‘แก้ว จริญญา’ เชื่อไม่ได้โดนแซะ แจงปมรับงานน้อยลง ขอพักมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ แฮปปี้วิถีแม่บ้านปลูกผัก ยังไม่คิดมีลูก นึกภาพตัวเองเป็นแม่ไม่ออก
จากกรณีที่มีชาวเน็ตมาแสดงความคิดเห็นถึง นักร้อง-นักแสดงสาว แก้ว จริญญา ภรรยาของ โทนี่ รากแก่น ที่โพสต์คลิปโชว์เก็บพืชผักสวนครัวไปทำอาหารทานกันเองในครอบครับแบบเรียบง่าย ว่าให้รับงานมีรายได้เป็นของตัวเองบ้าง ล่าสุด เมื่อ แก้ว ได้มาร่วมงานเปิดตัวแคมเปญ “Be More Foodie: Mindful Indulgence” ที่โรมแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ รวมถึงแพลนมีลูกว่า
ถามถึงเรื่องที่ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ว่าให้รับงานบ้าง?
“แก้วคิดว่าหลักๆ แล้วเขาคงเป็นห่วงแหละ ขอบคุณที่เป็นห่วงและถามคำถามนั้นมา ซึ่งก็เป็นการดีด้วยที่เราได้ตอบเขาไปในเชิงความเป็นจริงว่าตอนนี้มันเป็นยังไง ถามว่าตอนแรกที่เห็นรู้สึกเอ๊ะไหม เฉยๆ มากกว่า จริงๆ ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย แล้วก็ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องขนาดนั้นด้วยซ้ำ เพราะรู้สึกว่าเราแค่ตอบคำถามคนอยากจะรู้เกี่ยวกับชีวิตความเป็นไปของเราตอนนี้ คนอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมเราไม่รับงาน”
หลายคนโกรธแทนว่าจะมาแซะเพื่ออะไร?
“เขาคงไม่ได้แซะหรอก อาจจะเป็นห่วงจริงๆ ก็ได้ (แต่เราก็ตอบชัดเจนว่าถึงรับงานน้อยไม่ใช่ว่าไม่มีเงิน?) โชคดีด้วยแหละ ที่เราเป็นคนใส่ใจเรื่องการเงินนิดนึง แล้วเราก็ทำงานมาตั้งแต่อายุ 13 ซึ่งมันก็หลายปีมากๆ เราก็มีเงินเก็บประมาณหนึ่ง อีกอย่างช่วงนี้ก็เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตด้วยที่เรามาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เลยอยากให้เวลากับตรงนี้มากขึ้น”
ตอนนี้คือไม่รับงานเลย?
“ที่ไม่รับอาจจะไม่รับในเชิงที่เป็นงานใหญ่และต่อเนื่องไปนานๆ แต่ว่ามันก็จะเป็นแค่ช่วงนี้เฉยๆ ที่เรารู้สึกว่าอยากให้เวลากับสุขภาพมากขึ้น อย่างงานหนังกับละครก็อาจจะเว้นไปก่อน ถามว่าปฏิเสธไปเยอะไหม มีบ้างค่ะ แต่เราก็ไม่ได้สายละครขนาดนั้นอยู่แล้ว รวมถึงหลังๆ มานี้เรามาทำอาหารมากขึ้นก็จะเริ่มมีงานเกี่ยวกับด้านอาหารมากขึ้น”

แพลนว่าจะกลับมารับงานจริงจังเมื่อไหร่?
“ยังไม่รู้เลยค่ะ แล้วตอนนี้ก็มีเด็กใหม่ๆ เต็มไปหมดเลย อย่างที่บอกว่าเราทำงานมาตั้งแต่อายุ 13 มันก็เป็นระยะเวลาที่นานมากๆ ที่เรายังไม่เคยพักจริงๆ จังๆ มาก่อน”
พักงานแบบนี้เลยมีข่าวว่าโทนี่ให้เฟดหรือเปล่า?
“จริงๆ เราเฟดก่อนเขาอีกค่ะ ไม่ได้รับงานมาตั้งแต่ช่วงโควิดแล้ว ตอนนั้นคิดแค่ว่าอยากเฟดออกมาดูแลสุขภาพให้มากขึ้นแค่นั้นเอง แล้วเราสองคนก็มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ตรงกัน”
หลังจากที่ตอบกลับไปแล้ว คอมเมนต์แบบนี้ยังมีเข้ามาอีกไหม?
