‘ตั๊ก บงกช’ กับประกวดที่ไม่อยากชนะ และข่าวดีที่อาจได้ทุนเมืองนอกทำหน้ง

เพิ่งไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ Udine Far East Film Festival ครั้งที่ 20 ที่ประเทศอิตาลี เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่ที่ผลงานเข้ารอบสุดท้าย และแม้ ‘Sad Beauty เพื่อนฉัน…ฝันสลาย’ จะไม่ได้รางวัล แต่กระนั้น ตั๊ก บงกช เบญจรงคกุล ก็มาได้ข่าวดีซ้ำ เมื่อหนังถูกคัดให้ไปฉายใน เทศกาลภาพยนตร์ Shanghai International Film Festival ขณะเดียวกันก็เข้ารอบสุดท้ายใน เทศกาลภาพยนตร์นิวยอร์ก อาเซียน ฟิล์ม เฟสติวัล โดยในส่วนของนิวยอร์ก อาเซียน ฟิล์ม เฟสติวัลนั้น ตั๊กบอกว่า งานของเธอนั้นจะเป็นประเภท audience awards นั่นคือผู้ชมจะเป็นคนลงคะแนนตัดสินว่าเรื่องใดจะได้รางวัล

“ดีใจมาก ที่คนจะได้ดูหนังเรา” ตั๊กบอกด้วยเสียงใส แสดงความรู้สึกในใจชัดเจน

แล้วจึงว่า “ตั๊กอยากให้คนได้ดูหนังที่ตั๊กทำ แล้วสื่อสารออกมา เหมือนศิลปินทั่วไปนะคะ เวลามีผลงานก็อยากให้คนมาเห็น มาชม”

อย่างไรก็ดี ผู้กำกับที่เริ่มต้นจากการทำหนังสั้นหลายเรื่อง ก่อนจะมาทำเรื่องยาวคือ ‘นางฟ้า’ และมี ‘Sad Beauty เพื่อนฉัน…ฝันสลาย’ เป็นเรื่องที่ 2 ก็ออกตัวว่า งานชิ้นนี้อาจจะไม่ใช่หนังที่ดีเลิศ

“ตั๊กว่ามันอยู่ที่เรื่องของความลงตัวด้วยนะคะ บางทีมันก็เป็นโอกาส เป็นช่วงเวลาพอดี อาจไม่ใช่หนังดี แต่ว่าน่าสนใจ”

“อย่างเทศกาลที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้บอกว่าหนังตั๊กดี แต่ว่าหนังอยู่ในเกณฑ์ และตีความได้หลายแบบ ซึ่งมันแปลก ไม่เคยเจอ ถือว่าเป็นหนังคลื่นลูกใหม่เหมือนกัน เขาบอกแบบนี้”

ส่วนกับเทศกาลใหม่ กับรางวัลครั้งใหม่ ตั๊กบอกเลย “จริงๆในใจไม่อยากชนะ”

“ไม่ใช่พูดให้คนมาหมั่นไส้นะ แต่พูดเพราะเราอยากจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปอีก เพราะเมืองนอกคำว่าหน้าใหม่สำหรับเขา คือมันมีโอกาสมากกว่าที่จะเป็นหน้าเก่า มีการได้ลองผิดลองถูกอะไรได้มากกว่า เหมือนกับว่าเขายังไม่เคยชนะ แต่หนังของเขาติดเข้ามาในเทศกาลนะ แล้วถ้าเกิดเราทำเรื่องใหม่ เขาก็จะบอกว่า คนนี้ผู้กำกับที่ทำแซด บิวตี้ ไง ที่หนังเคยเข้าประกวด แต่ไม่ชนะ เดี๋ยวลองดูเรื่องนี้ของเขาสิ มันยังจะเป็นความใหม่ของเขาอยู่ ซึ่งเราก็ดีใจแล้วนะคะ ที่เข้าไปอยูในจุดนั้น”

“แต่ถ้าเราชนะ ก็ต้องพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ แล้วตอนนี้ตั๊กไปศึกษา ไปดูหนังของแต่ละประเทศมา เขาทำหนังเกี่ยวกับสังคม สังคมที่เปิดกว้าง ซึ่งบ้านเราทำหนังสังคมที่เปิดกว้างไม่ได้ เพราะเรามีขอบเขต”


อย่างไรก็ดีผู้กำกับรายนี้ก็บอกว่าจะสู้เต็มที่ และตอนนี้เธอก็มีพลอตเกี่ยวกับเรื่องราวของสังคมที่คิดว่าน่าสนใจมาแล้วพลอตหนึ่ง โดยจะจับเรื่องราวในสังคมออนไลน์ สังคมแห่งการคอมเม้นท์ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการอ่านเจอ ทั้งของคนอื่น และที่มีมาถึงตัวเธอเองโดยตรง

“ซึ่งเรื่องของคอมเม้นท์นี้ค่อนข้างที่จะมีผลกระทบทางด้านจิตใจ กฎหมาย และสังคม ซึ่งตั๊กคิดว่าน่าทำมาก ออกตัวไว้ก่อนเลย เผื่อมีใครคิดทำ ว่าเราคิดจะทำ และตั๊กต้องขอบคุณคนที่เข้ามาเม้นท์ตั๊กในไอจี ที่ทำให้ได้ไอเดีย”

ไอเดียซึ่งเธอจะนำพัฒนาเพื่อนำเสนอนายทุนในต่างประเทศ

“นายทุนที่เมืองนอกเขาบอกเลย ว่าถ้าคุณมีบทที่ดี เขาพร้อมที่จะซัพพอร์ท เขาอยากทำธุรกิจร่วมกับเรา แต่ต้องขอเป็นหนังที่เกี่ยวกับสังคม ประวัติศาสตร์ ซึ่งประวัติศาสตร์ตั๊กทำไม่ได้ ไม่รู้เรื่อง”

“แล้วต่อไปนี้ถ้าจะทำภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเรื่องใด ตั๊กต้องการร่วมทุนค่ะ จะไม่ทำโดยใช้เงินของตัวเอง เราจะร่วมด้วยไอเดีย และความคิด แต่เป็นเงินนายทุน”

ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีการติดต่อพูดคุยบ้าง ทางอีเมล์แล้ว

“มันเป็นการเริ่มต้นที่ดี มีหลายประเทศติดต่อเข้ามา ทั้งจากชิคาโก เซี่ยงไฮ้ สเปน เรายังตัดสินใจกันอยู่ว่าจะยังไง”

อดใจไว้รอฟังข่าวดี

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กร.ร.’ จ่อฟ้องก.ค.ศ. แจ้งขาดคุณสมบัติประเมิน ว13  กว่า 1,000 ราย
บทความถัดไปผลสำรวจชี้ ปชช.มองคนไทยใช้น้ำมันแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน แนะรัฐแก้ไข