เมื่อวันที่ 10 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสการถกเถียงในแวดวงวรรณกรรม หลังจากนาย กรินทร์ กลิ่นขจร ผู้แปลหนังสือ วะบิ-ซะบิ สำหรับศิลปิน นักออกแบบ กวี & นักปรัชญา ได้เผยแพร่ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่าการจัดพิมพ์และออกแบบปกหนังสือดังกล่าวฉบับภาษาไทยครั้งล่าสุด เป็นการตีความออกแบบใหม่และจัดพิมพืแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลก โดยที่ผ่านมาสำนักพิมพ์ไม่เคยส่งไฟล์การจัดหน้าและปกหนังสือให้ดูแม้แต่ครั้งเดียว อีกทั้งมีการเปลี่ยนแปลงคำสะกดทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทยตลอดทั้งเล่ม โดยที่ไม่ได้แจ้งให้ตนทราบ หรือสอบถามเหตุผลที่ตนตั้งใจใช้การสะกดเช่นนั้น
ข้อความมีดังนี้
เรียนผู้อ่านหนังสือ วะบิ-ซะบิ สำหรับศิลปิน นักออกแบบ กวี & นักปรัชญา ทุกท่าน
จากประสบการณ์ในการแปลและพิมพ์หนังสือเล่มนี้เป็นภาษาไทยทุกครั้ง นับตั้งแต่การพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2546 เป็นต้นมา และผมเองก็มีหนังสือ Wabi-Sabi for Artists, Designers, Poets & Philosophers ที่ตีพิมพ์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกแทบจะทุกแบบ หลังจากที่ได้เห็นหนังสือ “WABI-SABI” ภาคภาษาไทยฉบับพิมพ์ครั้งล่าสุด ที่ขอให้เพื่อนช่วยถ่ายภาพส่งมาให้ดูในช่วงสองสามวันนี้แล้ว ขอเรียนว่าเป็น “การตีความออกแบบใหม่” และจัดพิมพ์ที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลก
การจัดพิมพ์ใหม่ครั้งนี้ เป็นการทำงานที่ไม่ปกติ เนื่องจาก ตลอดเวลาสองปี ไม่เคยมีการส่งไฟล์เลย์เอ้าท์และปกหนังสือให้ผู้แปลดู เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเลยแม้แต่ครั้งเดียว กว่าผมจะได้เห็นภาพตัวอย่างของหนังสือเล่มนี้ ก็หลังจากที่ทางสำนักพิมพ์ได้โพสต์ภาพตัวอย่างของหนังสือดังกล่าวในเพจ Facebook ของสำนักพิมพ์ เพียงไม่กี่วันก่อนที่จะวางขายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีนี้ ให้แฟน ๆ สำนักพิมพ์ได้ดูก่อน แล้วอีกสักพักถึงค่อยส่งลิ้งค์มาให้ผมตามไปดู
นอกจากนี้ยังได้มีการเปลี่ยนแปลงคำสะกดทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทยตลอดทั้งเล่ม โดยที่ไม่ได้แจ้งให้ผมทราบก่อน ไม่ได้ถามความตั้งใจของผมว่าทำไมถึงใช้คำสะกดเหล่านั้น ผมไม่เคยได้ตรวจความถูกต้อง และ “ไม่เคย” ให้ความยินยอมกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ทั้งกระบวนการทำงานและผลลัพธ์ที่ออกมานั้น ไม่เคยมีครั้งไหนที่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจอย่างที่สุดเช่นครั้งนี้
ผมขอเรียนว่า ผมได้แจ้งเรื่องนี้และเสนอทางเลือกในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแก่ทางสำนักพิมพ์ไปแล้วเมื่อวันที่ 7 และ 8 เมษายนที่ผ่านมา แต่ไม่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จะได้รับการแก้ไขหรือไม่ อย่างไร เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าว ผมขอเรียนผู้อ่านทุกท่านว่า ผมจะไม่รับค่าแปลในครั้งนี้แม้แต่สตางค์แดงเดียว และไม่รับหนังสือ “WABI-SABI” ฉบับภาษาไทยที่พิมพ์ใหม่ครั้งนี้แม้แต่เล่มเดียวจากทางสำนักพิมพ์โดยเด็ดขาด
จึงเรียนมาเพื่อทราบ และขออภัยผู้อ่านทุกท่านจากใจจริง
ด้วยความเจ็บปวด
กรินทร์ กลิ่นขจร
9 เมษายน 2561
เท็กซัส
สหรัฐอเมริกา

หลังจากเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นและแชร์ต่อจำนวนมาก
ต่อมา เมื่อวันที่ 10 เมษายน เฟซบุ๊ก สำนักพิมพ์ โอเพ่นบุ๊คส์ ได้เผยแพร่ข้อความ มีเนื้อหาโดยสรุปว่าจะยุติการพิมพ์และจำหน่ายหนังสือดังกล่าว และจะทำลายหนังสือทั้งหมดที่ได้พิมพ์เสร็จสิ้นลงแล้ว
โดยยอมรับความเสียหายทั้งหมดและจะไม่ทำการพิมพ์หนังสือเล่มนี้อีกใ นอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสำนวนไหน
ข้อความดังนี้
ขอยุติการพิมพ์และการจำหน่ายหนังสือ “วะบิ-ซะบิ”
.
