บอย เจอฟาด มีส่วนให้คนมาลงทุน เจ้าตัวลั่นพร้อมหัก ยกเลิกสัญญา ท้าบอสมาเจอผู้เสียหาย

11.10.24 | 14:12 น.

นาที บอย ปกรณ์ เผชิญหน้าเหยื่อ รับมีส่วนผิด เผย ยกเลิกสัญญาแล้ว ท้าบอสมาเจอผู้เสียหาย

พระเอกหนุ่ม บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ หนึ่งในคนดังที่มีชื่อถูกโยงปมบริษัทออนไลน์ดัง ที่ล่าสุดมาเปิดใจชี้แจงในรายการโหนกระแส ถึงกรณีที่มีภาพเคยไปร่วมงานว่าตนได้มีสัญญาการว่าจ้างในฐานะพรีเซ็นเตอร์เท่านั้น พร้อมยืนยันว่าไม่เคยถูกเรียกว่าบอส รวมถึงเพิ่งทราบว่ามีผู้เสียหาย ซึ่งก็ทำให้ตนรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก

ล่าสุด บอย ปกรณ์ ได้มาออกรายการโหนกระแส เปิดใจกับกรณีดังกล่าว โดยช่วงตอนหนึ่ง รายการได้เปิดคลิปวิดีโอ ที่บอยขึ้นไปบนเวที เพื่อนำเสนอสินค้าดังกล่าว ในเชิงให้กำลังใจตัวแทน ในงานอีเวนต์ประจำปีของบริษัทดิไอคอนกรุ๊ป

ซึ่งบอยได้ชี้แจงว่า “ความจริงหลังจากเกิดเรื่องขึ้นมา พอผมได้รับรู้ความจริง ทุกครั้งที่เห็นคลิปนี้ รู้สึกว่าผมโง่ดีเหมือนกัน เหมือนกับตอนนั้นผมพูดไปแล้วผมมั่นใจในสิ่งที่ผมพูดว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ปกติเวลาที่ผมไปอีเวนต์ เป็นอีเวนต์ประจำปีของเขา ที่มีตัวแทนรวมตัวกันอยู่ในฮอลล์ และให้ผมไปในฐานะตัวแทนพรีเซ็นเตอร์ของกาแฟ ช่วงก่อนคลิปเขาจะให้ผมพูดถึงกาแฟก่อน แล้วก็มาถึงช่วงที่ทุกคนได้ดูเมื่อกี้มันคือสคริปต์ที่มีทั้งตัวหนังสือและให้ทีมงานบรีฟเพื่อให้ผมพูดทำนองนี้ในเชิงให้กำลังใจตัวแทนที่อยู่ในงาน”

เมื่อถามว่าเฉลียวใจไหม? บอยระบุว่า “ตอนนั้นผมยังไม่ได้เฉลียวใจ เรื่องผู้เสียหาย แต่คงจะมีคำถามกลับไป เช่น เรื่องที่บอกให้ผมพูดว่าบริษัทของเขาตัวแทนไม่ต้องสต๊อกของ ผมถามเขาว่าตรงนี้แปลว่าอะไร เขาบอกผมว่าถ้าตัวแทนสั่งของ ตัวแทนไม่ต้องเอาของกลับไป เดี๋ยวบริษัทจะจัดส่งให้ปลายทางเอง ผมรับทราบแบบนั้น ผมก็พูดในเวทีไปแบบนั้น

Advertisement

ถ้าประชาชนดูอยู่แล้วบอกว่าแถหรือเปล่า

“ผมมั่นใจว่ามีคนคิดแบบนั้น และวันนี้มันเกินกับการที่จะต้องกังวลแล้วว่าเขาจะด่าเราว่าแถไหม ผมยินดีถ้าใครเชื่อผมก็ส่วนหนึ่ง ถ้าใครไม่เชื่อผมก็ยินดีด่าผมได้เลย แต่วันนี้ผมพูดได้แค่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับตัวผม ส่วนใครที่มองว่าผมแถหรือโกหก อย่างที่บอกไปผมรับสภาพตรงนั้นได้ ผมกล้ายืนยันว่ามันเป็นสคริปต์ ว่าเอ็มซีจะถามผมแบบนี้ ผมต้องตอบแบบนี้ มีทั้งสคริปต์ที่เป็นตัวหนังสือและสคริปต์ที่ทีมงานบรีฟปากเปล่า”

“ผมรู้สึกว่าผมเสียใจในสิ่งที่ผมพูดตรงนั้นไป และทำให้เกิดการสูญเสียตรงนี้ ผมพลาดเองและไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ กับสิ่งที่ผมทำตรงนี้ มันคือความผิดของผมเองครับ”

บอยรู้ว่ามีผู้เสียหายเมื่อไหร่?

