หน้าแรก บันเทิง ทำไมต้องรุกสย...

ทำไมต้องรุกสยาม ในนามของพระเจ้าด้วย

8.04.18 | 13:18 น.

แผ่นดินพระนารายณ์ยังเป็นช่วงประวัติศาสตร์ที่เทาทึบ เข้มข้น ตื่นเต้น น่าสนใจ ซึ่งนักเรียนไทยยังไม่เคยล่วงเข้าไปรับรู้เหตุการณ์ที่เกิด โดยเฉพาะปลายรัชกาลที่เกิดปฏิวัติแม้เพียงส่วนเสี้ยว ประทับอยู่เพียงชื่อไว้สำหรับตอบข้อสอบ โกษาเหล็ก โกษาปาน ความรุ่งโรจน์และเสื่อมสลายในชีวิตไปมาอย่างไร เจ้าพระยาวิชาเยนทร์เป็นวีรบุรุษหรือคนทรยศ การเอาตัวรอดจากเรือปืนตะวันตกได้ด้วยเหตุผลกลใด ฯลฯ ยังคงอยู่เป็นคำถาม

เรียนประวัติศาสตร์แบบท่องจำ พ.ศ.ไม่ช่วยให้นักเรียนเกิดสติปัญญาขึ้นได้ ขณะนิยายอิงประวัติศาสตร์เสียอีกที่ทำให้เกิดคำถามคำตอบอันสร้างสรรค์ในความสนใจในเหตุต่างๆ ที่ปรากฏ-ขึ้นมา

หนังสืออีกเล่มที่ผู้ต้องการรู้เรื่องตัวเอง ต้องการล่วงลึกกลับไปในอดีต ได้เห็นภาพเคลื่อนไหวได้ยินความคิดตัวละครหรือผู้คน แม้จะด้วยจินตนาการแต่เมื่อรังสรรค์ขึ้นจากข้อมูลค้นคว้านานา นานนับปีๆ ก็อาจเข้าใจความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ต่างๆ มากยิ่งกว่าตัวอักษรดิบด้านจากจารึกและพงศาวดาร เรียนรู้ความเป็นไปที่เป็นเรื่องเป็นราวขึ้น

มอร์กาน สปอร์แตซ อดีตอาจารย์สอนภาษาฝรั่งเศสที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะอาสาสมัครของรัฐบาลฝรั่งเศส เมื่อ 40 ปีที่แล้ว และเป็นอดีตนักหนังสือพิมพ์ผู้แปรอาชีพมาเป็นนักเขียน ทำงานสำคัญซึ่งพากย์ไทยเรียบร้อยแล้วโดยอาจารย์ กรรณิกา จรรย์แสง ว่า ‘รุกสยาม ในนามของพระเจ้า’ เป็นงานที่คนรักประวัติศาสตร์รักจะรู้จักตัวเอง และรักนิยายแปล จะพลาดมิได้เด็ดขาด

การเขียนอย่างละเมียดละไมชนิดนักอ่าน ‘ฮาร์ด คอร์’ ชอบนัก ด้วยวิธีซ้อนซ่อนความหมายระหว่างความ บรรทัดต่อบรรทัด อ่านไปย่อยไปขบไปและบางครั้งก็ขันไป เป็นรสชาติอันคมคายน่าอิ่มเอม

Advertisement

เมื่อคณะบาทหลวงที่มากับคณะทูตพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 โดยเรือปืนและทหาร 700 นาย เพื่อเจริญพระราชไมตรี และขอให้พระเจ้าแผ่นดินสยามยกป้อมบางกอกให้ การเจริญทางพระราชไมตรีที่ฟังดูดีจึงกลายเป็นกลการเมืองที่ต้องรู้เท่าทัน เนื่องจากฝรั่งตะวันตกเห็นว่าชนชาติใดก็ตามที่มิได้ปวารณาตนเป็นคนคริสต์ ล้วนแต่เป็นคนบาป ป่าเถื่อน ควรแก่การโปรดให้พ้นนรกทั้งสิ้น

แต่ความเข้าใจชาวสยามของฝรั่งเหล่านั้นมีไม่เพียงพอ จึงทำงานของพระเจ้าไม่สำเร็จ ต้องเบนไปหากำลังช่วยเหลืออื่น เช่น เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ เป็นต้น การเมืองที่ดูว่าจะมีแต่ผลประโยชน์การค้า จึงค่อยเผยเจตนาออกมาถึงขั้นเปลี่ยนตัวผู้ปกครอง กลืนกินแผ่นดิน ใช้สยามเป็นจุดยุทธศาสตร์แผ่อำนาจไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งใจจะกินให้หมดถึงแผ่นดินจีนหรืออนุทวีปอินเดีย

