เปิดใจ ‘บีม ศรัณยู’ ชีวิตอดีตผู้ชายเพลย์บอย มีสาวโทรหาแม้ในวันแต่งงาน

5.06.18 | 20:27 น.

เล่นละครแต่ละครั้งก็ได้รับแต่บทบาทตัวร้าย สำหรับ บีม ศรัณยู ประชากริช แถมชีวิตจริงก็ถูกมองว่าเป็นเพลย์บอย ล่าสุดเขาได้มาเปิดใจ ในรายการ คุยแซ่บShow ถึงจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ครั้งหนึ่งเคยเสียเพื่อนจากการยกพวกตีกันสมัยวัยรุ่น รวมถึงชีวิตหลังแต่งงานกับภรรยาสาว ชาช่า ทามาดะ ว่าทำไมถึงยังไม่มีทายาทซักที

หน้าโหดแล้วใจเราโหดมั้ยกับผู้หญิง

“สมัยก่อนก่อนแต่งงานเป็นคนที่นึกถึงแต่ตัวเอง บางทีชอบก็ทำเลย ไม่คิดถึงคนรอบตัว ทำให้ส่งผลเสียหลายอย่าง อนาคตจะมีภรรยาจริงจัง ความเชื่อใจก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่จะอยากเป็นของเล่นของใคร ความเจ้าชู้กับความสำส่อนมันเป็นอะไรที่เส้นบางๆมากเลย”

แล้วระหว่างเจ้าชู้กับสำส่อนเราอยู่ฝั่งไหน

“ผมไม่ได้เจ้าชู้ เจ้าชู้จะหยอดไปเรื่อย หว่านไปเรื่อย เขาเรียกว่าบริการเสน่ห์ แต่ถ้าสำส่อนคือไม่เลือกเลย แต่ผมไม่เป็นแบบนั้นแน่นอน เลือกรับประทาน”

Advertisement

วัน ไนท์ แสตนบ่อยมากเลยหรอ

“จริงๆผมไม่เคย วัน ไนท์ แสตนเลยนะ เป็นคนที่ไม่เคยชอบใครแล้วกลับบ้านมา วัน ไนท์ แสตนได้เลย เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าจะคบใครเป็นจริงเป็นจังระยะยาวด้วย บางทีเราคิดแง่ผู้ชายอย่างเดียว จริงๆแล้วเราอาจจะเป็นคนเสียก็ได้นะ”

เคยโดนผู้หญิงหลอกใช่มั้ย

“ก็มีแบบต้องการเข้ามายืนในวงการบันเทิงแบบทางลัดก็มี มีหลายรูปแบบ ก็จะแบบปากหวาน ดูแลเราดีมาก คือเหมือนนางในฝันเลย ทุกอย่างราบรื่นหมด ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ต้องการให้เอาโปรไฟล์ตัวเองไปฝากกองละคร แม้กระทั่งวันที่แต่งงานก็มีผู้หญิงโทรศัพท์มาหา ประมาณว่าจะหวั่นไหวมั้ย เราเลยให้ภรรยาคุยเลย เพื่อความบริสุทธิ์ใจ”

หลังแต่งงานมีผู้หญิงที่พร้อมเข้ามาพลีกายอย่างไรบ้าง

“ต้องบอกว่าก่อนแต่งงาน 2 ปี ผมเคลียร์ตัวผมเองก่อนเลย ทำตัวให้คลีนมากๆถึงขอภรรยาแต่งงาน เพราะก่อนขอภรรยาแต่งงานเขาไม่มั่นใจ กลับบ้านมาร้องไห้ เพราะเขาไม่อยากเจอเหตุการณ์เก่าๆที่ผมเจ้าชู้อีก”

ก่อนหน้านี้เขารู้ความเจ้าชู้คุณขนาดไหน

“ไม่รู้เลยครับ ถึงคบกัน เพราะผู้ใหญ่เขาแนะนำให้เจอกัน ก็คือคุณพ่อของคุณแหวนแหวน ชาช่าเขาอยู่อังกฤษมานาน เขาเลยไม่รู้ข่าวผมเลย”