“ก็รู้พร้อมทุกคนเลย ตอนที่เพจแรกเริ่มเปิด ผมน่าจะเห็นในติ๊กต็อกก่อน เพราะมีคนส่งให้ดูแล้วเริ่มที่จะกดดูในคอมเมนต์ คนนี้สต๊อกของราคานี้ ของยังอยู่เต็มบ้าน ไม่ได้ขาย แจกเพื่อน ทุนจม ตอนแรกผมก็ตกใจมาก เท่าที่ผมรับทราบว่าอย่างที่ผมพูดในเมื่อกี้บนเวทีว่าไหนไม่มีการสต๊อกของ”

บอยคิดไหมว่า สิ่งที่บอยเป็นพรีเซ็นเตอร์อาจจะทำให้คนไปหลงเชื่อ หรือคนที่เขารักบอยและทำให้คนไปซื้อคอร์สหรืออะไรก็ตามที่มีผู้เสียหาย กังวลใจตรงนั้นไหม?

“พอรู้เรื่องก็กังวลมันเป็นสิ่งที่ผมเป็นมาตลอด 3-4 วันนี้ ซึ่งผมก็ต้องทำงานไปและแต่ผมก็ทำหน้าที่ของผมไป แต่ในส่วนที่ผมต้องทำงานจิตใจก็วนแต่เรื่องพวกนี้ และเปิดดูโทรศัพท์ตลอดมันก็จิตตกตลอด การที่ผมทำหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ หน้าที่ของผมคือการโปรโมตสินค้า ให้สินค้ามีความน่าสนใจที่สุด แต่สิ่งที่ผมทำด้วยความไม่รู้และอะไรก็ตาม มันเกิดทำให้มีผู้เสียหายตรงนี้มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมก็ผิดและพลาดตรงนี้ แล้วยอมรับว่าพลาด”

จากนั้นทางฝั่งผู้เสียหาย ได้เผยถึงยอดขายขององค์กรนี้ว่า “จริงๆ ไม่ได้รวมเป็นตัวเลข จริงๆ ยอดขาย มากกว่า 100 ล้านบาท ยอดที่ขายทั้งทีม ภายในองค์กรตัวเอง จำนวนนี้ เวลาโอนเงินก็เข้า ดิไอคอนกรุ๊ป ที่เดียว 100% และจะได้เห็นตัวเลขอัพเดตในระบบ”

“เพื่อนเพิ่งฝากมาในอินบ็อกซ์ ว่าเขารักพี่บอยมาก เขาไม่เคยตัดสินใจลงทุน หรืออยากขายของมาก่อนในชีวิต เขารู้สึกว่า ถ้าพี่บอยเลือก เขาไม่จำเป็นต้องเช็กข้อมูล เปิดบิลมา 250,000 ตอนนี้ก็เป็นตราบาป รู้สึกผิดกับเพื่อนมากๆ”

เมื่อถามว่า บอยรู้สึกอย่างไร?

“ความจริงก็รู้สึกจุกอก ถามว่าก่อนรับงานผมเช็กไหม ผมก็เช็กเท่าที่ผมสามารถเช็กได้ เช่นเช็กว่าบริษัทเขามีหนังสือรับรองบริษัทจดทะเบียนถูกต้องไหม สินค้าเขาได้ อย. ได้มาตรฐานไหม แต่ในส่วนของกลไกตรงนั้นผมไม่สามารถเช็กได้ และผมไม่เคยรู้ด้วย ความจริงเขาก็ไม่อยากบอกผมด้วยมั้ง พอผมได้ฟังแบบนี้ผมก็เห็นด้วย อาชีพผมคืออาชีพนักแสดง ผมก็เกิดมาจากประชาชน มีคนที่เขารักผม ซัพพอร์ต การที่ผมสร้างความเชื่อมั่นให้เขา ทำให้เกิดความเสียหาย ผมก็มีส่วนทำให้มันเกิดตรงนี้จริงๆ ผมฟังแล้วผมก็ไม่มีความคิดเห็นโต้แย้งอะไร เพราะว่าเป็นผมหรือว่าเป็นบอย เขาก็ไม่ลังเลที่จะเปิดเลย ไม่ลังเลที่จะเช็กอะไรเพิ่มแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็มีส่วนจริงๆ”

