เดินทางมาเกือบจะถึงครึ่งทางแล้ว สำหรับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 44 ซึ่งจัดถึงวันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน สถานการณ์ที่ปรากฏคนยังเบาบางกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในวันธรรมดา
อย่างไรก็ตามคนจะมากจะน้อย ยอดขายจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง เป็นคนละเรื่องกับหนังสือที่เราอยากอ่าน
สิ่งที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะกับสำนักพิมพ์ขนาดกลางและเล็กในงานหนังสือครั้งนี้คือ “ความพิถีพิถัน” ที่มากขึ้น ทั้งในแง่ของการคัดเลือกหนังสือ ที่คิดละเอียดมากขึ้นในการพิมพ์แต่ละเล่ม ทั้งในแง่ของรูปเล่มที่ความสำคัญของแบบปกและการจัดวางองค์ประกอบมีพอๆกับเนื้อหา หลายสำนักพิมพ์ออกแบบปกได้สวยหยดสะกดใจสุดๆ
จากนี้คือเล่มที่เราคัดแล้วคัดอีกว่าไม่ควรพลาดจริงๆ เจ๋งสุด และซื้อได้แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก และต่อให้หมดงานหนังสือก็ไปหาที่ร้านหนังสือได้ ไปที่บูทกันก่อน ปีนี้มีปรากฏการณ์พิเศษ เมื่อ สมมติ ฟ้าเดียวกัน อ่าน และ สวนเงินมีมา มารวมตัวอยู่ในพื้นที่เดียวกันที่ S 39 โซน C 2 และจัดบูทได้สวยสุดๆมีการวางชั้นหนังสืออย่างต่อเนื่องกันทั้ง 4 สนพ. ดูราวกับสายน้ำที่เชื่อมโยงกัน แถมยังมีพื้นที่กลางให้นักเขียนได้มาแจกลายเซ็น เป็นพื้นที่พบปะระหว่างคนทำหนังสือ คนเขียน คนอ่าน และแน่นอนเล่มเด็ดบางส่วนที่เราอยากนำเสนอก็อยู่ในพื้นที่นี้เช่นกัน
“สัจนิยมมหัศจรรย์ ในงานของกาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ, โทนี มอร์ริสัน และวรรณกรรมไทย” โดย รศ. ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ คือเล่มแรกที่อยากนำเสนอ ซึ่งเป็นหนังสือที่รศ.ชูศักดิ์นำงานวิจัยสองชิ้นมาปรับปรุงแก้ไขและรวมเข้าไว้ด้วยกัน โดยบางส่วนเคยพิมพ์เป็นบทความในนิตยสารอย่างมติชนสุดสัปดาห์,อ่าน, รัฐศาสตร์สารมาแล้ว ส่วนใครชอบงานต้นฉบับของ กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ มีเล่ม ‘In Evil Hour’ แปลโดย ไพรัช แสนสวัสดิ์ ที่ Chicago Sun Times นิยามว่า เป็นนวนิยายอันโดดเด่น หนึ่งในถ้อยแถลงทางการเมืองครั้งสำคัญแห่งศตวรรษนี้

ขณะที่สนพ.สมมติเอง รอบนี้มีหนังสือใหม่หมวดวรรณกรรมไทย ที่เชื่อว่ากวีนิพนธ์ 4 เล่มนี้จะต้องพบผู้อ่านของตัวเองแน่ๆ คือ ฤดูร้อนยาวนานไม่สิ้นสุด,ในความซ้ำซากของชีวิต,อื่นใดนอกจากนั้น และ ฝนบางหยดกลายเป็นผีเสื้อ ส่วนวรรณกรรมแปลคลาสสิคมีเรื่อง หฤทัยแห่งอันธการ แปลมาจาก Heart of Darkness โดย โจเซฟ คอนราด (Joseph Conrad) มาพร้อม บทนำ บทวิเคราะห์ และเชิงอรรถระดับวิเคราะห์ตัวบทและอธิบายแนวคิดเบื้องหลังของผู้เขียนอย่างถึงแก่น