“ไม่มีแล้วนะคะ สงสัยอาจจะเป็นการตอบคำถามไปในตัว เขาก็เลยโอเคสบายใจแล้วหายเป็นห่วง เอาจริงๆ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีคนคอมเมนต์อะไรแบบนี้ เท่าที่เห็นมีแค่คนเดียวค่ะ ส่วนพี่โทนี่เองเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไร จริงๆ มันเป็นแค่การตอบคำถามปกติ แต่พอเราเข้าไปตอบกันสองคนเลยอาจจะดูเป็นเรื่องเป็นราวยิ่งใหญ่ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้มีอะไรหรอก ไม่ได้โกรธเคืองแค่อยากอธิบายเฉยๆ”
ในอีกมุมนึงคนก็อิจฉาชีวิตเราเหมือนกัน?
“อ๋อ…จริงๆ เราก็วางแผนมาด้วยแหละ ตอนนี้ทุกคนอาจจะเห็นตามภาพว่ามันดูดีมากเลย แต่ว่าก่อนหน้าที่จะมาถึงจุดนี้เราก็ใช้เวลาผ่านมาหลายปีเหมือนกันกว่าจะสวยงามและเติบโตอย่างทุกวันนี้”
หลายคนก็สงสัยว่าเรามาเวย์นี้ได้ยังไง ปลูกผักเก็บผักไปทำอาหารเอง?
“อย่างที่บอกก็เริ่มตั้งแต่ตอนที่คุณพ่อพี่โทนี่เสียด้วยโรคมะเร็ง แล้วก็เริ่มรู้สึกว่ามันใกล้ตัวมากเลย จากนั้นก็หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น แล้วเราสองคนก็มีความเอ็กซ์ตรีมนิดนึง พอไปแล้วต้องไปให้สุด ถ้าจะกินผักก็ต้องปลูกเอง ทำให้เราไปถึงจุดนั้นนั้นเลย แต่ว่าการที่เรามาทำอาหารเองคือเราก็เคยเรียนทำอาหารมาอยู่แล้ว เลยลองเอามาคิดเมนูทำโน่นทำนี่ แล้วก็รู้สึกว่าอยู่ว่างๆ ลองถ่ายลงเล่นๆ ดูซิเพราะว่าเห็นคนชอบ ส่วนตัวก็แฮปปี้กับชีวิตชาวสวนปลูกผัก ตื่นมาไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องแต่งตัว ใส่เสื้อยับก็สามารถถ่ายวิดีโอได้”

เสน่ห์ปลายจวักมัดใจสามีเลย?
“ที่เห็นว่าเขากินหมดตลอดไม่รู้ว่าเกรงใจหรือเปล่า (ยิ้ม) ความที่เราสองคนชอบกินอาหารอยู่แล้ว เปิดใจกับทุกอย่าง ผักอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยลองก็ชอบลองกัน ก่อนหน้านี้มีผักที่เราไม่รู้จักหลายอย่าง แต่พอเริ่มมาปลูกเองทำให้เจอผักที่เราไม่รู้จักเยอะมากๆ มันเลยสนุกกับการทำสนุกกับการกิน แล้วจริงๆ อาหารที่เราทำทุกวันเป็นสิ่งที่เขาชอบกินทั้งหมดเลย เราไม่ได้ทำตามใจตัวเอง เขาชอบเมนูไหนเราก็จะทำ เมนูโปรดสุดๆ ของเขาคือแกงอ่อมง่ายๆ เด็ดผักที่ปลูกไว้มาใส่ลงไปค่ะ”
แล้วกับแพลนมีน้องล่ะ?
“ตอนนี้ยังไม่ได้คิดเลย โชคดีที่เราสองคนก็ดันคิดเหมือนกันว่าอยากให้ความสำคัญกับตรงนี้แค่เราสองคนเฉยๆ เลยยังไม่ได้มีแพลนหรือนั่งคิดว่าเราจะมีลูกกันหรือเปล่า แต่ว่า ณ ปัจจุบันก็คิดว่ายังค่ะ”
แต่คุณย่าบานเย็นบอกว่าอยากเลี้ยงหลานมาก?
“โห! จริงเหรอคะบอกตอนไหน ทำไมต่อหน้าบอกไม่เป็นไร (หัวเราะ) ต้องบอกว่าที่ผ่านมาทั้งครอบครัวเราและครอบครัวเขาไม่เคยกดดันเรื่องนี้เลยค่ะ แต่ก็ยอมรับว่าโดนคนอื่นถามเยอะ หลังแต่งงานทุกคนก็จะถามว่าเมื่อไหร่จะมีลูก”
เคยคิดภาพในหัวบ้างไหมว่าถ้าตัวเองเป็นแม่จะเป็นยังไง?
“นึกไม่ออกค่ะ เพราะว่าส่วนตัวเราก็ไม่ได้เป็นคนที่เล่นกับเด็กอะไรเยอะขนาดนั้น เลยยังนึกภาพไม่ออกค่ะ แต่ว่าถึงจะยังไม่มีลูกแต่ชีวิตคู่ของเราก็แฮปปี้ดี เติมเต็มค่ะ”


