หน้าแรก บันเทิง ถกเถียงหนัก! ...

ถกเถียงหนัก! นิทรรศการ ‘คาราวัจโจ’ ศิลปินระดับโลกใช้อิงค์เจ็ท-ตู้ไฟ เพจดังเอาบ้าง จัดงานแวนโก๊ะปริ๊นท์โชว์ขยี้ซ้ำ

10.05.18 | 17:09 น.

นับเป็นประเด็นร้อนแรงไม่ใช่น้อยสำหรับคนในแวดวงศิลปะร่วมสมัย อีกทั้งผู้สนใจในผลงานศิลปินระดับโลกอย่าง ‘คาราวัจโจ’ ซึ่งล่าสุดมีการจัดงานนิทรรศการ Caravaggio Opera Omnia ของศิลปินรายดังกล่าวระหว่างวันที่ 4 พฤษภาคม – 10 มิถุนายน 2561 ที่นิทรรศการหลักชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร อันเป็นส่วนหนึ่งของอิตาเลียนเฟสติวัลประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2561 เพื่อฉลองวาระครบรอบ 150 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศอิตาลีและประเทศไทย สร้างความตื่นเต้นอย่างมากมากให้แฟนานุแฟนงานศิลป์

กระทั่งเพจดังอย่าง ‘DUDESWEET’ เผยแพร่บทความผ่านเวปไซต์ชื่อเดียวกัน เรื่อง ‘นิทรรศการคาราวัจโจที่ BACC ทำให้เรารู้สึกเศร้าใจแทนคนรักศิลปะประเทศนี้’ เขียนโดย โน้ต พงษ์สรวง มีข้อมูลระบุว่างานนิทรรศการดังกล่าว ไม่ใช่ของจริง หากแต่พิมพ์ด้วยอิ๊งค์เจ๊ตแปะลงบนกล่องไฟ ภาพหลายภาพสีถึงได้เป็นลอนเหมือนปริ๊นเตอร์หมึกใกล้หมดแบบนี้ สีดำก็ไม่ดำสนิท

เนื้อหาส่วนหนึ่งของบทความมีดังนี้

“คาราวัจโจโด่งดังด้วยการวาดดวงตาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความรู้สึก ต่อให้ภาพที่เขาเขียนจะมีคนสิบคนในรูป เขาก็สามารถทำให้เราก็รับรู้ถึงบุคลิกและปูมหลังที่ต่างกันของแต่ละชีวิตที่มีต่อสถานการณ์เดียวกันได้ ผ่านแววตาของแต่ละคนในภาพ

มันจึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่หากอยากดื่มด่ำกับพรสวรรค์ของคาราวัจโจอย่างลึกซึ้ง คุณ ต้อง ได้ ดู งาน จริง ได้มองเข้าไปในดวงตาเหล่านั้น ได้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้งานที่สุด เพื่อเห็นการตวัดมือตอนแต้มไฮไลท์สีขาวบนลูกตา หรือเห็นความบรรจงวาดความเกร็งของกล้ามเนื้อ ที่บางทีคุณอาจจินตนาการเสียงหายใจถี่ระทึกของคาราวัจโจตอนกำลังเพ่งวาดความกลัวได้เลย”

Advertisement

นอกจากนี้ยังปิดท้ายในเชิงยั่วล้อว่า “ถ้าจะให้มาเดินดูอิ๊งค์เจ๊ตหมึกไม่แน่นแบบนี้ มีที่หนึ่งที่รวบรวมงานได้มากกว่า และสีแจ่มกว่า ที่นั่นเรียกว่า Google Images”

บทความที่ว่านี้ ถือเป็นการเปิดประเด็นให้คนแสดงความคิดความเห็น และถกเถียงในความเหมาะสมของการจัดงาน บ้างก็ว่า เหตุใดไม่ยืมภาพจริงมาให้ชมแค่ภาพเดียวก็ยังดี (อ่านบทความฉบับเต็ม คลิกที่นี่)

ไม่เพียงเท่านั้น ต่อมาไม่นาน เพจดังกล่าวยังเผยแพร่โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์นิทรรศการวินเซ้นต์ แวน โก๊ะ “Starry Night” และ “Self-Portrait with Bandaged Ear” ในรูปแบบ HD Digital Painting
ผลงานทั้งสองชิ้นผลิตจากไฟล์จิตรกรรมต้นฉบับคุณภาพสูงจาก Wikimedia Commons ปรับสีเทียบเคียงกับต้นฉบับเพื่อติดลงบนวัสดุโปร่งแสง (กล่องไฟ) โดยผู้เชียวชาญด้านการปรับสีจากร้าน King’s Color Pro ที่ให้บริการงานอิ๊งค์เจ๊ตและป้ายโฆษณามากว่า 20 ปี

เป็นความจงใจ ‘ขยี้’ ประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ให้ความเห็นสนับสนุนจำนวนมาก

ในขณะที่คนดังในแวดวงศิลปะร่วมสมัยบางราย เริ่มทะยอยออกมาให้ความเห็นในอีกด้าน อาทิ นราวัลลภ์ ปฐมวัฒน แห่ง Reading Room ห้องสมุดศิลปะย่านสีลม ที่พยายามให้ความเห็นอย่างเป็นกลาง โดยชี้ให้มองเห็นถึง ‘ความเป็นไปได้’ ของการนำผลงานจริงมาจัดแสดงในไทย