ในที่สุด The Great Transformation: The Political and Economic Origins of Our Time ผลงานระดับโลกของ คาร์ล โปลานยี (Karl Polanyi) ก็แปลเป็นไทยแล้วในชื่อ “เมื่อโลกพลิกผัน: การปฏิวัติอุตสาหกรรม จุดกำเนิดการเมืองและเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน” โดย ภัควดี วีระภาสพงษ์ พร้อมด้วยคำนำเสนอโดย พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ หาได้ที่สนพ.ฟ้าเดียวกัน
แฟนวรรณกรรมญี่ปุ่น ขอนำเสนอ “เพราะเราอยู่กันบนโลกคนละใบ” โดย ริเอโกะ มัตสึอุระ แปลโดย มุทิตา พานิช ว่าด้วยเรื่องราวของนักเขียนหญิงตกงานวัย 40 “มาซาโกะ” กับหญิงวัยกลางคนเพื่อนร่วมบ้านของเธอ และ “เพลงรัตติกาลรักในห้วงคะนึง” รวมเรื่องสั้นแห่งบทเพลงและราตรีกาลของ คาสึโอะ อิชิงุโระ นักเขียนเจ้าของผลงาน Remains of the Day และ Never Let Me Go ที่สั่นสะเทือนอารมณ์ไปถึงก้นบึ้งแห่งความทรงจำผ่านตัวละครและเรื่องราวอันงดงามของชายสี่คนซึ่งมีชีวิตที่ขาดวิ่น สองเล่มนี้อ่านแล้วทั้งหม่นหมองทั้งอิ่มอุ่น ขั้วอารมณ์ตรงข้ามปะทะกันอย่างรุนแรงแทบวางหนังสือไม่ลงเลย สนพ.Earnest Publishing พิมพ์งานดีๆแบบนี้อีกแล้ว
ส่วนใครที่ชอบเพลงแจ๊ส ชอบมุราคามิ ชอบงานเขียนของ “สิเหร่” นักวิจารณ์เพลงชื่อดัง เจ้าของผลงานหนังสือที่ว่าด้วยดนตรีสากล และบทเพลงแจ๊ซหลายเล่ม ยิ้มได้เลย เพราะเขามีงานเขียนเล่มสุดคือ “Jazz Murakami” ที่สิเหร่รวบรวมบทเพลงแจ๊สในงานเขียนของมุราคามิมาวิเคราะห์ผ่านท่วงท่าของดนตรี งานนี้ชื่อของสิเหร่การันตีคุณภาพได้สบายๆอยู่แล้ว อยู่ที่อัลเทอร์เนทีฟ ไรท์เตอร์

เล่ม “คิด เขย่า โลก” โดย สฤณี อาชวานันทกุล ก็น่าสนใจมาก เป็นหนังสือที่รวมเรื่องราวและข้อพิสูจน์ถึงพลังของความคิดมนุษย์ ที่แปรเปลี่ยนมาเป็นพลังทางบวกในการสร้างสรรค์และขับเคลื่อนโลกให้หมุนไปข้างหน้า สนพ. SIDA ใน เครือเคล็ดไทย เป็นผู้พิมพ์ หนังสือใหม่ สนพ. ออน อาร์ต บูท W09 โซน เอเทรียม ด้านใครที่ชอบงานบทกวีของ นายทิวา มีเล่มใหม่คือ ‘ในเครื่องหมายคำถาม ?’ ซึ่ง อ.สกุล บุณยะทัต บอกว่า ลึกซึ้งและมีค่าเสมอต่อการขบคิดของดวงใจมาก สนพ.ออนอาร์ตพิมพ์
ส่วนแฟนของ อธิคม คุณาวุฒิ รอบนี้มีหนังสือเล่มใหม่ ‘Papa, you’re handsome: พ่อหล่อสอนลูก’ ที่คัดสรรจากคอลัมน์ในนิตยสาร WAY เป็นข้อความจากพ่อถึงลูก ก้าวข้าม ‘ความส่วนตัว’ ไปสู่ ‘ความคิดเห็นสาธารณะ’ ที่พ่อคนหนึ่งมีต่อลูกและโลกของลูก เล่มนี้ภาพประกอบเป็นฝีมือลูกสาวคนเก่ง เมี่ยง-พิมพ์บุณย์ คุณาวุฒิ ที่เขียนตั้งแต่ 4 ขวบด้วย ภาพน่ารักมากๆเลย ไปหาที่บูท Wayได้
