หนุ่ม กรรชัย เปิดใจ หลังออกมาเตือนธุรกิจดัง รับอาจต้องผิดใจกับคนในวงการ แต่ขอยืนข้างประชาชน
จากกรณีที่กำลังเป็นประเด็นเดือดในโลกโซเชียลขณะนี้ เมื่อผู้ประกาศข่าวคนดัง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ออกมาทิ้งปมเดือดถึงบริษัทขายตรงชื่อดัง ที่ใช้ดาราตัวท็อปของเมืองไทยเป็นพรีเซ็นเตอร์ สร้างดาวน์ไลน์ ขายฝันให้ประชาชนมาร่วมลงทุน สุดท้ายบางคนไม่ได้ตามที่พูดและโฆษณาไว้นั้น
ล่าสุดเวลา 15.27 น. วันที่ 9 ตุลาคม หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้เปิดในถึงกรณีดังกล่าวว่า หลังจากที่ตนได้โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับบริษัทธุรกิจเครือข่ายดัง ตนไม่อยากให้ใช้คำว่าเปิดโปงหรือแฉ ตนเป็นสื่อ เวลามีเรื่องที่ประชาชนเสียประโยชน์หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนก็ยินดีจะเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนในทุกๆ เรื่อง เพียงแต่ครั้งนี้เป็นเรื่องของบริษัทยักษ์ใหญ่เลยดูเป็นเคสใหญ่โต
ส่วนเรื่องการผิดใจกับเพื่อนพี่น้องในวงการ ตนก็ลำบากใจ ที่ผ่านมาตนก็เคยทำเคสที่เกี่ยวข้องกับคนที่รู้จัก แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่าตนมาทำงานตรงนี้ เลือกยืนในมุมของประชาชนผู้เสียหาย คนที่รู้จักตนก็ต้องเข้าใจด้วย ซึ่งเขาอาจจะมองในมุมเขา มันก็เป็นสิทธิของเขา ถ้าเขาจะไม่พอใจ โกรธหรือเกลียดก็ไม่เป็นไร แต่ตนยังเห็นเขาเป็นเพื่อนพี่น้องเหมือนเดิม เพียงแต่ต้องแยกแยะว่าตนต้องทำเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ

โดยเคสนี้ลักษณะความเสียหายค่อนข้างจะบานปลาย มีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนกับตนเยอะมาก แต่ตนยังไม่อยากออกมาพูดอะไรโดยที่ไม่มีหลักฐานชัดเจน เรื่องนี้ยังไม่ได้บอกว่าใครผิดใครถูก ตนเป็นแค่กระบอกเสียง อยากให้ประชาชนตื่นรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น
มีการชักชวนบอกว่า เข้าคอร์สเรียนธุรกิจออนไลน์ จ่ายเงิน 99 บาท โทรศัพท์เครื่องเดียวสามารถต่อยอดได้ จนรวยเป็นแสนล้าน เรียน 3 วัน ก็ขายสินค้าให้เขา ให้เขามาเป็นดาวน์ไลน์ คนเฒ่าคนแก่เห็นแบบนั้น ก็เอาเงินเกษียณตัวเองมาลงทุน สุดท้ายต้องนอนกอดสินค้าที่เค้าส่งมาให้เพราะขายไม่ออก ไม่มีคนมาช่วย จนอยากจะฆ่าตัวตาย เป็นโรคซึมเศร้า บางคนทะเลาะกับครอบครัว ซึ่งตนคิดว่ามันไม่แฟร์กับประชาชน
ส่วนเรื่องของการเป็นพรีเซ็นเตอร์ ตนหรือนักแสดง คนในวงการทุกคนมีสิทธิที่จะเป็นพรีเซ็นเตอร์ได้ แต่พรีเซนเตอร์ คือ การนำเสนอสินค้า แต่ในกรณีที่ไปชักชวนให้เค้ามาลงทุนจนเกิดผู้เสียหาย อันนี้เป็นอีกเรื่องซึ่งตนมองว่าไม่ถูกต้อง ไม่ควรไปสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน
ต้องยอมรับว่าผู้เสียหายส่วนหนึ่งก็รักและชื่นชอบเหล่าพรีเซ็นเตอร์ เขาจึงเชื่อมั่นว่าคนพวกนี้ทำยังเป็นบอสเลย แต่พอหลงเชื่อเข้าร่วมธุรกิจแล้วขายไม่ได้พังทลายขึ้นมา ก็ไม่มีใครรับผิดชอบดูแล นักแสดงดาราก็เป็นคนสาธารณะ เป็นคนของประชาชน ไม่ควรไปทำอย่างนี้กับประชาชน คนที่ทำธุรกิจนี้แล้วได้เงินก็มี ตนไม่เถียง แต่มันมีระดับเลเวลเป็นบอสเป็นบิ๊กบอส ไล่ลงไปเป็นเลเวล คนที่อยู่ระดับบนก็จะรวย แต่คนระดับล่างจะลำบาก

ทั้งนี้ ตนตอบไม่ได้ว่าธุรกิจแบบนี้มันผิดกฎหมายหรือไม่ บริษัทนี้มันผิดหรือถูก เพราะตนไม่ได้ถืออกฎหมาย ไม่ได้เป็นศาล เป็นตำรวจ ตนมีแค่ช่องทางในการเป็นกระบอกเสียง ต้องการให้สังคมได้รู้ว่ามันมีวิธีแบบนี้นะ บางครั้งอาจจะเสียเงินเพราะเรื่องแบบนี้ได้
สำหรับคนที่กำลังจะเข้าไปทำระบบนี้ อยากให้ดูแลตัวเองให้ดีๆ ระมัดระวังตัว ศึกษาข้อมูลกันก่อน อย่าไปคาดหวังว่าจะต้องเป็นแบบคนนั้นคนนี้ตามที่มีการชักชวน อย่าไปมองเรื่องของปัจจัยที่อยากได้อยากมีเหมือนเขา อย่างที่เขาอ้างว่า ถ้าทำกับผมจะได้มีเงินมีรถแบบโน้นแบบนี้ ตนกลัวประชาชนจะเสียไปมากกว่าได้
ทั้งนี้ ขอฝากในมุมของภาครัฐด้วยว่า เรื่องบางเรื่องมีช่องโหว่ทางกฎหมาย อยากให้ทางภาครัฐจับตามองเป็นพิเศษ เพราะมันเกิดขึ้นหลายครั้งหลายหนแล้ว เรื่องแบบนี้ก็ยังไม่หายไปจากสังคม


