เปิดงานวิจัย ปฏิภาณเชิงภาษา ‘สองแง่สองง่าม’ เพลงลูกทุ่งไทย จาก พ.ศ.2500 ถึงยุคออนไลน์
กลับมาดังเปรี้ยงแบบที่เจ้าตัวเองก็ถึงกับ งง หนักมาก สำหรับเพลงลูกทุ่งที่ขับร้องโดย เดือนเพ็ญ เด่นดวง ที่มีท่อนฮุกกระแทกหูว่า ‘คนจนล่ะมีสิทธิ์มั้ยคะ มีงานให้ทำไหมคะ ปริญญาไม่มี แต่มี…นะคะ’
ล่าสุด ดาราหนุ่มใหญ่ ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ โพสต์ความในใจผ่านเฟซบุ๊กโดยไม่ได้พาดพิงถึงเพลงใดหรือกรณีไหนเป็นพิเศษ ทว่า มีน้ำเสียงความห่วงใยต่อสังคม โดยตั้งคำถามว่า ‘เรามาถึงจุดนี้แล้วหรือ?’ จุดที่เพลงลูกทุ่งมีคำหยาบคาย แต่คนมองเป็นเรื่องขบขัน
อ่านข่าว:‘ป๋อ ณัฐวุฒิ’ ถาม มาถึงจุดนี้ได้ยังไง ในวันที่เนื้อเพลงมีคำหยาบคาย แต่มองเป็นเรื่องขบขัน
งานนี้ไม่พ้นชาวเน็ตร่วมคอมเมนต์คึกคัก โดยไม่น้อยยืนยันว่า เป็นวัฒนธรรมเพลงลูกทุ่งที่เป็นเช่นนี้มานานแล้ว แม้แต่เพลงนี้ก็เป็นเพลงเก่าเมื่อ 30 ปีก่อน และสังคมก็ขบขันกันมานานแล้ว ไม่ถือสาหาความ
อย่างไรก็ตาม คำหยาบ กับ ภาษา ‘สองแง่สองง่าม’ ย่อมไม่เหมือนกันเสียทีเดียว
ทั้งนี้ มีงานวิจัยบ่งชี้ถึง การใช้คำร้องภาษาเชิงสองแง่สองง่ามที่ ‘ตรงไปตรงมามากขึ้น’ ในยุคหลัง เช่นเพลง “ปูหนีบอีปิ๊”, “Yes แน่นอน” เพราะความคลี่คลายของยุคสมัยเนื่องจากอิทธิพลโลกาภิวัตน์และโดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์
‘มติชนออนไลน์’ ชวนอ่านผลงานวิจัย เรื่อง ปฏิภาณทางภาษาเชิง “สองแง่สองง่าม” ในคำร้องเพลงลูกทุ่งไทย ซึ่งเป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) ผลงาน ภรัณยู ขำน้ำคู้ วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2560
ผู้วิจัยมีจุดมุ่งหมายในการศึกษา 3 ประการ ประการแรกเพื่อศึกษาการใช้ปฏิภาณทางภาษาเชิงสองแง่สองง่ามในคำร้องเพลงลูกทุ่งไทย
ประการต่อมาเพื่อเปรียบเทียบการใช้ปฏิภาณทางภาษาเชิงสองแง่สองง่ามในคำร้องเพลงลูกทุ่งไทยที่ต่างสมัยกัน และประการสุดท้ายวิเคราะห์วัฒนธรรมทางเพศวิถีที่สะท้อนผ่านภาษาเชิงสองแง่สองง่ามในคำร้องเพลงลูกทุ่งไทย ซึ่งแบ่งยุคเพลงได้เป็น 3 ยุค คือ ยุคแรก (ราว พ.ศ.2500-2519) ยุคกลาง (ราว พ.ศ.2520-2549) และยุคปัจจุบัน (ราว พ.ศ.2550-ปัจจุบัน) โดยใช้เครื่องมือวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) และการวิเคราะห์ตัวบท (Textual analysis) จากกลุ่มตัวอย่างเพลงลูกทุ่งไทยที่ศึกษาจำนวน 33 เพลง
ผู้วิจัย พบการใช้ปฏิภาณทางภาษาเชิงสองแง่สองง่าม 8 ประเภท ได้แก่ 1) สัญลักษณ์ 2) คำผวน 3) การเปลี่ยนเสียงสระ/พยัญชนะแต่เห็นเค้าคำสังวาส 4) คำพ้องเสียง 5) คำคุณศัพท์ที่สื่อนัยทางเพศ 6) หักข้อรอจังหวะ 7) การเล่าเรื่อง และ 8) การเลียนเสียงธรรมชาติ โดยพบการใช้ปฏิภาณทางภาษาเชิงสองแง่สองง่ามประเภทสัญลักษณ์มากที่สุด
การใช้ปฏิภาณทางภาษาเชิงสองแง่สองง่ามในคำร้องเพลงลูกทุ่งไทยแต่ละยุคมีความแตกต่างกัน โดยเพลงยุคแรกอยู่ในยุคที่มีการจัดระเบียบสังคมที่ส่งผลต่อความเคร่งครัดในการใช้ภาษาสุภาพ เพลงส่วนใหญ่จึงมีการเซ็นเซอร์ตัวเองสูง
เพลงยุคปัจจุบันพบการใช้คำร้องภาษาเชิงสองแง่สองง่ามที่ตรงไปตรงมามากขึ้นเช่นเพลง “ปูหนีบอีปิ๊”, “Yes แน่นอน” เพราะความคลี่คลายของยุคสมัยเนื่องจากอิทธิพลโลกาภิวัตน์และโดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น Youtube ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถแสดงศิลปะของตนอย่างเสรีมากขึ้นและปราศจากการควบคุมจากภาครัฐ
สำหรับวัฒนธรรมทางเพศวิถีพบว่า ภาพลักษณ์และพฤติกรรมทางเพศ สถานที่ และความเชื่อเรื่องเพศ สะท้อนอำนาจของฝ่ายชายหรือสังคมปิตาธิปไตย (Patriarchy) ที่สังคมอนุญาตให้เป็นผู้เริ่มปฏิบัติการทางเพศตั้งแต่ฝากรักไปจนถึงการร่วมเพศ อย่างไรก็ตาม ในหลายๆ บทเพลงโดยเฉพาะยุคกลางและยุคปัจจุบัน เช่น เพลง “ผู้ชายในฝัน”, “ปล่อยน้ำใส่นาน้อง” ก็พบว่าฝ่ายหญิงท้าทายสังคมปิตาธิปไตย ซึ่งฝ่ายหญิงเป็นผู้เริ่มปฏิบัติการทางเพศก่อน ดังนั้น ในบางแง่ของเพลงลูกทุ่งไทยกำลังยกระดับความเท่าเทียมกันทางเพศวิถีหญิงชายไทย
อ่านวิทยานิพนธ์ฉบับเต็ม:http://cuir.car.chula.ac.th/bitstream/123456789/60250/1/5984685028.pdf

