โค้ช ‘โบกี้ ไลอ้อน’ เชื่อมั่นศักยภาพ เผยความสวยที่ทำเอไอ ‘งง’

3.10.24 | 18:03 น.

โค้ช ‘โบกี้ ไลอ้อน’ เชื่อมั่นศักยภาพ เผยความสวยที่ทำเอไอ ‘งง’

สร้างเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ไปไม่น้อย หลังจากการปรากฏตัวของศิลปินชื่อดัง โบกี้ ไลอ้อน กลางรายการ The Voice Thailand 2024 ที่มาเซอร์ไพรส์เปิดตัวเป็นโค้ชคนที่ 5 ของรายการ ภายใต้กติกาใหม่ The Voice Comback Stage เพื่อมอบโอกาสครั้งที่ 2 ให้กับผู้เข้าแข่งขันที่ไม่ผ่านการคัดเลือกในรอบ Blind Audition, Battle และ Knockout ได้กลับมาโชว์ความสามารถอีกครั้งในออนไลน์

ซึ่ง โค้ชโบกี้ ก็ได้บอกว่า เป็นการกลับมาเยือนรายการเป็นครั้งที่ 2 ที่ก่อนหน้านี้มาในฐานะผู้เข้าแข่งขัน The Voice Thailand ซีซั่น 4 และยอมรับว่าเป็นรายการที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิตของการเป็นนักร้องแล้ว

“เพราะฉะนั้นการประกวดครั้งนึง จะสามารถประกวดได้แค่ครั้งเดียว โดยที่มันจะมีสถานการณ์หน้างานที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น แสง สี เสียง รวมไปถึงความตื่นเต้นต่างๆ”

Advertisement

“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้เข้าแข่งขันหลายๆ คนมีความสามารถ เพราะฉะนั้น โค้ชคนที่ 5 มาเพื่อให้โอกาสผู้เข้าแข่งขันที่มีความสามารถ แต่อาจจะหลุดเวที ตื่นเวที หรือเหตุผลบางประการที่ทำให้โค้ชไม่ได้เลือกเขา”

โค้ชโบกี้ก็เลยเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะทำให้บางคนได้กลับมาอีกครั้ง ตามเกณฑ์การตัดสิน ทั้งเรื่องของน้ำเสียง และความโดดเด่นมีความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน ที่มันจะไม่มีใครซ้ำกัน

“ดูว่าแต่ละคนน้ำเสียงของเขาสามารถต่อยอดได้หรือไม่ โน้ตแต่ละตัวที่ร้อง ที่เขาปล่อยออกมา มันอาจจะเป็นตัวโน้ตที่เขาคิดมาแล้ว หรือใดๆ ก็ตาม เขาทำมันได้ถึงมาตรฐานตามที่โค้ชคนหนึ่งจะต้องว้าวกับเขาไหม”

ในส่วนของการมาทำหน้าที่โค้ช ที่ต้องมีภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือจากแฟนๆ รายการ โบกี้
ไลอ้อน ก็ยอมรับว่าอาจจะดูไม่ได้มีความน่าเชื่อถือ แต่กระนั้น “เราต้องพัฒนาจุดนั้น และเราก็สามารถพัฒนาได้ ณ ตรงนี้”

“โบรู้สึกว่ามันเป็นตัวโบมากๆ ที่พร้อมจะเผยแพร่ความรู้ เผยแพร่ทฤษฎี รวมถึงวิธีปฏิบัติต่างๆ ที่ตัวโบเองก็เป็นคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มั่นใจบนเวที แล้ววันนี้มายืนตรงนี้ ก็รู้สึกว่าตัวเองพร้อมมากๆ ที่จะโค้ชทุกคนไปในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยที่ไม่มีกั๊กเลย”

กับเรื่องของความยุติธรรม เกณฑ์การตัดสิน และความเท่าเทียมนั้นโบกี้ บอกว่า เชื่อมั่นในตัวเองว่าจะเป็นโค้ชที่ดีในระดับหนึ่ง เนื่องจากตัวเองอุทิศชีวิตให้กับสิ่งนี้ แล้วรักในการร้องเพลง รักในดนตรี และอุทิศตัวเองให้เรียนรู้อยู่เสมอ จึงทำให้เชื่อใจในตัวเองว่า ตัวเองจะเป็นโค้ชที่ดีและยุติธรรม รวมถึงสามารถตัดสินตามผลเกณฑ์การตัดสินที่มีได้อย่างเหมาะสม

“โบไม่รู้ว่าทุกวันนี้ โบเป็นนักร้องที่ดีหรือเปล่า ตอนโบเป็นผู้เข้าแข่งขัน โบอาจจะไม่ได้เป็นผู้เข้าแข่งขันที่ดีครบ 100% อาจจะไม่ได้ข้ามผ่านความตื่นเต้นได้ ลูกทีมปัจจุบันอาจจะทำได้ดีกว่าโบในตอนนั้นด้วยซ้ำ”

“แต่โบเชื่อว่าในศักยภาพเป็นโค้ชของโบไม่เป็นรองใครแน่นอน”

