“ถ้าตอบแบบจากใจ นี่เป็นบทภาพยนตร์ที่พูดถึงความรักในหลายรูปแบบ มีความเป็นพี่น้องอยู่ในเรื่อง” ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ให้เหตุผลที่ตอบตกลงแสดงเป็น ‘พี่ชัช’ สุดป่วนของ ‘น้องเจน’ และ ‘เมจิ’ ในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของจีดีเอช ’น้อง.พี่.ที่รัก’ ที่กำลังลงโรงฉายอยู่ในขณะนี้
“คือในบรรดาที่เคยดูมา จะไม่ค่อยเจาะลึก ภาพยนตร์อื่นๆ จะพูดว่า สองคนนี้เป็นพี่น้องกัน แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เรื่องนี้ความรักของพี่น้องถูกเอามาพูด มีความเป็นแฟมิลี่ ความเป็นครอบครัว”
ทั้งนี้ กับตัว ‘ชัช’ ซันนี่บอกว่า เอาเข้าจริงแล้วทัศนคติต่างจากเขาแบบคนละขั้ว และ “จริงๆ บทเป็นคนเลวกว่านี้อีกนะ”

“แต่พอผ่านตัวผมก็ดูเป็นคนดีขึ้นมากเลย” เขาบอกแบบหน้าตาย
แถมยืนยันว่าที่พูดมานั้นเป็นความจริงทั้งหมด
“เพราะผมรู้สึกว่าคนที่เลวไปเรื่อยๆ มันไม่มีอะไร ถ้าจะเลว ต้องมีเหตุผลที่คนอื่นเถียงไม่ได้ พี่น้องคู่นี้ถ้านั่งฟังเขาคุยกัน เถียงกัน เราจะเข้าข้างใครไม่ถูก เพราะมีเหตุผลทั้งคู่ เราจะไม่มองว่าพี่หรือน้องผิด เราจะเข้าใจ ซึ่งผมอยากให้เป็นอย่างนี้”
เขาเลยดีไซน์ชัชให้เป็นแบบที่จะเห็นในจอ
ส่วนที่ว่ากันว่าเขาน่ะเป็นคนทำงานแบบไม่ถือบทมากองถ่าย ซันนี่บอกพลางหัวเราะ “อย่าพูดอย่างนี้สิ เดี๋ยวดูไม่ดี”
ก่อนอธิบายว่า อันที่จริง “มันเป็นความถนัดของแต่ละคนมากกว่า เป็นวิธีของแต่ละคนที่จะทำงาน แล้วผมรู้สึกว่าจากประสบการณ์ของผม เวลาที่เข้าฉาก ผมไม่คิดว่าบทจะพูดว่าอะไร เพราะเราจดจำด้วยความรู้สึก”

