“ต้องยอมรับว่าบุพเพสันนิวาสเป็นข่าวดีของช่อง 3” ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารสายกิจการองค์กร บริษัทบีอีซี เวิล์ด บอกกับมติชนออนไลน์ด้วยรอยยิ้ม
ปลื้ม-นั่นแน่นอนละ
เพราะไม่เพียงแต่เรทติ้งจะดี จนทำให้ช่อง 3 ขึ้นแท่นเป็นสถานีอันดับ 1 ของดิจิตอลทีวี แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยังทำให้ช่องได้โฆษณาแบบที่เขาว่ากันว่ามหาศาล
หากเรื่องตัวเงินนั้นเขาไม่ขอพูดถึง ที่พูดก็เพียง “เป็นความภาคภูมิใจของช่อง ที่นอกจากตัวละครเองจะเรตติ้งดีแล้ว ยังมีผลกระทบต่อภาพรวมในทางบวก ทางสังคมเยอะมาก ที่พอจะพูดถึงได้ก็คือ กระแสความสนใจในเรื่องของประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของวัยรุ่นเยาวชน ที่กลับมาดูแล้วศึกษาประวัติศาสตร์ ถึงจะบุคคลสำคัญไม่กี่คน แต่ก็ทำให้เขาเริ่มที่จะรู้เรื่อง”
นอกจากนี้ยังมีเรื่องการแต่งกายแบบไทย ใส่ผ้าไทย ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว ก็ไม่ใช่แค่การแต่งตัวสวยๆเท่านั้น หากยังส่งผลถึง “สินค้าที่เป็นโอทอปที่เกี่ยวกับผ้าไทยต่างๆ โครงการตามพระราชดำริต่างๆ ก็ได้มีโอกาสที่จะขาย ทำให้คนไทยได้รู้จักผ้าไทย แล้วก็นิยมผ้าไทย”
ยิ่งไปกว่านั้น “ที่ทราบคือตอนนี้คนสนใจเรียนโบราณคดีมากขึ้น”
ดังนั้น “โดยภาพรวมมันมีผลไม่ใช่กับเฉพาะช่อง3 แต่มีผลบวกต่อสังคม ในเชิงกว้างอย่างมากครับ”

ส่วนสำหรับเรื่องราคาหุ้นที่สูงขึ้น และหลายคนคิดว่าเป็นผลจากละครเรื่องนี้นั้น เขาว่า อันที่จริงการขึ้นของราคาหุ้นคงระบุชัดไม่ได้ว่ามาจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
“มันมาจากปัจจัยหลายอย่าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบุพเพสันนิวาสอาจจะมีส่วน แต่ว่าก็มีเหตุผลอื่นด้วยเหมือนกัน” เขาว่า
กับการเพิ่ม 3 ตอนพิเศษให้ละคร โดยการนำเรื่องราวมาตัดต่อใหม่ และใส่มิวสิควิดีโอเพิ่ม ที่หลายคนมองว่าเป็นการทำเพื่อหาโฆษณาในยุคน้ำขึ้นนั้น ชาคริตรับตรงๆว่า
“มันก็เป็นโอกาสทางธุรกิจอย่างหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผู้ชม ที่รู้สึกอินแล้วก็รู้สึกที่จะอยากร่วมเฉลิมฉลองกับเราด้วยเหมือนกัน เพื่อที่จะอย่างน้อยๆ พอละครที่เราอินกันเยอะๆ แล้วรู้สึกว่าจบไปเลย ก็จะค่อยๆ มีช่วงฟินาเล่ ค่อยๆ เฟดออกไป”
ก่อนจะได้ดู ‘หนึ่งด้าวฟ้าเดียว’ ละครอิงประวัติศาสตร์อีกเรื่อง ที่ช่องนำมาเสียบต่อ

“เป็นการต่อที่มีความตั้งใจ หนึ่งด้าวฟ้าเดียวเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ช่วงของอยุธยาตอนปลาย แต่จะปลายกว่ายุคสมเด็จพระนารายณ์ใน บุพเพสันนิวาส เป็นช่วงเสียกรุงเลย ซึ่งก็มีความท้าทายอยู่ในระดับหนึ่ง”
“แต่อย่างไรก็ตามกระแสความสนใจ กระแสการมองประวัติศาสตร์เป็นเรื่องใหม่ ซึ่งเราก็หวังว่าตัวกระแ สนี้จะสามารถต่อเนื่องได้ด้วยเหมือนกัน”
“หวังจะให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกต่อเนื่อง ซึ่งไม่ใช่ในเรื่องของละคร แต่ในเรื่องของอารมณ์ แล้วก็กระแสที่ตัวเองได้รับชมมา หลังจากที่บุพเพสันนิวาสได้ปลุกความสนใจในประวัติศาสตร์และชุดไทย เรื่องนี้ก็จะมีความเป็นประวัติศาสตร์ในอีกแง่มุมหนึ่ง ที่หลายคนอาจจะไม่ทราบรายละเอียด”
“อยากทำให้ผู้ชมรู้สึกอินต่อเนื่อง ในเรื่องของประวัติศาสตร์ของเรา”

