วงการบันเทิงเป็นวงการที่หนุ่มสาวมากมายสนใจจะเข้ามาทำมาหากิน สร้างชื่อเสียง เหน็ดเหนื่อยอยู่กับความโด่งดังด้วยน้ำพักน้ำแรง ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักแสดง หรือการประกวดหนุ่มหล่อสาวงาม เงินหรือรายได้อาจเป็นเรื่องแรกหรือเรื่องตามมาแล้วแต่บุคคล แต่การเป็นที่รู้จัก การเป็นผู้มีชื่อเสียงมีผู้คนติดตามเป็นกลุ่มเป็นก้อน มีภาพหน้าตาตนเองอยู่บนนิตยสาร ในจอหนังหรือจอโทรทัศน์ แม้เพียงโฆษณาสินค้า น่าเป็นแรงจูงใจหลักๆ
อย่างน้อยหากจะมโนเอาว่า ถ้าได้เลือกเข้าวงการบันเทิงกับการเป็นนักเรียนดีเด่นซึ่งมีอนาคตในหนทางอื่นๆ น่าจะมีคนเลือกทางนี้มากกว่า (เว้นเสียแต่มีข้อแม้ว่ารูปร่างหน้าตาไม่อำนวย) ถึงจะมีนักร้องนักแสดงไม่น้อยที่ใส่ใจเล่าเรียนจนจบอุดมศึกษาก็ตาม ปริมาณคงแตกต่างกันไม่น้อย
ทั้งนิตยสารและรายการโทรทัศน์ส่วนหนึ่ง ก็มักเปิดโอกาสที่ขณะเดียวกันตนก็ได้ประโยชน์ ในการนำวัยรุ่นหนุ่มสาวเข้าสู่วงการบันเทิง
โอกาสเหล่านี้เปิดกว้างกว่าสามสี่ทศวรรษที่แล้ว ที่นักเรียนนักศึกษามีช่องทางหารายได้ทำมาหากินแต่วัยเล่าเรียน ทำให้บุคลากรด้านนี้เพิ่มปริมาณขึ้น โดยเฉพาะจากสาขาวิชาเรียนที่สร้างคนเบื้องหน้าเบื้องหลังออกมามากมาย
ความสนุกสนานตื่นเต้นในวงการนี้สามารถนึกออกได้ ยิ่งหนุ่มสาวในวัยคิดฝัน อาชีพในวงการบันเทิงเป็นเป้าหมายที่ปรารถนา แม้จะหนักและเหนื่อย แต่ก็มีความสุข
เมื่อได้ทำสิ่งที่ตัวรัก
แน่นอน ไม่ว่าใครต้องมีความสุขแน่ๆหากได้ทำในสิ่งที่ตัวรัก โดยเฉพาะได้เต้นรำทำเพลง รำร้อง แสดง จนสร้างชื่อเสียงเกรียวกราวขึ้นมา ต้องเพลิดเพลินไม่น้อย
แต่หากจะรู้ว่า มีสิ่งที่รักอื่นๆซึ่งหนุ่มสาวในสังคมอยากทำนอกเหนือกว่าเข้าวงการบันเทิงอีกไหม หาดูจากสื่อสารมวลชนที่ปัจจุบันนอกจากหนังสือพิมพ์ วิทยุโทรทัศน์ และนิตยสารนานาแล้ว ยังมีสื่อสาธารณะที่แพร่หลาย ก็จะเห็นวิถีดำรงชีวิตที่หนุ่มสาวอีกมากมายเลือกหนทางที่ชอบและถนัดของตน ตั้งแต่ธุรกิจออนไลน์ ขายอาหาร จนเขียนการ์ตูน ฯลฯ คนเหล่านี้มิได้ใฝ่ฝันจะเข้าวงการบันเทิงหรือ
ในเมื่อลูกเศรษฐีไม่น้อย ที่วงการบันเทิงดูดเข้ามาทำประโยชน์แก่กันและกัน จนกลายเป็นว่าหนุ่มสาวที่พ่อแม่มีฐานะ มีโอกาสได้ทำมาหากินในวงการบันเทิงมากกว่า ไม่ใช่ยุคที่นางเอกหนังไทยมาจากท้องไร่ท้องนาแล้ว
