มิน ร่ำไห้ เสียใจมีประชาชนเดือดร้อน อยากเจอผู้เสียหาย พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

11.10.24 | 16:10 น.

มิน ร่ำไห้ เสียใจมีประชาชนเดือดร้อน อยากเจอผู้เสียหาย พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

จากกรณีมีกระแสข่าวเรื่องราวคนในวงการบันเทิงเข้าไปเกี่ยวข้องนั่งแท่นเป็นบอสบริษัทออนไลน์ดัง ซึ่งงานนี้ก็มีการเปิดรายชื่อออกมาหลายราย หนึ่งในนั้นคือ “มิน พีชญา วัฒนามนตรี” หรือ “บอสมิน” ที่นั่งแท่นตำแหน่ง CCO (Chief Communications Officer) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม “มิน พีชญา วัฒนามนตรี” หรือ “บอสมิน” ดารานักแสดงชื่อดัง เปิดใจกระแสดราม่าซึ่งตอนหนึ่ง ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวน กังวลว่าจะมีการสอบเส้นเงินโยงหรือไม่ มิน กล่าวว่า ยินดีให้ความร่วมมือ มินพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม วันนี้อยากให้เรียกตัวสอบ เพราะมินอยากรู้ความจริงพร้อมกับทุกคน

“หลังจากเกิดเรื่องได้คุยกับคุณพอล มินติดต่อไป 3-4 วัน วันแรก วันที่สอง วันที่สาม ก็ยังไม่ออกมาทำอะไร ในเมื่อบริษัทเลือกที่จะเงียบ ทุกอย่างถาโถมมาที่มิน ส่งผลกระทบมาที่มินเต็มๆ และรุนแรงมากซึ่งวัดไม่ได้ว่าเสียหายเท่าไหร่ มินเลือกที่จะออกมาแถลงข่าว และยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง มินไม่รู้ว่าบริษัทเตรียมการอะไรไว้ เห็นที่เขาโพสต์ก็เป็นไปตามนั้น ตอนนี้ มินพูดได้ในส่วนของมิน”

Advertisement

“ที่คุยกับ บอสพอลนั้น มินคุยว่า เห็นคลิปหรือยัง เห็นแล้วจะจัดการอย่างไร? วันแรกก็มีการแจ้งมินว่า จะมีการทำคลิป และตอบสื่อให้เร็วที่สุด วันที่สอง เขาแจ้งมินว่าจะมีการไลฟ์สดเพื่อโต้ตอบ ตอบคำถาม วันที่สามมินติดต่อไป เขาบอกว่า จะมีการแถลงข่าว มินรอทั้งหมด 3-4 วัน บริษัทไม่ได้แถลงข่าว และให้ความชัดเจนกับประชาชนแต่อย่างใด มินต้องออกมาเองเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและขอโทษประชาชน”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ถามหรือไม่ ทำไมเขาไม่ทำตามที่พูด มินกล่าวว่า เขาพูดสั้นๆ ว่า “มินออกไปตอบได้เลย” มินรู้สึกว่าเขาคงมีเหตุผลของเขา แต่วันนี้ทุกอย่างมันช้าไปหมด จนทำให้เกิดความเสียหายแบบประเมินค่าไม่ได้ และวันนี้บริษัทไม่ได้ออกมาปกป้องเราเลย (สะอื้น)

ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากพูดอะไรกับพอลบ้าง มินกล่าวว่า มินคงไม่โทษใคร สิ่งเดียวที่วันนี้มินเสียใจ คือ เสียใจที่ประชาชนเดือดร้อน มินโทษตัวเองว่าทำไมปล่อยให้มีผู้เสียหายขนาดนี้ ขอโทษประชาชนด้วยวความจริงใจ รู้สึกเสียใจจริงๆ และจะเคียงข้างประชาชน หลังจากนี้มินไม่หนีไปไหน จะช่วยทุกสิ่งที่สามารถช่วยได้ ส่วนมีอะไรฝากถึงบอสพอลบ้าง “มินไม่มีอะไรจะพูด”

“ไม่ว่าเรื่องจะเป็นอย่างไร มินไม่ได้จะหนี หรือกลัว เพราะต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจในทุกขั้นตอน ข่าวที่เกิดขึ้นมีผลกระทบกับสินค้าอื่นๆ ที่จ้าง มินเป็นถึงนางเอกระดับประเทศ มินยังมีงานอยู่เยอะ ตอนนี้ละครก็ออนแอร์อยู่ และมีงานว่าจ้างทั้งในออนไลน์และพรีเซ็นเตอร์อื่นๆ ที่เขาเดินไปกับมิน วันนี้มินต้องออกมาแสดงจุดยืน ซึ่งยังไม่มีตัวไหนที่ระงับ ลูกค้ามินหลายคนรอฟังความจริงจากปากมิน”