นอกจากเรื่องความสามารถด้านงานเพลงแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่โบกี้ ไลอ้อน ถูกจับตามองจากทั้งแฟนเพลงรวมถึงชาวเน็ตก็คือเรื่องของความสวย ที่ไม่ว่าจะมีภาพออกมาให้ได้ชมกันกี่ครั้งก็มีเลเวลความสวยเพิ่มทุกคราไป จนถึงขั้นถูกคอมเมนต์ว่าเราสวยเหมือนเอไอ

“จริงๆ จากกล้องตรงนี้โบก็อาจจะไม่ได้สวยขนาดนั้นนะ คือโบแต่งรูป แต่งหน้า ทำหน้า เหมือนเป็นคนชอบความสวยแบบไม่มีอยู่จริง ฟีลภาพเหมือน”

“การที่เราอยากสวยมากๆ สวยเกินจริง ก็ไม่ผิดเลยที่เราจะใช้แอพพ์ จะแต่งรูป ที่เราจะทำหน้าหรือทำอะไรก็ตาม ตราบใดที่เรามองแล้วเราชอบตัวเอง แล้วเราไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แบบนั้นก็สบายใจได้เลย”
ส่วนคนที่ดราม่าใส่ว่าแต่งรูปเยอะ นักร้องสาวก็ว่า “ขอบคุณมากเลยค่ะ จะพัฒนาแนวเทรนด์เทคโนโลยีให้ดีขึ้นไป คือตอนนี้หนูลงรูปบางรูปแล้วไอจีจับว่าเป็นไอเอแล้ว แต่คือหนูก็ไม่ได้ใช้เอไอปะ”

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงเรื่องอาการป่วยโรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis syndrome) ของโบกี้ ที่เจ้าตัวเคยได้บอกเล่าไว้ว่าเกิดจากการชอบนั่งไขว่ห้าง นั่งชันขา หรือนั่งบนรถตู้นานๆ มาตลอด ทำให้วันดีคืนดีชาไปครึ่งซีกขวา ปวดจนเดินไม่ได้ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า

“เครียดมาก เพราะโรคนี้ไม่เคยหายไปเลย แถมยังเป็นอีกข้าง ที่ตอนแรกเป็นข้างขวา แต่ตอนนี้เป็นข้างซ้ายเพิ่ม”

อย่างไรก็ดี เจ้าตัวก็มองในอีกแง่ว่า “ถือว่าเวิร์กไลฟ์บาลานซ์ ตอนนี้บุคลิกก็ดีขึ้น เพราะเป็น 2 ข้าง”
ก่อนจะบอกเล่าต่อว่า “พยายามเป็นตัวเองให้ดีที่สุดแล้ว แต่ด้วยอาชีพการงาน สมมุติอยู่หน้าคอมพ์ จะให้ยืนทำเพลงก็คงไม่ได้”

“จริงๆ คุณหมอไม่ได้ห้ามยืน ไม่ได้ห้ามนั่ง เขาแค่ห้ามว่าในโพสิชั่นอย่านาน ต้องนั่งลง ต้องลุกขึ้นหน่อย ก็พยายามใช้ตัวช่วย เช่น มีหมอนมารองนั่ง หรือเวลาเดินทางนานๆ ก็พยายามใช้เครื่องบิน และเอาหมอนไปรองเพื่อไม่ให้สะโพกเราไปทับ ถามว่ายากไหมนั้น ก็ยากสำหรับอาชีพที่ต้องนั่งจับคอมพ์อยู่ตลอด”

“ซึ่งโรคนี้มีโอกาสหาย แต่เขาบอกว่าต้องใช้เวลานานมากๆ เราต้องเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตไปเลย อย่างที่เรานั่งทำงานนานๆ ก็จะไม่ได้แล้ว ส่วนตัวโบเองก็อยากหาย

แต่ตอนนี้เดดไลน์มันรัดตัว ซึ่งก็พยายามที่จะไม่ให้ตัวเองไปถึงจุดที่จะต้องผ่าตัดแล้วกัน จริงๆ ก็ดูแลตัวเองอยู่ และทำในสิ่งที่ควรจะทำ แต่สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ก็พยายามหาตัวช่วย ให้มันเป็นได้น้อยลง เช่น ถ้านั่งนานมากๆ เราก็จะมีเบาะเอาไว้รองก้น”

ในส่วนการรับงาน โบกี้ก็ได้เผยว่า ตอนนี้ได้พิจารณากันกับค่ายว่าอาจจะค่อยเป็นค่อยไป

“เพราะบางทีป่วย 1 ครั้งล้มระเนระนาด เป็นโดมิโนเลย และเราเองก็ไม่อยากหยุดงาน เพราะถ้าเราหยุดงาน แต่ละร้าน แต่ละอีเวนต์ก็ต้องมาเสียเพราะเรา รวมถึงเราเองก็จะต้องเสียรายได้หลายๆ อย่าง อีกทั้งแฟนคลับก็ต้องมารอ ซึ่งไม่เคยอยากหยุดสักงานเลย แต่เราพิจารณากัน ก็อยากให้ค่อยๆ รับไปทีละเดือนๆ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลย สมมุติเดือนนี้เราแพ้ควันบุหรี่มาจากงานนึง มันจะมีเอฟเฟ็กต์อะไรกับงานต่อไป”

แต่กระนั้นก็ต้องดูแลเรื่องสุขภาพกันต่อไป