โบกี้ ไลอ้อน ตอบดราม่าไม่เหมาะเป็นโค้ชเดอะวอยซ์ เชื่อศักยภาพไม่เป็นรองใคร

25.09.24 | 19:58 น.

โบกี้ ไลอ้อน ตอบดราม่าไม่เหมาะเป็นโค้ชเดอะวอยซ์ เชื่อศักยภาพไม่เป็นรองใคร

เรียกได้ว่าสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับเหล่าโค้ชทั้ง 4 คน และแฟนๆ เป็นอย่างมาก กับการปรากฏตัวของศิลปินชื่อดัง โบกี้ ไลอ้อน ในรายการ The Voice Thailand 2024 ที่จะมาเป็นโค้ชคนที่ 5 ของรายการ ภายใต้กติกาใหม่ The Voice Commack Stage เพื่อมอบโอกาสครั้งที่ 2 แก่ผู้เข้าแข่งขัน ที่ไม่ผ่านเข้ารอบได้กลับมาโชว์ความสามารถอีกครั้งในออนไลน์แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่รอดพ้นดราม่าจากชาวเน็ตบางคนที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าศิลปินสาวไม่เหมาะสม ซ้ำยังถามว่ารายการใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกกรรมการ

ล่าสุดโบกี้ก็ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงบทบาทการเป็นโค้ชคนที่ 5 ของรายการ The Voice Thailand 2024 และเผยถึงดราม่าว่า

การเลือกผู้แข่งขัน?
“อย่างที่รู้ว่า รายการเดอะวอยซ์ เป็นรายการที่ตื่นเต้นที่สุด ในส่วนตัวแทบจะที่สุดในชีวิตของการเป็นนักร้องแล้ว เพราะฉะนั้นการประกวดครั้งนึงมันจะสามารถประกวดได้แค่ครั้งเดียว โดยที่มันจะมีสถานการณ์หน้างานที่มันไม่สามารถควบคุมได้ เช่นแสงสีเสียงไปความตื่นเต้นต่างๆ แต่ผู้เข้าแข่งขันหลายๅกลุ่มมีความสามารถ เพราะฉะนั้น โค้ชคนที่5 เนี่ย มันมาเพื่อให้โอกาสผู้เข้าแข่งขันที่มีความสามารถแต่อาจจะหลุดเวที ตื่นเวที หรือเหตุผลบางประการที่ทำให้โค้ชไม่ได้เลือกเขาหรือเขาไม่ได้เป็นผู้ที่ถูกเลือก”

“แล้วจริงๆ อะโค้ชคนที่ 5 ก็เป็นโค้ชคนหนึ่ง ที่มาเพื่อมอบโอกาสที่สองให้กับผู้แข่งขันหลายๆ ท่านที่มีความสามารถ เราจะมีโอกาสเลือกคนที่ไม่มีโค้ชทั้ง4คนในรายการเลือกเลยซักคนเดียว แต่ไม่ใช่ทุกคนนะคะ ที่จะเราเลือกมา เราจะมีเกณฑ์การตัดสินของเรา ว่าแต่ละคนมีน้ำเสียงที่ไพเราะ มีน้ำเสียงโดดเด่นไหม ที่สำคัญเลยก็คือความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน ที่มันจะไม่มีใครซ้ำกัน รวมถึงเราจะดูว่าแต่ละคนน้ำเสียงของเขาสามารถต่อยอดไก่ไหม โน้ตแต่ละตัวที่ร้อง ที่เขาปล่อยออกมามันอาจจะเป็นตัวโน้ตที่เขาคิดมาแล้วหรือใดใดเนี่ย เขาทำมันได้ถึงมาตรฐานตามที่โค้ชคนหนึ่งจะต้องว้าวกับเขาไหม ว่าโอ้ คนนี้ทำไมเขาถึงไม่ถูกเลือก”

