‘หนึ่งด้าวฟ้าเดียว’ ที่สุดของ ‘เจมส์’ ยาก-เหนื่อย-เจ็บตัวและต่อสู้กับสภาพอากาศ

28.05.18 | 08:00 น.

ทำเอาสาวๆ ถึงกับเคลิ้มไปกับความหวาน ของ ‘ออกพระศรีขันทิน’ ขันทีจากโต้ระกี่ และความมาดแมนของ ‘ขันทอง’ ที่แสดงโดย พระเอกหนุ่ม เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข ในละคร ‘หนึ่งด้าวฟ้าเดียว’ ที่เจ้าตัวเปิดใจให้ ‘มติชน’ ฟังถึงบทบาทขันทีที่ได้รับว่า ในชีวิตจริงนั้นตนก็อ่อนหวานอยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าการต้องมาปลอมตัวเป็นขันทีนั้นไม่ยาก

“แต่มันก็ไม่ได้ถึงกับว่าเข้ากับเราซะทีเดียวนะครับ มันก็แค่โอเค ปรับตัวง่ายหน่อย”

ทั้งยังว่าการได้มาเล่นเรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสนุก เพราะไม่เพียงแค่บทขันทีที่สร้างสีสันแล้ว แต่กระนั้นยังต้องเป็นนักรบ รวมไปถึง การเป็น ‘จารบุรุษ’ หรือ ผู้สอดแนม ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีฉากบู๊ด้วย

“ผมไม่เคยบู๊แบบนี้มาก่อน มันเป็นละครพีเรียดก็ต้องบู๊ด้วยดาบ ตื่นเต้นดีครับ ยากด้วย”

ก่อนถ่ายทำต้องไปเรียนคิวบู๊ถึง 3 เดือน เรียนทั้งการต่อสู้ด้วยมีดสั้น, เตะ ต่อย, ฟันดาบ และขี่ม้า ซึ่งเจมส์บอกว่า ทั้งหมดนี้การฟันดาบยากที่สุด

Advertisement

“ยากตรงที่ว่า ตอนถ่ายทำจริงถ้าเราเล่นช้ากล้องมันจะเห็นว่าท่าการฟันของเราไม่จริงจัง ไม่แรง”

จึงต้องอาศัยเทคนิคประเภท “ต้องฟันให้สุด ฟันผ่าน แต่ห้ามให้ดาบไปกระทบแรงๆ ต้องหักดาบนิดนึงเพื่อให้มันเฉี่ยว อะไรแบบนี้ครับ”

ทั้งนี้นอกจากการเรียนรู้เรื่องการต่อสู้การถ่ายทำดังว่า เมื่อเริ่มถ่ายทำไปไม่นานเขาก็โดนผู้กำกับ อย่าง ฟิวส์ กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล สั่งให้ไปเรียนรู้เพิ่มอีกเรื่อง นั่นก็คือ เรื่อง ‘ประวัติศาสตร์’

“ตอนเด็กผมเป็นคนที่ไม่ค่อยอ่านหนังสือ แล้วโง่เรื่องประวัติศาสตร์มาก ได้คะแนนน้อยมาก พอมาเล่นเรื่องนี้ผู้กำกับบอกว่ามันไม่ได้อ่ะเจมส์ มันดูไม่อิน บ้านเมืองจะแตกนะ เขาก็ให้ผมไปศึกษาประวัติศาสตร์เพิ่ม”

 

และนั่นก็ทำให้เขาเลือกที่จะเรียนผ่านภาพยนตร์ ‘ตำนานสมเด็จพระนเรศวร’ ทั้ง 7 ภาค

“ผมก็ไปดู พอดูเสร็จ อินมากเลยนะครับ คือยิ่งดูก็ยิ่งได้รู้ประวัติศาสตร์บ้านเรา แล้วสมัยก่อนมันไม่มีเหมือนสมัยนี้ที่ยังมีกฎหมาย มีเขตแดนชัดเจน สมัยก่อนที่เป็นยุคล่าอาณานิคมบรรพบุรุษไทยก็ปกป้องบ้านเมืองให้ยังคงอยู่”