เล่มนี้เรียกได้ว่าสิ้นสุดการรอคอย คือผลงานของนักเขียนหญิงรุ่นใหญ่ “ศรีดาวเรือง” อย่าง “บรรพสตรี” ที่สนพ.สามัญชนได้นำเรื่องสั้นจำนวน 100 เรื่อง มาจัดรวมพิมพ์เป็นปกแข็งสวยงาม พิมพ์จำนวนจำกัดมีเปิดพรีออเดอร์ล่วงหน้า เหลือขายในงานหนังสือแค่ไม่ถึง 70 เล่ม อยากได้ต้องรีบหน่อย
ใครที่ชอบงานเขียนของ เดฟ เอกเกอร์ส ต้องอ่าน THE CIRCLE (เดอะ เซอร์เคิล) โดย มณฑารัตน์ ทรงเผ่า แปล เล่มนี้นักวิจารณ์ชื่อชอบมากกว่าเป็นนิยายทริลเลอร์ที่เขียนได้อย่างชาญฉลาด และให้นิยามว่านี่คือ 1984 และ Brave New world ในยุคที่โซเชียลมีเดียมีอำนาจเหนือเรา ด้าน องอาจ ชัยชาญชีพ นักวาดชื่อดังมาพร้อมหนังสือเล่มใหม่ “ชายหนุ่มผู้ไม่ทำอะไรเลย” เป็นบันทึกปนเปหลากอารมณ์ ที่ทั้งคำและภาพในเรื่องเล่าล้วนกระแทกกระทบใจมาก เล่มนี้พิมพ์โดย สนพ.เป็ดเต่าควาย
โอเพ่นเวิล์ด ก็มาแบบจัดเต็มคว้าหนังสือรางวัลพูลิตเซอร์ “The Sixth Extinction: An Unnatural History” โดย Elizabeth Kolbert ซึ่ง สุนันทา วรรณสินธ์ เบล แปลในชื่อไทยว่า “ประวัติศาสตร์นับศูนย์: สู่การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6” ที่พาเราย้อนมองประวัติศาสตร์การสูญพันธุ์ และร่วมติดตามความพยายามของคนกลุ่มหนึ่งที่หาทางหยุดยั้งและช่วยเหลือสายพันธุ์ต่างๆที่ก่อนที่การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 จะกลายเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่มนุษย์ให้แก่โลกนี้

ปีนี้เท่าที่สำรวจดู หนังสือแนวความรู้แบบอ่านได้ไม่ยากในสาขาต่างๆทั้งประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมสาสตร์ มนุษยศาสตร์ รัฐศาสตร์มาแรงมาก อาจเพราะในบางสภาวะที่ทุกสิ่งคลุมเครือ “ความรู้” คือกุญแจที่ช่วยไขปัญหาให้มองเห็นตามสถานการณ์ของความจริง
เป็นความรู้แห่งอดีต ที่ส่งผลถึงปัจจุบันและอนาคต เหมือนที่ สนพ.มติชน ตั้งคอนเซ็ปต์ไว้ว่า “ประวัติศาสตร์ คือ อนาคต” เรื่องของประวัติศาสตร์ เกี่ยวพันทั้งในมุมของสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ซึ่งเชื่อมโยงกับผู้คนอย่างมีนัยยะสำคัญ
เพราะงั้นนอกจากหนังสือข้างต้น และอีกมากมายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาตินี้แล้ว อย่าลืมแวะบูท “มติชน” ที่บริเวณโซนพลาซ่า เพื่อเลือกหาหนังสือที่ถูกใจ อาทิ การเมืองในการทหารไทยสมัยรัชกาลที่ 6, ราชสำนักจีนหันซ้าย โลกหันขวา, ราษฎรสามัญ หลังวันปฏิวัติ 2475, ในสาธารณรัฐไวมาร์ ฮิตเลอร์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ฯลฯ
เล่มดีๆทั้งนั้นเลย