Advertisement

ก็คือโบกี้จะเลือกจากคนที่ไม่ถูกโค้ชคนไหนเลยในรายการ หันมาเลือกเขา แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เราจะเลือกให้มีโอกาสครั้งที่2 ?
“ใช่ค่ะ คือทีมของโบกี้ ก็จะเป็นทีมที่ลูกทีมจะแข่งขันกันเองจนกว่าจะเหลือเป็นสองคนสุดท้าย ที่จะเข้าไปมีโอกาสแข่งด้วยในรายการรอบ เซมิไฟนอล ซึ่งจะเป็นรายการที่ถ่ายทอดผ่านช่องทางออนไลน์ในยูทูบของเดอะวอยซ์ คือ รายการใหม่ The Voice Comeback Stage  ซึ่งก็มีการแข่งขันเหมือนรายการจริงเลย และการแข่งขันก็เข้มข้นไม่แพ้กันเลย มีรอบที่คู่แข่งขันจะต้องเข้ามาประชันกันเองด้วยเสียงของพวกเขา ซึ่งเหมือนมีภูมิคุ้มกันให้แต่ละคนแล้วว่าไอ้รอบที่คุณตื่นเต้นมา แต่วันเนี่ยภายใต้ความตื่นเต้นของคุณ โค้ชคนนี้กลับเล็งเห็นว่าคุณมีน้ำเสียงที่ดีแค่ไหน โค้ชถึงเชื่อในตัวคุณ ถึงเลือกคุณเข้ามาอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นความตื่นเต้นที่คุณได้ทำผิดพลาดไปในรอบนั้นๆ หรืออะไรก็ตาม ที่คุณรู้สึกว่าคุณทำผิดไปตั้งแต่รอบแรกอะ มันจะถือว่าเราได้รับโอกาสอีกครั้ง และเราแก้ไขมัน โดยมันจะอยู่ที่คุณแล้วว่า คุณจะทำให้ดีที่สุดไหม และสุดท้ายคุณอาจจะกลายเป็นคนที่ได้เข้าแข่งขันรอบเซมิไฟนอก ก็ได้ค่ะ“

รับบทบาทเป็นโค้ชกดดันไหม?
”ถามว่ากดดันไหม ก็กดดันนะคะ คือกดดันด้วยภาพลักษณ์แล้วก็บุคลิกของโบมากกว่า โบเป็นคนติ๊งต๊อง คือโบรู้สึกว่าเวลาพูดอะไรหลายๆอย่างที่พูดอาจจะดูไม่ได้มีความน่าเชื่อถือ คือพอเหมือนว่าเราอยู่กับผู้ใหญ่ที่เห็นแต่ละท่านที่อยู่ในวงการมานานมากๆแล้วเขาก็มีความช่ำชองในการพูด แล้วก็สื่อสารให้คนอื่นได้เข้าใจ เราก็ยังรู้สึกว่า เราต้องพัฒนาจุดนั้น และเราก็สามารถพัฒนาได้นะตรงนี้ ความยุติธรรมเกณฑ์การตัดสินและความเท่าเทียมอันนี้ค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวเองว่าตัวเองจะเป็นโค้ชที่ดีอยู่ระดับหนึ่ง เพราะเรียกได้ว่าตัวเองอุทิศชีวิตให้กับสิ่งนี้ แล้วรักในการร้องเพลง รักในดนตรีและอุทิศตัวเองให้เรียนรู้อยู่เสมอ และนี่คือสิ่งที่เชื่อใจตัวเองว่าตัวเองจะเป็นโค้ชที่ดีและยุติธรรม รวมถึงสามารถตัดสินตามผลเกณฑ์การตัดสินที่มีได้อย่างเหมาะสม“

เราเป็นโค้ชประมาณไหน ดุไหม?
“เป็นโค้ชไม่ดุค่ะ แต่ว่าเป็นโค้ชใจดี ให้โอกาส แต่ว่าก็มีความสปอยล์ลูกทีม ก็เรียกว่าอยากจะให้ลูกทีมเป็นคนที่ดีที่สุดในแบบของตัวเอง บางอย่างที่เราเทรนได้ว่าสิ่งไหนที่มันเหมาะสมต่อการเป็นเขาที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม สิ่งนั้นเราทำแล้ว เราก็จะให้ไม่ยั้งเลย”

“คือตอนช่วงแรกที่เราได้รับโอกาสนี้ เรายอมรับว่าเรากลัวมาก กดดันมากๆ ว่าคนดูอาจจะดราม่า ไม่ยอมรับในการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เพราะว่าตัวโบก็ทราบดีว่าอายุยังไม่ค่อยมากเท่าไหร่ คือโบอาจจะไม่เหมาะในการที่จะมานั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ และรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่สูงส่งมากๆ เพราะว่าจากวันที่เราเป็นแค่ผู้เข้าแข่งขัน แต่วันนึงเรามาเป็นโค้ชซะเอง แต่ว่าหลังจากที่เราได้มาทำตรงนี้ได้มาอยู่ด้วยแล้ว ก็ได้มาคลุกคลีกับบรรยากาศนี้ รู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เรารู้สึกขอบคุณ ที่รายการเลือกโบเข้ามาทำตรงนี้มากๆ โบรู้สึกว่ามันเป็นตัวโบมากๆค่ะ เป็นตัวโบที่พร้อมจะเผยแพร่ความรู้ เผยแพร่ทฤษฎีรวมถึงวิธีปฏิบัติต่างๆที่ตัวโบเองก็เป็นคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มั่นใจบนเวที แล้ววันนี้มายืนตรงนี้ก็รู้สึกว่าตัวเอง อย่างน้อยคือพร้อมมากๆ พร้อมที่จะโค้ชทุกคนไปในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยที่ไม่มีกั๊กเลยค่ะ คือเรียกว่าพร้อมจริงๆ”