“ได้คุยกับพี่แซม และพี่กันต์ ตั้งแต่เห็นข่าววันแรก ทุกคนต่างคนต่างมีงานของตัวเอง เรามีการคุยกันว่าจะเอายังไง แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครทำอะไรนอกจากพี่แซม ออกมาให้สัมภาษณ์ ต่อไปมินจะตรวจสอบการรับงานอย่างรอบครอบ วันนี้ถือเป็นบทเรียนให้เราได้รู้ว่าเราเป็นคนของประชาชน ทำอะไรมีผลกับประชาชนโดยตรง ต่อไปจะระมัดระวังในเรื่องการรับงาน การใช้คำพูด ที่จะพูดความจริงทั้งหมด ไม่มีพูดเกินความจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนที่ทางที่บริษัทโพสต์ว่าดาราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นเพราะเหล่าดารากดดันหรือไม่ มินกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้ติดต่อแล้ว ตัวมินเองแจ้งว่าต้องมีการแถลงข่าวตั้งแต่วันแรก เพราะเรื่องแบบนี้กระทบกับบริษัท และไม่ใช่ขอบเขตที่มินรับทราบ หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นเลย มินไม่เคยมีทีม มีดาวไลน์ ไม่มีสิทธิที่จะชวนใครด้วยซ้ำ เพราะต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่มีสิทธิเข้าข้างบอส หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่ง CCO ที่บริษัทให้ บริษัทได้แจ้งก่อนหรือไม่ มินกล่าวว่า ตำแหน่งที่มินได้รับ ผู้บริหารจัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดออนไลน์ ซึ่งในนั้นเขียนว่า “CCO” ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษและไทยตรงตัว ซึ่งมินทราบว่าบริษัทจะขึ้นตำแหน่งนี้ เพราะเป็นการให้เกียรติ ซึ่งในองค์กรจะเรียกพวกตนว่า “บอส” ซึ่งคำว่า “บอส” เป็นชื่อตำแหน่งที่เขาให้เกียรติใช้เรียกเรา แต่ไม่ได้แปลว่า ผู้ถือหุ้น หรือผู้ลงทุนในบริษัทนี้ เป็นคำที่ใช้เรียกเรากันเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งแต่ที่ทำงานได้รับฟีดแบ๊กกับลูกค้าหรือไม่ มินกล่าวว่า ตั้งแต่ที่อยู่บริษัทมา มินไม่เคยได้ยินเรื่องราวแบบนี้เลย ตั้งแต่ร่วมงานมาปีกว่าไม่เคยมีเรื่องราวว่ามีคนเอาของไปแล้วขายไม่ออก ถ้ามินได้ยินแม้แต่คนเดียว มินจะไม่มีวันร่วมงานกับดิไอคอนกรุ๊ปตั้งแต่แรก เพราะมินทำงานอยู่วงการมา 20 ปี มีมาตรฐานการรับงานของตนเอง และเชื่อว่า มินตั้งใจที่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับประชาชนที่รักมิน และฐานแฟนคลับของมิน

“วันนี้มินมีธุรกิจที่บ้าน เปิดมา 30 ปี ตัวเองเป็นศิลปินดาราระดับประเทศ มีแฟนคลับมากมาย จะเอาชื่อเสียงตัวเองมาแลกกับเงินเท่านี้ไหม ถ้าคิดดีๆ มินมีทางเลือก ถ้ารู้มาก่อนมินจะทำไหม? วันนี้มินโทษตัวเอง ที่วันนี้ตัวมิน ต่อให้จะตรวจสอบมาอย่างรอบคอบที่สุดแล้ว แต่วันนี้มินรู้สึกผิดกับผู้เสียหาย ในฐานะดาราที่มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนทุกคน มินยังตรวจสอบได้ไม่ดีพอ และทำให้เกิดความเสียหาย นั่นเป็นเหตุผลที่ยุติสัญญากับดิไอคอน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับประชาชนไปในวงกว้างกว่านี้”

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้มีทนายแจ้งความ พ.ร.บ.คอมพ์ การนำข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ในส่วนคอนเทนต์ต่างๆ ที่ให้ทำ เป็นที่บริษัทคิดให้หรือไม่ มินกล่าวว่า เขามีสคริปต์ให้ ส่วนคอนเทนต์ช่วงเทศกาล เช่น วันเกิดของคุณพอล มินไปเอง เพราะให้เกียรติผู้ร่วมงาน ซึ่งบางครั้งแฟนมิน ก็ไปกับมินด้วย ตรงนี้คุณเควินไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