“อันนี้ไม่ใช่ข้ออ้างนะ จริงๆ คือเวลาอ่านบท ผมจะพยายามเป็นตัวละครตัวนั้น แล้วพอเราเป็นตัวละครตัวนั้นแล้ว เราจะรีแอ๊กแบบตัวผมจริงๆ ผมจึงไม่ได้จำเป็นไดอะล็อก แต่ตอบไปตามรีแอ๊กของคนคนนั้น”
“รู้สึกว่าถ้าถือไปนั่งท่อง มันคงไม่ใช่เรา”
“แล้วก็กลัวบทมันเก่าด้วย” บอกอีก
หาาาา…
เห็นกิริยาของเรา แล้วพระเอกหล่อก็หัวเราะ
ก่อนบอกก็เหมือนหนังสือการ์ตูนไง
“เหมือนเวลามีหนังสือการ์ตูน แล้วไม่ชอบให้ใครมาทำให้มันเก่า กับบทก็เหมือนกัน ไม่ชอบให้ใครมาหักมุม ผมตีมือเลยนะ มาหักมุมหนังสือของผมไม่ได้ แล้วถ้าเราเปิดบทมาก มันจะเป็นรอย หรือมีคนมาขีด ผมก็ไม่ชอบ เท่านั้นเอง”
“มันเป็นความโรคจิตของตัวเอง มาจากนิสัยของเรานั่นแหละ บทเลยถูกวางเก็บไว้สวยงาม”
สำหรับการร่วมงานกับ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ผู้เป็น ‘เจน’ นั้น ซันนี่บอก ในส่วนของงานนับว่าดี ขณะที่ “ถ้าไม่เกี่ยวกับการทำงานจะรู้สึกว่า เราเจอคนดีๆ ในชีวิต”
คนที่น่ารัก จริงใจ ไว้ใจได้ และมีความรับผิดชอบในทุกสิ่ง
“ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครมาถามผมเลย ว่าผมอยากมีน้องสาวไหม ซึ่งผมก็ไม่เคยคิด เพราะที่บ้านมีแต่พี่สาวและพี่ชาย แล้วผมก็เฉยๆ ในการอยากมีน้องมาตลอด แต่พอมาเล่นเรื่องนี้ แล้วมีคนถามว่าอยากมีน้องสาวไหม ถ้าจะให้มี เลือกญ่านะ ให้เป็นน้องสาว”
ขณะกับ นิชคุณ หรเวชกุล ผู้เป็น ‘โมจิ’ รายนี้ก็เป็นคนดี ตั้งใจทำงานมาก และแม้จะมีชื่อเสียงโด่งดัง หาก “เขาเป็นคนที่มีความธรรมดามาก” และ “เราไว้ใจเขาได้เหมือนกัน”
“คนดีเลยนะ เอาง่ายๆ” ว่าอย่างนั้น
การได้ทำงานกับคนดีๆ ทั้ง 2 รวมถึงทีมงานดีๆ อีกมากมาย เลยทำให้รู้สึกว่า การทำงานเรื่องนี้สนุกมาก สนุกเหลือเกิน
“สนุกจนรู้สึกผิดนิดนึง ว่ามันสนุกไปไหม จนจะคิดว่าเราไม่ได้ทำงานหรือเปล่า แต่ว่าเราทำนะ แล้วมันสนุกจริงๆ”

ซันนี่ที่นับไปนับมา แล้วบอกว่า เขานั้นอยู่ในวงการมาได้ 13 ปีแล้ว และเป็น 13 ปี ที่ “พอมองกลับไปแล้วก็ดีเหมือนกันนะ เพราะตอนที่เรียนอยู่ ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำอาชีพอะไร ก็โชคดีและเป็นความบังเอิญที่ทำให้มาเจออาชีพนี้ และเราก็รักในอาชีพ เลยทำมาได้นาน”
“รู้สึกว่าดีจัง ที่มาเจอสิ่งที่รัก ถ้าไปเจอสิ่งอื่นคงผ่านๆไป คงเลิกทำไป”
คำที่ใครๆ ชอบพูดว่านี่เป็นวงการมายา ใครเข้ามาก็อยู่ได้ป๊อบแป๊บ อายุการทำงานสั้น หรืออะไรประมาณนี้ จึงเป็นคำที่ “ผมไม่ชอบ”
“ที่เขาบอกวงการนี้อายุสั้น อายุมันไม่นาน ต้องเก็บเงิน ผมงงมาก รู้สึกแบบ ถ้าเรารักสิ่งนี้แล้วอยากทำ มันเกี่ยวหรือว่าจะอยู่ได้ไม่นาน เกี่ยวหรือว่าเราต้องหาเงินไปทำอะไร ผมไม่ได้มองเรื่องเงิน คนอาจเถียงว่าเรามีเงินนี่หว่า ไม่เกี่ยวนะ ต่อให้ไม่มีเงิน เราก็ทำสิ่งนี้อยู่ดี แล้วก็อยากทำมันไปเรื่อยๆ แค่นั้นเอง”
“เราต้องโฟกัสก่อนว่า เรามองถึงเรื่องไหน ถ้ามองเรื่องสายอาชีพ เรารักอะไร เราก็จะทำ แต่ถ้ามองแค่ตัวเงิน ก็ไปทำอย่างอื่นสิ แทงหวยสิ มันคนละแบบกัน”
“ความสุขของการทำงานของผม คือการได้อ่านบท ออกกอง คิดว่าบทนี้อยากแสดงอะไร เป็นความท้าทายของเรา แค่ดูหนังบางเรื่องที่ชอบ ก็มีแรงบันดาลใจในการทำงานแล้ว ไม่ได้คิดเรื่องเงินเลย ที่เหลือมันคือผลพลอยได้กับชีวิต”
“เรามีความสุขที่ทำ แค่นั้นพอ”