ขงจื่อกล่าวว่า “เต๋าไม่เหมือนกัน
ไม่อาจคิดวางแผนร่วมกันได้”
กล่าวสำหรับหนังสือ “วะบิ-ซะบิ”
ผู้เขียนคือ เลนนาร์ด โคเรน
ได้มอบลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย
และสำนักพิมพ์ได้ดำเนินการ
ตามข้อผูกพันนั้นโดยครบถ้วน
แต่เมื่อผู้แปลเห็นว่าหนังสือฉบับนี้
เป็น “การตีความออกแบบใหม่ และจัดพิมพ์ที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลก”
และต้องดำเนินการทุกอย่าง
ตามความต้องการของผู้แปลเท่านั้น
จึงจะถูกต้องงงดงาม
โดยผู้แปลไม่เข้าใจ
ไม่ยอมรับบทบาทหน้าที่
ภาระความรับผิดชอบ ที่แต่ละฝ่ายมี
ในกระบวนการผลิตหนังสือ
.
เมื่อผู้แปลวางตัวยิ่งกว่าผู้เขียน ความหน่วงหนักของการแบกภาระ
จึงทำให้เกิดความทุกข์ใหญ่หลวง
จนไม่อาจทานทนได้
และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้หนังสือเล่มนี้หายจากตลาดไปยาวนาน
และคงต้องหายต่อไป
ถ้าผู้แปลยังคงยึดถือมาตรฐานเช่นนี้ไว้
จนกลายเป็นภาระใหญ่ของชีวิต
.
ในฐานะกัลยาณมิตร
เพื่อผ่อนคลายความทุกข์นั้น
สำนักพิมพ์จึงขอยุติการพิมพ์
การจำหน่าย และจะทำลายหนังสือทั้งหมดที่ได้พิมพ์เสร็จสิ้นลงแล้ว
โดยยอมรับความเสียหายทั้งหมด
และจะไม่ทำการพิมพ์หนังสือเล่มนี้อีกในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสำนวนไหน
ด้วยเชื่อว่าปรัชญาของวะบิ-ซะบิที่แท้นั้น
คือความงดงามจากความไม่สมบูรณ์
เมื่อต้องการความสมบูรณ์ จึงไม่งดงาม
นี่อาจเป็นกระบวนการที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจวะบิ-ซะบิ ยิ่งกว่าการอ่านหนังสือ และถือว่าสำนักพิมพ์ได้สื่อความงามจริงข้อนี้โดยสมบูรณ์และงดงามแล้ว
.
จึงเรียนมาด้วยความเคารพ
สำนักพิมพ์ openbooks

จากนั้น นายกรินทร์ กลิ่นขจร ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กอีกครั้ง โดยแสดงความรู้สึกดีใจต่อการตัดสินใจของสำนักพิมพ์ เนื้อหาดังนี้
ขอบคุณนะครับ ดีใจที่ยุติการพ
รายละเอียดของกา
ที่สำคัญ ถ้าสำนักพิมพ์อย
การใส่ชื่อผม ผู้แปลคนเดิม ที่แปลและร่วมดู
ผม ในฐานะผู้แปล เคารพและให้เกีย
ผมไม่ใช่ไอดอล ไม่สนเรื่องภาพล
ผู้สื่อข่าวรายงารนว่า หลังจากเกิดประเด็นดังกล่าวขึ้น ได้กลายเป็นข้อถกเถียงที่มีผู้แสดงความเห็นหลากหลาย โดยบางส่วนตั้งคำถามว่า เหตุใดสำนักพิมพ์จึงไม่ให้เกียรติผู้แปล ซึ่งควรมีการทำงานร่วมกันเพื่อให้หนังสือถูกผลิตออกมาอย่างดีที่สุด ในขณะที่บางส่วน ตั้งคำถามในมุมหนึ่งว่า ผู้แปลต้องมีบทบาทหรือมีส่วนในการออกแบบปกหรือไม่ เหตุใดจึงไม่ทำหน้าที่เฉพาะส่วนของตนเอง