แล้วมุมมองส่วนตัวเราล่ะ มองผู้ชาย หรือ ผู้หญิงที่ชอบวัน ไนท์ แสตน ยังไงบ้าง

“ผมว่ามันเป็นรสนิยมส่วนตัวนะ แต่ผมว่ายุคนี้มันไม่มีความคลาสสิคเลยอ่ะ เดี๋ยวนี้มันมีแอพหาคู่ คือมันไม่มีความคลาสสิคในการไปเดท ไปดินเนอร์ ดูหนัง กันเลย มันโจ๊ะกันอย่างเดียวเลย มันดูไม่มีอารยธรรมเท่าไหร่”

หลังแต่งงานภรรยาเคยจับเราได้เรื่องความเจ้าชู้มั้ย

หลังแต่งงานมา 3 ปี ผมไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้หญิงเลย แม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยคิดอยากจะบริหารเสน่ห์หรือหว่านเสน่ห์เลย เป็นเพราะความรัก ความดีของภรรยาผมเลย ถ้าไม่ได้ภรรยาคนนี้อย่างชาช่าผมก็ไม่ได้หยุดแบบนี้”

ช่วงคบกันก็เคยมีผู้หญิงไลน์มาหาแล้วเขาจับได้ด้วย

“คบกันมา 6 ปี ถึงแต่งงาน ช่วงที่คบก็มีคนไลน์มาหา แบบผมไปหยอดเขา ก่อนช่วงแต่งงาน มีช่วงเสียใจ เสียน้ำตาเยอะมาก เราก็แก้ตัวด้วยการโมโหทับแล้วก็แถ (หัวเราะ) แต่คู่ผมใช้วิธีการแถไม่ได้ ต้องเคลีย์กันให้จบ”

เล่าเรื่องเหตุการณ์ยกพวกตีกัน เป็นยังไง

“ย้อนไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เราอยู่โรงเรียนชายล้วน เรามีเพื่อนสังคมข้างนอกแถวสยามแสควร์ เราก็มีคู่อริบ้าง กระทบกระทั่งบ้าง มันเป็นเรื่องไร้สาระในวัยเด็ก เช่นบางคนอยู่ถิ่นนี้ไม่ชอบหน้าคนนี้ เอาหัวเข็มขัด เข็มโรงเรียน เป็นเรื่องของสถาบัน ยุคนั้นก็ตีกันบ่อยแทบจะทุกวีคเลย อาวุธเราก็เอาไว้ท้ายรถ”

เคยได้รับบาดเจ็บอะไรมั้ย ในการตีกัน

“หลายอย่างนะ อาจจะโดนต่อย ฟกช้ำธรรมดา ส่วนเหตุการณ์เสียเพื่อนมีหลายกรณี แต่กรณที่จำได้เลยคือ ตอนนั้นอยู่กับอริ เพื่อนก็เข้าไปเปิดก่อนเลย โดนสปาต้าฟันหลังเลือดพุ่งต่อหน้าเต็มเสื้อเราเลย ก็ช่วยกันหิ้วไปโรงพยาบาลตำรวจ สรุปเพื่อนคนนั้นก็เสียชีวิต เพราะโดนเส้นเลือดใหญ่”

หลังจากเหตุการณ์นั้นเราสะท้อนอะไรได้มั้ย

“ตอนวัยรุ่นก็ยังคิดน้อยอยู่ อาจจะแค่เสียใจ เราวนๆอยู่เหตุการณ์แบบนี้ก็มีเพื่อนเสียไป 7 คน จากการตีกัน 4 คน แล้วก็แข่งรถ 3 คน”

เราเจอแต่เรื่องแบบนี้ กลับบ้านไปเราเปลี่ยนอะไรมั้ย

“เราเปลี่ยนความคิดเรื่องของความระมัดระวังตัว ตอนเด็กๆเราก็ไม่ค่อยได้คิดถึงใคร คิดถึงแต่ตัวเอง”

ขอบคุณภาพจาก Orange Mama