‘พ้อยท์ ชลวิทย์’ ไม่ท้อปลดหนี้ได้ครึ่งทางแล้ว เผยเข้าสายมูตาม ‘มดดำ’

16.10.24 | 16:35 น.

‘พ้อยท์ ชลวิทย์’ ไม่ท้อปลดหนี้ได้ครึ่งทางแล้ว เผยเข้าสายมูตาม ‘มดดำ’ เชื่อทำให้มีสติในการทำงานมากขึ้น

เรียกได้ว่าทุ่มเททำงานหนักเพื่อหาเงินมาปลดหนี้ให้กับครอบครัว สำหรับพระเอกหนุ่มพ้อยท์ ชลวิทย์ มีทองคำ ที่ล่าสุดเจ้าตัวมาร่วมงานพิธีบวงสรวงเปิดกล้องละคร “เทียนซ่อนแสง” อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เพลส ถนนอโศก กรุงเทพฯ ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ พร้อมเล่าถึงการเดินสายมูตามมดดำ คชาภา ที่ทำให้เจ้าตัวมีสติ และมีสมาธิในการทำงานมากขึ้น

ไปถ่ายทำต่างจังหวัดมีคนรู้จักเรามากขึ้น มีความรู้สึกยังไงบ้างที่เราแมส?
“ก็ดีใจครับ แต่แม่ๆ เขาชอบเอาผลไม้มาให้ อย่างบางคนขายผลไม้ บางคนขายปลากริมไข่เต่า เวลาเราเดินผ่าน แม่เขาก็จะบอกว่าขอถ่ายรูปหน่อย แล้วเขาก็บอกเอาไปเลยๆ ก็รู้สึกเกรงใจ เพราะกว่าแม่เขาจะขายได้แต่ละบาทแต่ละสตางค์”

ดีใจไหมคนจำชื่อเราได้?
“แต่ก่อนจำผมเป็นพี่อ๋อม อรรคพันธ์บ้าง เป็นตูมตาม ยุทธนาบ้าง เป็นปั้นจั่น ปรมะบ้าง (แล้วตอบเขาว่ายังไง?) ก็ใช่ครับ (ยิ้ม) ผมตูมตามเองครับ แต่หลังๆ คนก็ทักเราถูกขึ้นแล้ว”

Advertisement

ตอนนี้ได้เป็นตัวเองแล้วใช่ไหม?
“เป็นตัวเองนานแล้ว แค่คนชอบทักผิดเฉยๆ”

การลงพื้นที่แต่ละครั้งเราได้สินค้าติดมือมาเยอะแค่ไหน?
“จริงๆ พอยท์ได้เยอะมาก แต่พอยท์รู้สึกเวลาแม่เขาให้พอยท์จะรับไว้ ถ้ารับไว้ก็คือเอาเงินแลกมากกว่า แม่บางคนน่ารักมาก เขาพยายามจะยัดเยียด พอยท์ก็บอกว่าไม่เอา เขาก็บอกว่าลูกเอาไปเถอะ คือเขาอยากให้”

เรื่องของการมู?
“ถ้าการมู พ้อยท์รู้สึกว่ามีผลต่อการมีสมาธิ ตอนแรกพอยท์ไม่ได้ไปถ่ายรายการกับพี่มดดำ คชาภา คือตอนแรกที่เรายังไม่ได้ไปถ่ายรายการ เรารู้สึกเราไม่มีสมาธิมาก เวลาเรามีปัญหากับชีวิตมา เราเป็นคนเครียดแล้วก็จะคิดซ้ำๆๆ อยู่อย่างนั้น พอได้ไปมูกับพี่มดมา พี่มดบอกให้นั่งสมาธิดู หลังจากที่เราลองนั่งสมาธิ ครั้งแรก ครั้งสอง ผมรู้สึกเฉยๆ นะ แต่พอเราได้ทำไปเรื่อยๆ บางทีเราต้องการความสงบจริงๆ และอยู่ในที่เหมาะเจาะจริงๆ เราจะได้อะไรกลับมาเยอะมาก และสิ่งนั้นทำให้พ้อยท์ทำงานอย่างมีสติและมีสมาธิมากขึ้น”

แต่ก่อนที่เราจะมานั่งสมาธิ แม่เตือนสติเราเยอะไหม?
“ส่วนใหญ่ด่า ด่าแบบบ้านแตกสาแหรกขาด”

เคยมีน้ำตาไหมลูกผู้ชายแบบเรา?
“ก็เขาบอกพ้อยท์ไม่เชื่อเรื่องศาสนา อย่าเอาพระมาเลยมันไม่ไหว้หรอก แต่ก่อนเราอาจจะไม่เชื่อจริง แต่พี่มดสอนว่า จริงๆ ตามหลักพระพุทธศาสนาคืออะไร และการไปมู ขอพร หรือเราจะได้อะไรเกี่ยวกับการขอพร ก็คือเราไปขอพรเหมือนว่าเราได้กำลังใจกลับมา เราจะได้มีพลังในการทำงานต่อไป”

