จุดเริ่มต้นของนิทรรศการ เล่าเรื่องเก่าที่เราแคร์ ผ่านชุมชนบางแคที่เราเห็น ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารายได้ให้บ้านพักคนชราบางแคนั้น ฌอห์น จินดาโชติ นักแสดงหนุ่มซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงร่วมมือกับเพื่อนจัดขึ้นระหว่างนี้ที่เขาเล่าว่าเกิดขึ้นจากหลากหลายเหตุผล หนึ่งในนั้นคือการอยากตอบแทนย่าน ‘บางแค’
“เพื่อนหลายคนมาเปิดร้านกาแฟ เปิดฟิตเนสย่านเพชรเกษม บางคนเกิดและโตที่บางแค หลายคนมีความผูกพันก็เล่าให้ผมฟัง”
ประกอบกับช่วงปลายปีที่ผ่านมา เขาเองมีโอกาสได้ทำบุญที่บ้านบางแค และรับทราบข้อมูลว่าที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่มักชอบไปเลี้ยงอาหารกลางวันคนชราที่นั่น หากกระนั้นสิ่งซึ่งเป็นที่ต้องการ และยังขาดคือ ปัจจัยเพื่อใช้ในการซื้อของทั้งที่เป็นเครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น
ขณะเดียวกันอีกอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ระยะหลังๆ มานี้ “ด้วยอะไรที่มันเปลี่ยนไป มีคนมาฝากคนชรามากขึ้น ผมจึงรู้สึกว่าพอยต์ที่บ้านพักคนชรากำลังจะบอก คือคนให้ความสนใจน้อยลง เรื่องของผู้เฒ่าผู้แก่ที่คนละเลย เหมือนพอถึงบั้นปลายของชีวิตเริ่มน่ารำคาญ ทำตัวเหมือนเด็กงอแง เอาไปฝากไว้ในที่ที่เขามีเพื่อนดีกว่า แต่พอเราเข้าไปพูดคุย ทำให้เรารู้ว่าจริงๆ คนเหล่านั้น สุดท้ายแล้วเขาอยากอยู่บ้านตัวเอง บั้นปลายชีวิตไม่มีใครอยากจบลงที่ไกลบ้าน ทุกคนอยากอยู่บ้านกับคนที่เรารัก แล้วเขาก็รักเรา ผมว่าสิ่งต่างๆ ที่ผู้เฒ่าผู้แก่พูดกับผมแล้วมันมีประเด็น มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจ”

เมื่อประกอบกับข้อมูลที่ได้จากหน่วยราชการ ว่าพื้นที่บางแคนั้น เป็นหนึ่งในเขตที่มีจำนวนประชากรเยอะที่สุด และคนที่นั่นก็ไม่ค่อยย้ายถิ่น
“เขาจะมีวิถีชีวิตแบบเดิมที่เคยอยู่กันตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อแม่ ซึ่งผมรู้สึกว่าตรงนี้มันมีเสน่ห์บางอย่าง เลยคุยกับเพื่อนว่า ในเมื่อพวกนายมาใช้สถานที่เขา ควรจะทำอะไรเพื่อเขา ทำเพื่อบางแคหน่อย”
ส่วนที่ตัดสินใจทำผ่านการแสดงภาพถ่ายนั้น ฌอห์นให้เหตุผลว่า เป็นเพราะ “เวลาพูดถึงบางแคคนจะบอกว่าไกล แล้วจะรู้จักแต่บ้านพักคนชรา บางคนไม่รู้เลยว่าตอนนี้มันมีการต่อสู้ที่เด็กรุ่นใหม่อยากให้มีความเจริญเข้ามา อยากให้มีห้างสรรพสินค้ามาเปิด ส่วนคนรุ่นเก่าก็ว่า ที่มันเป็นบ้านไม้ ก็ดีอยู่แล้วนะ ก็เกิดการถกเถียง แลกเปลี่ยนความเห็น แต่ว่าสุดท้ายแล้วผมเห็นความใจกว้างของคนที่เกิดก่อน ในการที่เริ่มปล่อยให้พวกเกี่ยวกับรถไฟฟ้ามาผ่าน แล้วมีคอนโดฯ ผมว่ามันย้อนแย้งดีนะ ที่ข้างหน้าเป็นคอนโดฯ แต่พื้นที่ที่ผมไปถ่ายรูป ไม่เปลี่ยนเลย ยังเป็นบ้านไม้อยู่”