ความรู้สึกตอนนี้เรารู้สึกยังไง บอยกล่าวว่า ตลอด 3-4 วันที่ผ่านมาผมรู้สึกอึดอัดมากเป็นอะไรที่ติดอยู่ในใจตลอด ความจริงในวันนี้ได้มาพูดส่วนหนึ่งก็เหมือนได้ยกอะไรออกไป เหมือนเราได้พูดได้ชี้แจงในส่วนที่เราชี้แจงได้ มายอมรับในส่วนที่เราพลาดไป ความจริงสิ่งที่ผมอยากจะมาในวันนี้ด้วยก็คืออยากมาขอโทษ (ยกมือไหว้) ขอโทษสำหรับผู้เสียหายทุกคนที่เดือดร้อนจากการที่มาเชื่อใจในสิ่งที่ผมพูดออกไป หรือว่าสิ่งที่ผมทำให้ทุกคนมั่นใจในตัวบริษัท คือผมขอโทษจากใจจริง และขอโทษผู้เสียหายที่นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย ถ้าในวันนั้นผมรู้ว่าสิ่งที่ผมพูดในเวทีมันก่อให้เกิดความเสียหาย มันอาจจะย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว

แต่ผมกล้าพูดว่าถ้าวันนั้นผมรู้ ผมไม่พูด ผมกล้าที่จะบอกทีมงานวันนั้นว่า อันนั้นไม่จริง ผมขอไม่พูดแต่ถ้าเขายืนยันที่จะให้ผมพูดผมกล้าที่จะออกจากงานไปเลย แต่ตอนนั้นมันเป็นข้อผิดพลาดของผมเองที่ผมไม่รู้ ผมได้คำตอบเขาแล้ว แต่ผมไม่ได้เช็กมากพอก่อนมา เพราะคนนี้ทำให้เกิดความเสียหาย ผมขอโทษทุกคนตรงนี้ในส่วนที่เกิดขึ้นผมยินดีที่จะให้ข้อมูล รวมถึงเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย ผมยินดี”

“พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทางกฎหมายแน่นอนครับ นอกจากความรู้สึกที่ผมรู้สึกเสียใจที่ได้มีส่วนร่วมไปแล้ว ผมก็รู้สึกว่าผมถูกหลอกด้วยผมไม่โอเคกับตรงนี้ ซึ่งสิ่งที่พูดต่อไปนี้ หลายคนอาจจะบอกว่าหงายการ์ดเปลี่ยนเป็นเหยื่อ ผมขอไม่เรียกตัวเองเป็นเหยื่อ เพราะเหยื่อคือคนที่นั่งอยู่ตรงนี้และผู้เสียหาย ผมแค่รู้สึกทุกรอบในส่วนที่ถูกยืมเป็นเครื่องมือ ที่ทำให้คนอื่นเชื่อในตัวผมและเกิดความเสียหายในตรงนี้ด้วย”

พูดแบบนี้หักกับที่ไอคอนด้วยนะ?

“การที่ผมทำงานตรงนี้อย่างที่ผมบอกไป ผมได้รับแรงซัพพอร์ตจากคนที่เรียกว่าประชาชน แล้ววันหนึ่ง ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมไปทำไปมันพลาด และที่ทำงานที่ผมเคยทำอยู่ ขอทำสิ่งที่เรียกว่าเกิดความเสียหาย ผมเลือกที่จะไม่อยู่ข้างเขา ผมยินดีที่จะหักกับเขา”

โดยในช่วงท้าย บอย ปกรณ์ ได้ทำหนังสือยกเลิกสัญญากับบริษัท ระบุว่า เพิ่งออกเมื่อเช้า และได้ส่งไป มีผลเมื่อเช้า ซึ่งขอคืนค่าจ้าง โดยก่อนหน้านี้ ที่ได้ฟังก็ร้อนใจ และก็ปรึกษาทนาย ถ้าเขาทำกับผู้เสียหายขนาดนี้ กับผมขนาดนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องไปสังคายนาอะไรกับเขา

ทั้งฝากว่า “การที่ข้อความบอกว่า ผู้เสียหายไม่เกิดขึ้นจริง ที่ผ่านมา ผมเห็นคอมเมนต์ ไม่ได้มาเจอตัวจริง อยากให้มาเจอผู้เสียหาย สีหน้า แววตาของเขา นี่คือผู้เสียหายจริงๆ ไม่ใช่หน้าม้ามากลั่นแกล้งกัน อยากฝากผู้เสียหายที่เหลือ ที่ไม่กล้าออกมา ทุกคนควรออกมาถามสิทธิตัวเอง ที่ควรจะได้คืนกลับมา ในสิ่งที่เสียหายไป ผมพร้อม ยินดี ถ้าจะไปแจ้งความ ผมยินดีไปให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์”