เมื่ออินและเข้าใจกับบทบาทเนื้อเรื่องแล้ว ก็ใช่ว่าการแสดงละครเรื่องนี้จะง่าย ไร้อุปสรรค ด้วยเจมส์ว่า เขายังต้องเจอในพาร์ทของการแสดงที่ ‘ทุกฉากยากหมดเลย’

โดยเฉพาะซีนบู๊ที่ถึงกับบอกว่า ถึงตอนนี้ยังจำได้ขึ้นใจ

“เป็นซีนบู๊ที่ใช้เวลาหนึ่งฉากกับหนึ่งวันถ่ายทำกับอากาศที่ร้อน”  ซึ่ง “โคตรทรมานเลยครับ”

“กว่าจะออกมาได้แต่ละฉาก มันยาก ต้องใช้พลังงานที่มหาศาลมากๆ”

“ร้อนก็ร้อน ชุดก็หนัก แล้วมีรายละเอียดที่ต้องทำ คือบู๊เนี่ยมันต้องทำท่านี้ซ้ำๆ เพื่อเปลี่ยนมุมเพื่อใช้ความเร็วเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ความเร็วช้าลง มันมีดอกจันอีกเยอะแยะมากมาย”

ซึ่งดอกจันเยอะแยะมากมายของเจมส์นั้น ก็อย่างเช่น “บู๊แล้วคิวไม่ตรงบ้าง คิวตรงสวยแล้วแต่กล้องไม่ได้ หรือกล้องได้ก็ต้องเปลี่ยนมุม เปลี่ยนมุมก็ต้องเล่นอีกรอบนึง เปลี่ยนแคบเปลี่ยนกว้าง มีอินเสิร์ช ฟันอันนี้มาก็ต้องหยุดนิดนึงอะไรแบบนี้”

ฟังแล้วเราก็เหนื่อยแทน

แต่ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะยังมีเรื่องสภาพอากาศที่ไม่ค่อยจะเป็นใจ ด้วยตอนถ่ายเจอทั้งร้อนจัด หนาวจัด ฝนตก น้ำท่วม เรียกได้ว่าผ่านมาทุกสภาวะ

“ตอนถ่ายทำเป็นปีที่อุณหภูมิ 40 กว่าองศาแล้วใส่ชุดขันที โคตรร้อนเลย” แถมยัง “มีช่วงนึงที่ลงมา 16 องศา แล้วถ่ายกันถึงตี 3 กับชุดเกราะที่มันไม่ได้กันหนาวเลย”

“ยืนสั่นอ่ะ หนาวจนเจ็บ”พระเอกเล่าความรู้สึก

ความรู้สึกต่างจากเรื่องก่อนๆ ที่เจอแต่ละครที่การถ่ายทำค่อนข้างสะดวกสบาย เป็นคุณชาย ยืนหล่อๆ อยู่ในวัง ถึงอากาศจะร้อนบ้าง แต่ก็ไม่เท่าเรื่องนี้ที่ได้แผลกลับบ้านแทบทุกวัน

แต่กระนั้นก็เป็นงานที่เขาภาคภูมิใจ

สุดท้ายเมื่อถามว่าอยากจะพูดอะไรถึงละคร หนึ่งด้าวฟ้าเดียว เจมส์ ก็ว่า เขาอยากให้ทุกคนติดตามดูละครเรื่องนี้ เพราะนอกจากจะเป็นละครที่ครบรสและอิงประวัติศาสตร์อันน่าสนใจแล้ว

“ยังทำให้เราได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ว่ามีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง”

เพื่อที่จะได้จำไว้เตือนใจ ไม่ให้ผิดซ้ำ