มินกล่าวว่า นอกจากบอสพอลแล้วยังไม่ได้ติดต่อกับบอสคนอื่นเลย ส่วนบอสที่เป็นหมอนั้น รู้หรือไม่ว่าเป็นหมอ หรือไม่เป็นหมอนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด ในคลิปก็รับแจ้งมาว่าทำคลิปกับหมอเอกเท่านั้น ซึ่งในสัญญาไม่ได้ระบุว่าจะคอนเทนต์เท่าไหร่ เป็นไปตามที่บริษัทจ้าง มินว่างก็ไป ไม่ว่างก็ไม่ไป

ส่วนคลิปที่เซรั่มขายไป 1 ล้านขวด ตอนนี้สินค้าค้างสต๊อกจำนวนมาก มินกล่าวว่า มินไม่ได้ตรวจสอบเพิ่มเติม ข้อมูลต่างๆ บริษัทแจ้งเข้ามาว่า ยอดขายผลิตภันฑ์ที่มินเป็นพรีเซ็นเตอร์ นับถอยหลังแตะล้านเมื่อไหร่ ในการทำงานแต่ละครั้งจะมีทีมงานของบริษัทมาบอกว่าต้องทำอะไร ณ วันนั้น เราเชื่อว่าสินค้าดี และขายดี วันนี้มินย้อนดูคลิป มินรู้สึกเสียใจ และโทษตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ค่าพรีเซ็นเตอร์ และค่าพีอาร์ที่ได้รับจากบริษัททั้งหมดจะมาคืนผู้เสียหายหรือไม่ มินกล่าวว่า อยากให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวลือว่าผู้เสียหายเสียชีวิต มินกล่าวว่า ไม่ทราบมาก่อนเลย อยากให้มีการตรวจสอบด้วย เพราะรู้สึกไม่สบายใจ ถ้ามีเรื่องแบบนั้นจริงตามที่กล่าวอ้าง มินรู้สึกแย่มากๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลใจหรือไม่ขณะนี้มีกระแสข่าวว่าจะออกหมายจับบอส และดาราที่เกี่ยวข้อง มินกล่าวว่า ไม่เห็นข่าวที่เกิดขึ้น ยินดีเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งหมด เพราะต้องการยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และยืนเคียงข้างผู้เสียหาย โดยจะไปหาเจ้าหน้าที่ให้เร็วที่สุด

มินอยากเจอผู้เสียหาย เพราะมินไม่มีโอกาสที่จะเจอเขาเลย มินไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน ถ้าวันนี้เขานัด มินก็พร้อมที่จะพบ มินเข้าใจที่ทุกคนที่เห็นภาพนั้นออกไป มินเสียใจที่มีคนได้รับความเดือดร้อน บริษัทบอกว่าไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เมื่อเกิดเรื่องขึ้น ก็ควรจะช่วยเหลือ และฟังกันให้มากขึ้น เราไม่รู้ว่าทางกฎหมายถูกหรือผิด แต่ในทางจริยธรรม และเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน วันนี้มีคนไม่มีข้าวกิน หรือเดือดร้อน เราช่วยกันได้หรือไม่”

ทนายกล่าวว่า ในสัญญาระบุชัดว่าถ้าฝ่ายใดผิดสัญญา จะมีค่าปรับ 5 แสนบาท เท่าที่ดูตอนนี้ในการบริหารจัดการของทางบริษัท ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของคุณมิน ดังนั้นต่อไป จะทำหนังสือแจ้งต่อไป ทั้งนี้ จะแจ้งยกเลิกด้วยเหตุผลว่า “การบริหารจัดการของบริษัทเกิดผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งกระทบต่อชื่อเสียงจึงขอยกเลิก” อย่างไรก็ตาม ถ้าบริษัทกระทำผิดกฎหมาย และฉ้อโกงประชาชน แล้วเงินที่มาถึงคุณมิน คุณมินพร้อมที่จะให้จัดการตามกฎหมาย ทั้งนี้ กำลังดูด้วยว่าคุณมินเสียหายแค่ไหนจากการเป็นผู้รับจ้างจากบริษัทนี้ จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป คาดว่าภายในวันจันทร์ หรืออังคารที่จะถึงนี้ จะไปมอบข้อมูลให้กับตำรวจ