เจ้าตัวโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Narawan Kyo Pathomvat ที่ถูกแชร์ต่อจำนวนมาก ดังนี้

“ก็ว่าจะไม่ออกความคิดเห็นแล้วนะเรื่องงานคาราวัจโจที่หอศิลป์ฯ แต่คนแชร์และบ่นกันเต็มฟีดไปหมดทั้งหน้าไมค์หลังไมค์ จริงๆไม่ได้ติดอะไรกับประเด็นส่วนมากที่คนเขียนวิพากษ์วิจารณ์ เช่น เรื่องที่บอกว่างานแบบนี้คุณภาพแย่กว่างานจริง (ก็ชัวร์ดิ), เดินทางไปดูงานจริงดีกว่า (ก็ชัวร์อีก), พิมพ์ห่วย (อันนี้ไม่แน่ใจว่าพิมพ์บนตู้ไฟดีสุดได้แค่ไหน), โฆษณาชวนเชื่อให้คิดว่าเป็นงานจริงหรือเป็นงานก็อปที่มีคุณภาพ (อันนี้ก็เป็นไปได้ เพราะโฆษณาว่าเป็น HD digital painting ซึ่งคืออะไรไม่แน่ใจ), ฯลฯ

แต่ที่ติดอยู่ประเด็นนึงคือ เรื่องที่คนมักจะคอมเมนท์ว่า “ทำไมไม่เอางานจริงมาแสดงล่ะ” แทนที่จะแสดงสามสี่สิบงานปลอม เอาเงินไปขอภาพจริงๆมาแสดงภาพเดียวจะดีกว่า คือเราเข้าใจ sentiment นะ และเห็นด้วยว่าดีกว่าแน่ๆ แต่! ช้าก่อนพี่น้อง! ความเป็นไปได้มันคือศูนย์ไงคะ งานจริงของเฮียมีประมาณแปดสิบงาน ซึ่ง 98% อยู่ในคอเล็คชั่นของพิพิธภัณฑ์ระดับชาติของยุโรปและอเมริกา และอยู่บนผนังโบสถ์ในอิตาลี ซึ่งตัดผนังโบสถ์ออกไปก่อน มาดูที่ความเป็นไปได้ของการยืมงานจากพิพิธภัณฑ์กัน

งานเปิดนิทรรศการ Caravaggio OPERA OMNIA เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม ภาพจากเพจ BACC หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งระบุชัดเจนว่านิทรรศการนี้เป็นการรวบรวมผลงานจากการบันทึกผลงานและผลิตสำเนาจากจิตรกรรมต้นฉบับด้วยเทคโนโลยี HD Digital Reproduction

ต้องเข้าใจนิดว่าการยืมงานของพิพิธภัณฑ์ระดับโลกมันมีขั้นตอนซับซ้อนยากลำบากมาก มันไม่ใช่แบบเพื่อนยืมของกันอะ สิ่งสำคัญที่สุดรองจากเงิน คือ quality control ซึ่งหอศิลป์เรามีเหรอ เอาแค่เรื่องเบสิคเรื่องเดียว temperature control ก็ไม่มีแล้ว ไม่ต้องพูดเรื่องอื่นเลย ส่วนเงินนี่เอาแค่ค่าประกันผลงานก็ลาก่อนแล้ว ไหนจะคนเฝ้างานและรักษาความปลอดภัยอีก แล้วไหนยังจะปัจจัยว่า เขาจะได้อะไรจากเรากลับด้วย ส่วนใหญ่พิพิธภัณฑ์พวกนี้ให้ยืมกันเองในหมู่พิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆที่ชื่อเสียงเชื่อถือเชื่อใจกันได้เท่านั้นละ

ประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ ฯพณฯ ฟรัชเชสโก ซาเวริโอ นิสิโอ, เอกอัครราชฑูตอิตาลี ประจำประเทศไทย
H.E. Mr. Francesco Saverio Nisio, Ambassador

อย่างที่บอกไป เราก็ไม่ได้เข้าข้างไหนเป็นพิเศษหรอก แต่แค่อยากให้ดูความเป็นไปได้ของโอกาสและ facility ประเทศเรานิดนึงน่ะ ส่วนตัวเราจริงๆสนใจดีลนี้ในฐานะธุรกิจและกลไกทางความสัมพันธ์ของสถาบันและผู้เล่นต่างๆมากกว่าด้วยซ้ำ เช่น การที่สถานทูตดีลงานกับหอศิลป์ฯสามที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำงาน reproduction ของศิลปินอิตาเลียนสามคนมาแสดง (คนอื่นคือราฟาเอลและมิเกลแองเจโล) หรือการที่สถานทูตมีดีลกับบริษัทตู้ไฟ เป็นต้น”

ต่อมา ครูบาอาจารย์ในสถาบันศิลปะชั้นนำของไทยอีกหลายท่าน ก็แสดงคงามเห็นไปในทำนองใกล้เคียงกัน หรือเห็นคล้อยตามคอมเม้นต์ข้างต้น

ไม่ว่าสุดท้ายแล้วข้อถกเถียงนี้จะจบอย่างไร และจะจบหรือไม่ หรือจะลุกลามต่อไปเป็นกรณีศึกษาในงานเสวนาวิชาการ แต่ที่แน่ๆ นิทรรศการที่ว่านี้ ได้กลายเป็นกระแสที่ทำให้คนสนใจจะไปชมให้เห็นกับตากันมากยิ่งกว่าตอนโปรโมตแรกๆเสียอีก .