”คือโบไม่รู้ว่าทุกวันเนี่ยโบเป็นนักร้องที่ดีหรือเปล่า ตอนโบเป็นผู้เข้าแข่งขัน โบอาจจะไม่ได้เป็นผู้เข้าแข่งขันที่ดีครบ 100% อาจจะไม่ได้ข้ามผ่านความตื่นเต้นได้ ลูกทีมปัจจุบันอาจจะทำได้ดีกว่าโบในตอนนั้นด้วยซ้ำ แต่ว่าโบเชื่อว่าในศักยภาพเป็นโค้ชของโบไม่เป็นรองใครแน่นอนค่ะ”

แล้วความรู้สึกของเราที่ได้รับบทบาทนี้เป็นยังไงบ้าง?
“ลึกๆ ก็กลัวนะ เพราะว่าเวลาที่เราวางภาพลักษณ์ตัวเองให้เป็นศิลปิน เราก็จะเป็นตัวเองได้มากกว่า เราก็จะเป็นศิลปินเราก็จะส่งอารมณ์ของเราได้โดยตรงกับผู้ชมและคนดู แต่ครั้งนี้ เรามานั่งอยู่ในตำแหน่งโค้ช เรามีหน้าที่โค้ชเหล่าผู้มีความฝันให้เดินตามความฝันของเขาด้วยแรงศรัทธา รวมถึงวิธีหลายๆอย่างที่เราเคยผ่านมา คือถามว่ามันอึดอัดกังวลใดใดไหม มันก็ต้องมีอยู่แล้ว ที่มันจะผ่านไป แต่ว่าความอยากพัฒนาคนของโบว์ ที่มันเป็นประกายในวันนี้ มันทำให้โบเห็นว่าโบดีใจมากๆที่ครั้งหนึ่ง ได้มาเป็นโค้ชของเดอะวอยซ์ และสิ่งที่รู้สึกกับรายการมากๆ คือขอบคุณมากๆ รวมถึงขอบคุณผู้เข้าแข่งขันทุกท่านที่มาประกวดเพราะว่าในขณะที่โบนั่งฟังรอบออดิชั่นของทุกคน เป็นครั้งแรกในชีวิตที่โบรู้สึกว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่ ในแง่ดี แล้วคนพวกเนี่ย คนกลุ่มเนี่ยที่มาประกวดในรายการเนี่ย เขาไปอยู่ที่ไหนกันมา คือมันเป็นบุญมากๆที่ได้มานั่งฟังตรงนี้แบบสดๆ แล้วเชื่อว่าทีมงานทุกคนที่ทำเดอะวอยซ์มากว่า9ปี เขาก็น่าจะรู้สึกเช่นกันว่าเขาเป็นกลุ่มคนที่ดึงคนที่มีความสามารถ ดึงคนที่มีเสียงร้องสวรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคนมารวมกันไว้ที่นี่แล้วจริงๆ”

แล้วเราคิดเห็นยังไงกับดราม่าว่า ว่าไม่เหมาะสม?
“จริงๆ หนูไม่มีอะไรจะพูดถึงดราม่าอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมมีสองด้านอยู่แล้ว อาจจะเป็นด้านดีบ้าง ไม่ดีบ้างอันนี้เป็นสิ่งที่เราได้ทำการบ้านที่จะน้อมรับมันอยู่แล้วก่อนที่จะมายืนตรงนี้ คือต่อให้มีคนดราม่าว่าโบไม่เหมาะโบก็ไม่ได้ไปตินะว่าฉันเหมาะที่สุด เพราะว่าในมุมมองเขาอาจจะคิดจริงๆก็ได้ว่า โค้ชในเกณฑ์ตัดสินใจของแต่ละคนก็อาจจะไม่เหมือนกัน ในใจคนดูอาจจะคาดหวัง ในหลายสิ่งที่มันไม่เหมือนกัน บางคนเชียร์คนนี้ บางคนไม่ชอบเลยฉันเชียร์คนนี้ เรารู้สึกว่า เราไม่สามารถไปบังคับกฎเกณฑ์ในใจของแต่ละคนได้ รวมถึงเรื่องเนี่ย มันเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้สำหรับโบ สิ่งที่ดีที่สุดที่โบทำได้ตอนนี้ ก็คือโบจะทำการบ้านในการเตรียมตัวความพร้อมกับการรับเหรียญทั้งสองด้านนี้”