“ผมรู้สึกว่าเขาใจกว้างที่จะให้ความเปลี่ยนแปลงเข้ามา แต่ตัวตนก็ไม่สูญเสีย และเท่าที่คุยก็รู้ว่าหลายๆ คนมาขอกว้านซื้อที่เพื่อทำเป็นอสังหา แต่ชาวบางแคกับตลาดบางแคเป็นส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้ยากมาก เพราะกลุ่มคนเขาสามัคคี ว่าขอให้เป็นออริจินัลแบบนี้ได้ไหม”
“ผมรู้สึกว่าน่าสนใจ เลยอยากให้กลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาดู ว่าบางแคมีที่มาอย่างไร สิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจที่เอามาเล่าเป็นรูปถ่ายได้”
“ตอนแรกก็ไม่ค่อยกล้าเพราะรู้เลยว่าเสี่ยง เพราะเราก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง ที่มีกลุ่มเพื่อนแค่ 5 คน” เขาเผยความรู้สึกพลางหัวเราะ
หากสุดท้ายก็ตัดสินใจจับมือกันลุย

“เป็นงานนิทรรศการเล็กๆ ไม่ได้ใหญ่มาก” คนทำออกตัว
เล่าด้วยว่าตอนเล่าให้บรรดาผู้สูงวัยในบ้านบางแคฟังถึงโปรเจ็กต์ดังล่าว “เขาดีใจกันมาก” ถึงตอนนี้คนเล่า เล่าด้วยเสียงอันแจ่มใส
“คือเขารู้สึกว่าไม่ค่อยมีโปรเจ็กต์อะไรที่พูดถึงบ้านพักคนชรา ถึงต่อให้มีโปรเจ็กต์เหล่านั้นก็จะมาจากคนวัยกลางคนขึ้นไป แต่นี่กลายเป็นจากคนอายุ 20 กว่าไปถึง 30 เขาก็เลยแปลกใจที่เลือกเขา ตื่นเต้น อยากเอาภาพมาแปะ เราก็บอกไปว่าภาพมันไม่ได้ดีขนาดนั้น” เล่าแล้วฌอห์นก็หัวเราะเสียงดัง
“คือมันก็ประมาณนึง แต่จะเก็บไว้ให้ แล้วเขาก็ถามว่าอยากให้ช่วยอะไรไหม เขาดีใจนะ ที่เหมือนลูกหลานมาช่วย”
กับนิทรรศการที่จัดขึ้นนี้ ฌอห์นว่าเขากับเพื่อนไม่ได้คาดหวังเรื่องตัวเลขเงินที่จะได้ เพราะลึกๆแล้วที่หวังไว้มากกว่า คือ “อยากให้คนได้เห็นว่าการอยู่ร่วมกัน มันต้องช่วยเหลือกัน ไม่ว่าทางไหนก็ทางหนึ่ง แล้วเราก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่อยากเอาตัวเองเป็นที่ตั้งเสมอไป เด็กคืออนาคตของชาติ แต่ผู้ใหญ่ก็คือคนที่วางรากฐานของปัจจุบันเอาไว้ ผมรู้สึกว่าเราต้องไม่ทิ้งเขา”
“และเหมือนเป็นการจุดไฟว่าทุกคนสามารถคิดจะทำอะไรเพื่อคนอื่นได้นะ เล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยกันเรื่อยๆ มันโอเค”
“อย่างน้อยมันสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้คิดว่าการช่วยคนมันไม่ได้ยากเลย”
ขอเพียงเริ่มลงมือ