พอแม่ด่ามากๆ แล้วเกิดอะไรขึ้น?
“ไม่อยากไปทำงาน เพราะแม่ด่าเยอะมาก คือตอนนั้นเราเป็นพิธีกรไม่ได้ แล้วเรามีคำถามอะไร คำถามเราก็ใช้ไม่ได้ เขาก็คงทนมานานแล้ว แล้วเขาก็ระเบิดลง เขาก็จะด่าจนเรารู้สึกว่าเราเหมาะกับตรงนี้จริงๆ ไหม แต่พอสุดท้ายเขาก็พยายามโทรมาตลอด ทั้งๆ ที่เราไม่ไป เราก็รู้สึกว่าจริงๆ เขาเป็นห่วงเรามากๆ และเขาอยากให้เราเก่งขึ้น อยากให้เรามีรายได้ และวันหนึ่งถ้าไม่มีเขา เราจะทำเป็นด้วยตัวเอง เอาจริงๆ พี่มดถือเป็นครอบครัวผมที่อยู่ในกรุงเทพฯ คือครอบครัวใหญ่เลย ตั้งแต่ผมเล่นละครเรื่องเดียว หรือยังไม่ได้เล่นละคร ตั้งแต่ไปเดินแบบ ผมขอไปกินข้าวบ้านเขาตลอด ในเวลาที่ไม่มีเงิน หรือเวลาที่ต้องเอาเงินไปใช้อย่างอื่น (มูตามแม่ทำตามแม่?) ใช่ครับ มูตามแม่ ทำตามแม่”

มูตามพี่มด บางคนก็บอกว่ามันอยู่เส้นบางๆ ระหว่างงมงายกับศรัทธา?
คือถ้าไปมูตามพี่มดต้องเข้าใจว่าพี่มดเขาถ่ายรายการตลอด และทุกเทปเขาต้องเอาออกมาให้คนดู สิ่งที่เห็นคือเขาต้องไปมูตามที่ต่างๆ แล้วก็บ่อยกว่าคนปกติทั่วไป เพราะเขาทำรายการเกี่ยวกับมู อันนี้คือความเป็นจริง แต่ถ้าถามว่า หมอดูทักอันนี้มาแล้วแกจะเชื่อ 100% ไหม พ้อยท์ว่าแกจะเป็นคนที่ตัดสินใจได้เอง แค่เราฟังเสียงคนรอบข้างมาซัพพอร์ต

ปีก่อนที่บอกว่าพยายามใช้หนี้ให้หมดภายในปีแหละ ตอนนี้ไปถึงไหนแล้วบ้าง?
“ตอนนี้อยู่ระหว่าง อย่างละคร ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเหมือนเป็นผู้รับเหมา ก็คือจะรับเงินเป็นก้อน ตอนนี้ละครถ่ายไปประมาณ 2 เรื่องแล้วครับ ก็สิ้นปีนี้น่าจะหายไปสัก 2-3 ล้านได้อยู่ จากปกติ 10 ล้าน แต่ตอนนั้นลดลงมาหน่อยนึงแล้ว ถ้าสิ้นปีกับต้นปีหน้าน่าจะเหลือ 5 ล้าน

ก็คือพยายามหาเงิน พยายามทุกอย่างที่จะปิดหนี้ให้ได้?
“ใช่ครับ”

เราท้อไหม?
“มันไม่ท้อนะ เพราะเวลาเราทำงานแล้วเงินมันเข้ามา เราไม่อยากใช้มัน เวลามันอยู่อย่างนั้น เรารู้สึกมีความสุขกว่าการที่เงินมันถอนออกมามากกว่า”

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราที่ผ่านมา?
“ได้ประสบการณ์มาก เพราะตอนเด็กๆ พ้อยท์เคยได้ยินผู้ใหญ่บอกว่า การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ เรารู้สึกว่าไม่เชื่อ เพราะว่าหนี้มันสร้างให้เราแบบ ไปกู้บ้าน ไปซื้ออะไรอย่างนี้ พอเอาเข้าจริงๆ มันคือสิ่งที่ต้องจ่ายในทุกๆ เดือนครับ แล้วเราไม่สามารถออกนอกกรอบได้เลย เราจะอยากทำอันนั้น อันโน้น อันนี้ก็ไม่ได้ เพราะว่าสิ่งที่เรามีอยู่คือมีหนี้ ถ้าเป็นไปได้คือไม่มีหนี้ คือมีความสุขที่สุด”

รวยทางลัดมีใครมาชวนขายตรงไหม?
“จริงๆ ขายตรงมีคนมาชวนเยอะมากนะ ล่าสุดก็คือ Forex 3D พ้อยท์รู้สึกว่ามันไม่มีอะไรหรอกครับที่ได้มาง่ายๆนอกจากการทำงาน เพราะเรายังเห็นอยู่เลยว่าทุกคนยังทำงาน ถ้าทุกคนรวยในทางที่เป็นแบบนั้นได้ ก็จะมีน้อยนะ แต่ก็จะไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นแบบนั้นได้ ซึ่งไม่ใช่เรา ผมรู้ตัวเลยว่าผมเนี่ยเกิดมากับดวงที่ว่าเอาดวงแลกกับเงิน”