‘ชาย ชาตโยดม’ ใจหายวิกฤตละครไทย แอบคิดหรือต้องเปลี่ยนอาชีพ แต่มั่นใจมีทางออก
แม้ว่าจะเป็นนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือที่ทั้งผู้จัดและแฟนละครให้การยอมรับในผลงาน ของ ชาย ชาตโยดม แต่กระนั้นในช่วงวิกฤตละครไทยแบบนี้ เจ้าตัวก็ยอมรับว่าเจอผลกระทบแบบเต็มๆ เหมือนกัน
ก่อนหน้านี้บอกละครหายไปเยอะ ตอนนี้ขออัพเดตว่ามีละครใหม่เข้ามาหรือยัง?
“ไม่มีครับ (หัวเราะ) แต่มีที่ถ่ายอยู่ตอนนี้เรื่องนึงครับ คือชายว่ามันต้องมีการเปลี่ยนแปลงเนอะ พอถึงเวลาเราก็ต้องปรับตัวแล้วก็หาว่าทางเดินต่อไปจะไปอยู่ตรงไหน“
คิดว่าจะไปสุดที่ตรงไหน?
”อาจจะลากยาวนะ อาจจะไม่ได้จบ คือทุกคนก็อยากให้มันไปต่อได้ เพราะฉะนั้นทุกคนก็พยายามที่จะไปด้วยสุดความสามารถของทุกคนอยู่แล้ว แต่เราแค่ยังไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางมันอยู่ตรงไหน คือถ้าเรารู้และจับได้แล้วว่าเป้าหมายอยู่ตรงไหนก็จะไปในทิศทางนั้นได้ง่ายขึ้น แต่ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าทิศทางเป้าหมายเราอยู่ตรงไหนเท่านั้นเอง“
แอบใจหายไหม ละครไทยเคยเฟื่องฟูแล้วมาเกิดการเปลี่ยนแปลง?
“ใจหายด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนสัมผัสมาได้สักพักใหญ่แล้ว ของชายไม่ใช่แค่ช่วงปีที่ผ่านมา คือปีที่แล้ว คือช่วงที่ละครเยอะๆ หลายๆ เรื่อง แล้วก็ค่อยๆ เงียบไป เงียบแบบแปลกๆ แล้วก็ทิ้งช่วงมาถึงตอนนี้ ก็แบบ อ๋อ..โอเค เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น“
จากปีละกี่เรื่อง ตอนนี้เหลือเท่าไหร่?
“อย่างตอนที่เยอะๆ เลยปีนั้นประมาณ 8 เรื่อง ก่อนหน้านั้นก็ 3-4-5 เรื่อง คืออย่างน้อยก็มีงานที่ต่อเนื่องอยู่ตลอด แต่พอมันขาดช่วงปั๊บก็ เอ๊ะ..มันเกิดอะไรขึ้น มันดูเงียบๆ ไป แล้วมันก็เงียบยาว“
ในความเป็นทั้งผู้กำกับ ทั้งนักแสดง เราช็อกไหม?
”มันอยู่เหนือการควบคุมจริงๆ นะ อย่างนักแสดงตัวเล็กๆ ก็ยังทำอะไรไม่ได้ องค์กรใหญ่ๆ เองก็เจอผลกระทบหนักก็อาจจะต้องช่วยกันในทุกๆ ด้าน ต้องหาทางออก ต้องหาวิธีที่จะไปต่อได้อย่างมั่นคง เหมือนตอนนี้ทุกคนไม่รู้เป้าหมายมันเลยสั่นคลอนทั้งทางด้านจิตใจและอะไรต่างๆ คือไม่เคยคิดเหมือนกันว่าเราต้องเปลี่ยนอาชีพเหรอ (หัวเราะ) เราทำมา 20-30 ปี เราก็รู้สึกว่านี่คือทางชีวิตของเรา อาจจะมีสะดุดสำหรับหลายๆ คน คนทั้งวงการก็อาจจะต้องช่วยกันหาทางออก ช่วยกันผลักดันให้เกิดอะไรขึ้นสักอย่างที่ทำให้เรากลับมาทำในสิ่งที่เรารักได้เหมือนเดิม“

มีคำที่บอกว่า เราต้องเปลี่ยนอาชีพเหรอ ความรู้สึกนี้มาตอนไหน?
”ทำขนมขายแล้วไงทุกวันนี้ (หัวเราะ) ในความรู้สึกคือไม่นึกว่าจะไม่ได้ทำแล้ว แต่ตอนนี้มันอาจจะเป็นน้ำจิ้มเป็นจุดเริ่มต้นหรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ไม่รู้อนาคตว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ทุกคนก็ต้องเตรียมตัว ทุกคนต้องปรับตัวให้ได้ ถ้ามันไม่มีจริงๆ แล้วจะทำยังไง เราก็ต้องไปต่อดำเนินชีวิตต่อไปด้วยวิธีที่เราถนัดหรือว่าหาวิธีที่เราทำได้“
เริ่มหันมาทำคอนเทนต์กับวิกกี้?
“(หัวเราะ) คือกี้เขาชอบทำ ชายก็จะเขินๆ อยู่ตลอดแต่ว่าบางทีกี้เขาชวนเราก็ อ่ะๆ ทำบ้างก็ได้ (แต่ว่าจัดเต็มมาก?) ทำแล้วก็ต้องเต็มที่สิ เราจะไม่ทำเล่นๆ นะ เราจะทำจริงจังเสมอ (หัวเราะ)“
ได้มองอาชีพที่ 2 ไว้ไหมว่าจะทำอะไร?
“เอาจริงๆ ไม่เคยคิดที่จะหยุดไม่เคยคิดว่าจะต้องเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่น คือรู้ว่ามันต้องไปต่อให้ได้ เราก็เชื่ออย่างนั้นเราก็แค่ช่วยกันหาวิธีที่จะไปต่อให้ได้ การทำขนมมันคือแพชชั่นอีกอย่างนึงของชาย คือความสนุกความสุข เป็นรายได้ที่มาช่วยที่บ้านได้มันก็ดี แต่ไม่เคยคิดว่าต้องเปลี่ยนอาชีพแล้วต้องไปแล้ว ไม่ไป ยังไงชายก็ไม่ไป (หัวเราะ)“
พองานหายไปเครียดไหม?
“ชายว่างงมากกว่า งงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้เครียด คิดว่ายังไงมันก็ขาดไปจากโลกนี้ไม่ได้หรอก ยังไงก็ต้องมีศิลปะแขนงนี้มีความบันเทิงแบบนี้ อาจจะเป็นแพลตฟอร์มอื่น รูปแบบอื่น หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ยังต้องมีและชายก็ยังยึดมั่นที่จะทำอาชีพนี้ยังเป็นนักแสดงต่อไป“
มั่นใจว่าจะมีหนทาง?
”มั่นใจครับ มีครับต้องมีแน่นอนครับ ยังไงก็ต้องมีเราแค่ต้องช่วยกัน เราต้องหาวิธีให้เจอ“