เรื่องราวน่าตื่นเต้น สนุกเข้มข้นนี้ เปี่ยมด้วยรายละเอียดที่จริงจัง เช่นการแต่งองค์ทรงเครื่องของบรรดาชาวคณะฝรั่งเศส ที่เป็นชุดพรั่งพร้อมด้วยวิก หมวกขนนก และรองเท้าบูทซึ่งย่ำเละอยู่ในโคลนเลนริมแม่น้ำ เหนื่อยโซมกายจากอากาศร้อน กลางคืนถูกยุงรุมตอม ท่ามกลางบรรยากาศร้อนชื้น และโรคที่คร่าชีวิต นอกเหนือความสัมพันธ์ซึ่งผิดแผกกันไประหว่างผู้คนแต่ละกลุ่มแม้จะเป็นชนชาติเดียวกัน ความละโมภโลภหลง จากประโยชน์การค้า ประโยชน์ทางศาสนา มาเป็นศึกสงคราม ตัวละครในประวัติศาสตร์ทั้งหลาย พระนารายณ์ พระเพทราชา เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ และบาทหลวงฝรั่งเศสทุกนาม ต่างปรากฏขึ้นให้ชีวิตและสีสันนิยายเร้าใจอย่างพิศดารเรื่องนี้ ชี้ชวนให้นักอ่านเพลิดเพลินตามไปด้วยได้ ชนิดอ่านไปคิดตามไปต่อเติมภาพฝันให้ไกลเกินไปอีกได้ ถ้าเป็นอย่างนั้น… ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น…

นี่คือผลจากที่จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ซึ่ง อัลเบิร์ท ไอน์สไตน์ ว่าไว้

วางแผงอีกครั้งแล้ว จากการพิมพ์ครั้งที่ 6 ใหม่เอี่ยมปกงามงด วันนี้งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติวันสุดท้ายแล้ว มีเวลารีบไปหาจับจองที่หน้าร้าน สำนักพิมพ์มติชน

๐ อีกเล่มที่เรื่องราวชวนพิศวงหาอ่านยาก ‘กองเรือหาคู่ – จากเมืองฝรั่งขึ้นฝั่งที่อินเดีย’ ของ แอน เดอ คูซี ไม่ว่ายุคไหนสมัยใด การแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญของผู้หญิง ยิ่งสมัยวิคทอเรียนที่จะประกันชีวิตบั้นปลายอันเป็นสุขได้ แต่คู่ครองอย่างที่นึกฝันกันนั้นหายากในเกาะอังกฤษ ขบวนเรือหาคู่จึงเกิดขึ้น เมื่อสตรีพากันลงเรือข้ามสมุทรไปยังดินแดนบริติชราช ซึ่งมีบุรุษเพียบพร้อมแต่ขาดคู่อยู่เช่นเดียวกัน

เปิดโลกการแต่งงานและการเกี้ยวพาราสีหาคู่ ในแผ่นดินต่างทวีปที่ขนบและธรรมเนียมอันซับซ้อนของบรรดาเจ้าหน้าที่อังกฤษชั้นสูง และงานสังคมของเจ้าอาณานิคมที่น้อยครั้งจะเปิดเผย

สุภัตรา ภูมิประภาส แปลให้อ่านอย่างแสนสำราญ

๐ สำหรับคนชอบชาหรือคนอยากรู้ไม่ว่าเรื่องใดๆแล้ว ยิ่งในยุคที่รู้จักดื่มชากันกว้างขวางกว่าเดิม ‘มากกว่าชา’ เล่มนี้โดย ภูพงค์ มะโน ซึ่งถ่ายภาพประกอบดีๆด้วยตัวเอง เป็นงานสารคดีรางวัลแว่นแก้ว ที่น่าอ่านเล่มหนึ่ง เนื่องจากกรรมพิธีชงชาของญี่ปุ่น เป็นพิธีที่รับรู้กันทั่วไปว่างดงาม สำคัญ ทั้งด้วยขนบ วัฒนธรรม และวิถีประวัติศาสตร์ ซึ่งสืบทอดมายาวไกล

ผู้เขียนอยู่ญี่ปุ่น และผ่านเรื่องราวเหล่านี้มาด้วยตัวเอง จึงประกันเนื้อหา ข้อมูล และความถูกต้องให้ได้เข้าอกเข้าใจชาญี่ปุ่นที่วางขายกันในซูเปอร์มาร์เกทบ้านเราอย่างหลากหลาย มากขึ้น

๐ ส่วนคนรักการ์ตูนหรือคนไม่เคยเกี่ยวข้องกับการ์ตูนมาก่อน เลท’ส คอมิค เสนองานพิเศษ ‘ชำแหละจิต เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์’ งาน “มาเนีย อนาโตไมส์” อันพ่วงอัตชีวประวัติ งานการ์ตูน งานภาพยนตร์ และงานอื่นๆไว้ในเล่มปกแข็งหมดจด ให้เห็นฝีมือนักเขียนการ์ตูนไทย โดยเฉพาะนามนี้ที่นักอ่านบางส่วนอาจเห็นเป็นนักเขียนโรคจิตได้เข้าใจ ความคิด ฝีมือ และที่มาที่ไปของจินตนาการ

อย่างน้อยแค่เห็นภาพรางวัล “กรองด์ปรีซ์” ชนะเลิศรางวัล “โอมิอุริ ชิมบุน” รายวันชื่อดังของญี่ปุ่นในงานการ์ตูน คอนเทสต์หัวข้อ ฮีลลิ่ง รับเงินมาสองล้านเยน (หน้า 74) ด้วยแล้ว ก็จะเห็นว่าโรคจิตไม่โรคจิต อ่อนโยนเสียขนาดนั้น

การเรียนรู้ความคิดของคนทำงานคนหนึ่ง มุมมองและทัศนคติ ในงานอาชีพที่ตนทำ เป็นประสบการณ์คุ้มค่าในการอ่านลักษณะหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อคุณภาพฝีมือยืนได้ระดับนานาชาติ

ดูภาพก็เพลิดเพลิน ได้คิด ได้ใคร่ครวญทีเดียว

 

บรรณาลักษณ์