วงการบันเทิงเป็นอีกโลกธุรกิจที่ไม่ว่าผู้ใดหากได้โอกาส ก็เข้ามาทำมาหากินได้ โดยเฉพาะเมื่อการศึกษาปัจจุบันผลิตบัณฑิตระดับอุดมศึกษาออกมามากมาย
แต่สังคมมิได้มีเพียงวงการบันเทิง ที่โหมประโคมชักจูง ด้วยภาพจากเรื่องราวต่างๆที่ชวนหลงใหล ข่าวที่ให้ความสำคัญกับโลกส่วนตัวของคนเหล่านั้นจนลึกเข้าไปถึงเตียงนอน สีสันของชีวิตรักที่ต้องติดตาม สังคมยังมีอีกหลายวงการที่สื่อทุกประเภทหย่อนความสนใจจะอุดหนุนคนหนุ่มสาวให้ก้าวเข้าไปอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
มีนายกรัฐมนตรีคนเดียว อานันท์ ปันยารชุน ที่กล่าวว่า จะพยายามให้ “นักการเมือง” เป็นอีกอาชีพหนึ่งของคนหนุ่มสาว
แต่วันนี้ สิ่งที่คนหนุ่มสาวเข้าใกล้สังคมมากที่สุดคือ งานอาสาสมัครต่างๆ ซึ่งปัจจุบันใช้คำว่างานที่ต้องมี จิตอาสา เป็นงานชั่วครั้งชั่วคราว เรื่องหนึ่งกาละเทศะหนึ่ง อย่างเช่นไม่นานมานี้ที่ ตูน บอดี้สแลม สร้างปรากฏการณ์ยอดเยี่ยมขึ้นในสังคม
ทำไมงานเหล่านั้นต้องการจิตอาสาหรืออาสาสมัครจึงเกิดขึ้นได้ ทำไมงานเหล่านั้น ทั้งเรื่องปลูกป่า รักษาต้นน้ำ อุดหนุนโรงพยาบาล ช่วยเหลือการสาธารณสุข หรือค้ำจุนโรงเรียนยากจน จึงไม่เป็นงานหลักของรัฐบาล ไม่เป็นนโยบายที่ต้องสะสางอย่างรีบด่วน ปล่อยให้โรงพยาบาลมีผู้ป่วยล้นหลามเบียดเสียดกันยิ่งกว่างานเทกระจาด และคุณภาพการศึกษาที่ยิ่งเรียนก็ยิ่งต่ำต้อยน้อยหน้าเพื่อนบ้านลงไปทุกที
นี่เป็นเรื่องของใคร เป็นภาระของเหล่าอาสาสมัครผู้มีจิตอาสา ที่ต้องเข้ามาทำเป็นมื้อเป็นคราวหรือ
ด้วยเหตุใดที่คนหนุ่มสาวบ้านเมืองนี้ถูกปิดกั้นมิให้เรียนรู้หรือแสดงออกในเรื่องการเมืองและสังคม ทั้งๆเป็นเรื่องที่เขาเหล่านั้นต้องสร้างสรรค์อนาคตของเขาและลูกหลานเขาต่อไป
ทำไมการเมืองจึงมิได้เป็นสิ่งหนึ่งที่เขาสามารถรัก และมีอิสระเสรีภาพจะทำสิ่งที่รักนั้นได้
ทำไมการเมืองจึงมิได้เป็นเป้าหมายชวนหลงใหลของคนหนุ่มสาวเช่นวงการบันเทิง ซึ่งคนบันเทิงจะเข้าไปได้ก็ต่อเมื่อพรรคการเมืองมาทาบทามลงเลือกตั้ง เพราะคนรู้จักมากพอจะหวังว่าได้รับเลือก
ถึงอย่างไร คนหนุ่มสาวเองไม่ว่าจะอยู่วงการไหน ไม่ว่ากำลังทำอะไร น่าจะเคยคิด ว่าระหว่างที่กำลังเลี้ยงชีพดำเนินชีวิต สังคมและบ้านเมืองกำลังบันเทิงและมีความสุขอยู่อย่างที่เราเป็นสุขหรือไม่.
…
อารักษ์

