในทางวิชาการยังถกเถียงกันว่า ศรีปราชญ์ มีตัวจริงหรือไม่
แต่ถ้ามี หากพิจารณาโคลง ผลงานของศรีปราชญ์เอง จะพบว่า ศรีปราชญ์ บรรยายถึงตนเองตอนหนึ่งว่า
ดำแต่นอกในแผ้ว ผ่องเนื้อ นพคุณ
บ่งบอกรูปพรรณที่ไม่ตรงกับการตีความในละคร
โคลงที่ว่ากันว่า เป็นผลงานของศรีปราชญ์ แต่นักประวัติศาสตร์หลายท่าน ยังชี้ว่าไม่มีหลักฐานชัดเจน มีหลายบท ล้วนแต่สะท้อนความเป็นกวีที่คมคาย
เมื่อยังเป็นเด็กชายศรี บุตรชายพระโหราธิบดี อายุเพียง 7 ขวบก็ต่อโคลงของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้
สมเด็จพระนารายณ์ อันใดย้ำแก้มแม่ หมองหมาย
ยุงเหลือบฤๅริ้นพราย ลอบกล้ำ
ศรีปราชญ์ ผิวชนแต่จะกราย ยังยาก
ใครจักอาจให้ช้ำ ชอกเนื้อเรียมสงวน
หรือเมื่้อศรีปราชญ์แต่งโคลงได้รับพระราชทานรางวัลเป็นแหวน จากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เดินกลับออกจากวัง เกิดการตอบโต้กับนายประตูวง
นายประตู แหวนนี้ท่านได้แต่ ใดมา
ศรีปราชญ์ เจ้าพิภพโลกา ท่านให้
นายประตู ทำชอบสิ่งใดนา วานบอก
ศรีปราชญ์ เราแต่งโคลงถวายไท้ ท่านให้รางวัล
และเมื่อเป็น“ศรีปราชญ์”โต้กับพระยาแสนหลวงเจ้าเมืองเชียงใหม่ ที่ถามศรีปราชญ์ว่าชื่อ “ศรี” นี้ สมเด็จพระนารายณ์พระราชทานให้เมื่อไหร่ทั้ง ๆ ที่มีเนื้อตัวดำคล้ำ ( ฮื่อ )
พระยาแสนหลวง ศรีเอยพระเจ้าฮื่อเมื่อ ปางใด
ศรีปราชญ์ ฮื่อเมื่อเสด็จไป ป่าแก้ว
พระยาแสนหลวง รังศรีบ่สดใส สักหยาด
ศรีปราชญ์ ดำแต่นอกในแผ้ว ผ่องเนื้อนพคุณ
หรือที่เล่าว่า โต้ตอบกับพระสนม
พระสนม หะหายกระต่ายเต้น ชมจันทร์
มันบ่เจียมตัวมัน ต่ำต้อย
นกยูงหากกระสัน ถึงเมฆ
มันบ่เจียมตัวมัน ต่ำต้อยเดียรฉาน
ศรีปราชญ์
หะหายกระต่ายเต้น ชมแข
สูงส่งสุดตาแล สู่ฟ้า
ฤดีฤดูแด สัตว์สู่ กันนา
อย่าว่าเราเจ้าข้า อยู่พื้นเดียวกัน
และที่เล่าลือกันว่า เป็นโคลงบทสุดท้ายในชีวิตกวีเอกแห่งกรุงศรีอยุธยา ก่อนถูกประหารชีวิตที่เมืองนครศรีธรรมราช
ธรณีนี่นี้ เป็นพยาน
เราก็ศิษย์มีอาจารย์ หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร เราชอบ
เราบ่ผิดท่านมล้าง ดาบนี้คืนสนอง

