‘ดีเจมะตูม’ แจงปมเเคยร่วมงาน ดิไอคอน ลั่นต้องเช็คให้ดีเพื่อคนที่รักเรา จากนี้ต้องตระหนักให้ดีก่อนรับงาน ชี้เป็นเรื่องที่บุคคลสาธารณะพึงควรจะทำ
หลังจากที่ ดีเจมะตูม เตชินท์ ถูกโยงประเด็นร้อนกับการมีคลิปเคยไปร่วมงานอีเวนต์ของบริษัม ดิ ไอคอน กรุ๊ป จนเจ้าตัวต้องออกมาชี้แจงผ่านอินนตาแกรมส่วนตัวว่า ได้รับการติดต่อมาเป็นแขกเซอร์ไพส์ของเทรนเนอร์ส่วนตัวของตัวเอง และโชว์รูปร่างเพื่อสร้างแรงบันดาลใจเท่านั้น ไม่ได้ถูกจ้างให้เป็นพรีเซนเตอร์ หรือมีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ กับทางแบรนด์ ล่าสุดเจ้าตัวมาร่วมงาน JM COSMETICS GRAND OPENING ที่ ลานจัดงานชั้น 3 ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า
เรื่องที่มะตูมโพสต์แจงปม ดิ ไอคอน รู้สึกยังไงที่คนคิดไปต่างๆ นานา?
“มันไม่ใช่คนคิดไปต่างๆ นานาหรอกครับ คลิปมันออกมาให้คนเห็นมากกว่า ก็ตามที่ตูมชี้แจงไปเลยครับ มันไม่มีอะไรต่างจากนั้นตูมไม่ได้ปรึกษาใครในการโพสต์ตูมเห็นมีกระแสมาแล้วมีคนสงสัย เราก็ชี้แจงในมุมของเราในส่วนของเราเท่านั้นเองว่าเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเท่านั้นเลย”
ส่วนตัวรู้สึกไม่สบายใจเลยรีบเคลียร์?
“จริงๆ ตูนไม่ได้เป็นคนทำงานสแตนอโลนอยู่แล้วครับ ตูมมีค่าย ตูมมีองค์กร มีเพื่อนร่วมงานอีกเยอะแยะมากมาย ไม่อยากให้อะไรไปกระทบคนอื่นหรือหน่วยงานองค์กรของเรา ก็เลยชี้แจงในส่วนของเราแค่นั้นเลยครับ”

วันนั้นไปร่วมงานในลักษณะไหน?
“ตามที่โพสต์ในไอจีเลยครับ เข้าไปดูได้เลยครับ ไม่ได้มีอะไรผิดแปลกไปจากนั้น”
พอโพสต์ไปแล้วสบายใจขึ้น?
“มันก็แค่รู้สึกว่าได้ชี้แจงในส่วนของเราเท่านั้นเอง ตูมรู้สึกว่าทุกวันนี้คนในโซเชียลค่อนข้างจะไม่ค่อยฟัง ค่อนข้างจะฟังจากจุดนึงแล้วตีความไปในหลายๆ จุด เพราะฉะนั้นการชี้แจงมันจะได้จบทีเดียวในพาร์ทตรงนั้นของตูมเลยดีกว่าครับ”
ได้เช็คคอมเมนต์หลังโพสต์แจงไหม?
“จริงๆ ส่วนใหญ่หลักๆ นะครับ ที่เห็นก็คือเข้าใจเพราะว่ามันก็มีหลักฐานอยู่แล้วว่าเราไม่ได้เกี่ยวข้อง เพราะถ้าเราเกี่ยวข้องเราคงไม่ได้มายืนตรงนี้ คงไปอยู่ตรงโน้น เพราะฉะนั้นตูมว่าตูมเคลียร์ตัวเองชัดเจนแล้ว คือการชี้แจงของตูมมันมาจากคลิปไวรัลของเราเลยรู้สึกว่าอันนี้มันสามารถชี้แจงได้ เพราะคนเห็นจากคลิปเพียงแค่ 3-5 วินาที มันตีความไปได้หลายอย่างมากนะครับ เพราะฉะนั้นเลยคิดว่าเราชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรส่วนตัวแล้วใครจะเชื่อไม่เชื่อยังไงตูมให้สิทธิ์คนดูเลย แต่ว่าตูมชี้แจงพาร์ทของตูมเสร็จเรียบร้อยแล้ว”
หลังจากนี้การเลือกรับงานของเราต้องละเอียดขึ้น?
“ไม่ใช่แค่ตูมนะ ทุกคนอ่ะ พี่ๆ สื่อมวลชนด้วยนะครับ ทุกวันนี้เราจะรับงานอะไรเราต้องเช็คและต้องดู ตูมว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ทำให้คนที่อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังได้ตระหนักว่าการรับงานอะไรต้องมีการตรวจสอบ”
ตอนนี้ข่าวก็มีการกระทบถึงความน่าเชื่อถือภาพลักษณ์ของดารา?
“ตูมมองว่าเรื่องนี้ เรื่องภาพลักษณ์คือส่งภาพลักษณ์ เรื่องกฎหมายก็ส่วนของกฎหมาย เรามาแยกกัน ภาพลักษณ์ตูมมองว่าทุกคนต้องแฮนเดิ้ลด้วยตัวเองอยู่แล้ว ตูมไม่สามารถไปปกป้องภาพลักษณ์ใคร ไม่มีใครสามารถมาปกป้องภาพลักษณ์ตูมได้อยู่แล้ว แต่ในเรื่องของกฎหมายถ้าทุกคนทำทุกอย่างอยู่ในครรลองของกฎหมายมันก็คงไม่น่ามีปัญหาอะไรอยู่แล้ว สุดท้ายตัวเราทำอะไรเรารู้ดีที่สุด”

ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น?
“อยู่แล้ว จริงๆ มนุษย์ไม่ควรเป็นน้ำเต็มแก้ว มนุษย์ควรเรียนรู้ทุกๆ สเต็ปอยู่แล้ว มะตูมปีที่แล้วผิดพลาดอะไร มันก็อาจจะทำให้มะตูมได้ปรับปรุงมาเป็นมะตูมในวันนี้ และวันนี้มะตูมผิดพลาดอะไรในปีหน้ามะตูมก็จะเป็นมะตูมในเวอร์ชั่นถัดไปในสเต็ปต่อไปของเรา เพราะฉะนั้นตูมมองว่าทุกๆ ปัญหาที่เข้ามาให้มันเป็นบทเรียนเพื่อเราจะเดินหน้าต่อไม่ว่าจะเป็นในเวย์ไหนก็ตาม มะตูมเชื่อว่าถ้าสุดท้ายแล้วเรายึดมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเองยังไงเราไปต่อได้ครับ”
พอจะรับงานต้องเช็คอะไรเป็นพิเศษไหม?
“ตอนนี้ตูมโชคดีที่หลักๆ งานตูมคืองานของตูม อย่างเช่นตูมเป็นเจ้าของรายการ ตูมทำรายการ เราไม่ต้องเช็คอะไร แต่ส่วนใหญ่แล้วตูมจะเป็นผู้จัดการรับงานเป็นปกติมีคนช่วยดูอยู่แล้ว แต่ว่าถามว่าเช็คอะไรไหม ก็เช็คเป็นปกติอยู่แล้วในวงการนี้ คือไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนตูมไม่เช็ค แต่ว่าพอมีคลิปนี้ออกมาอันนี้เราก็เช็คแล้ว แต่ว่าทุกคนก็ช็อคไปพร้อมๆ กันเหมือนกัน ตูมมองว่าทุกคนรับงานพลาดได้แต่แค่เรียนรู้ในการรับงานครั้งต่อไปให้มันรัดกุมและรอบคอบมากขึ้นเท่านั้นเองครับ“

ในรายการเองก็ต้องมีสปอนเซอร์?
“ถูกต้องๆ กลายเป็นว่าตอนนี้ลูกค้าเข้าเรา กลายเป็นต้องสแกนให้ดีมีใบอนุญาตไหม มี อย.ไหม จริงๆ สิ่งนี้เราก็ทำมากันอยู่แล้ว (ไม่ได้มองเรื่องตัวเงินอย่างเดียว?) อันดับแรกคือช่องตูมไม่ได้ราคาเรตสูงขนาดนั้นนะ แต่ว่าตูมย้ำอีกครั้งว่าไม่ใช่แค่ตูมควรมีสโคปและควรมีความรอบคอบในการรับงานทุกประเภท อย่างลืมว่าคนอยู่เบื้องหน้าเราเป็นเหมือนหน้าตาของประชาชน เป็นสื่อกลางที่บอกว่าสินค้านี้ใช้ดี ของเป็นแบบนี้ ถ้าเรารับของที่ไม่มีคุณภาพมาก็มีผลเสียต่อผู้บริโภค ผู้บริโภคก็คือคนที่รักเราถูกไหมครับ คนที่ไม่รักตูมเขาไม่ซื้อของที่ตูมใช้หรอก แต่คนที่รักตูมเขามีนะ เราพูดอะไรเขาก็เชื่อ มันก็ทำให้เรามองและตระหนักว่าการรับงานอะไรก็ตามต้องคัดแล้วคัดอีก เป็นเรื่องปกติที่ตูมคิดว่าบุคคลสาธารณะพึงควรจะทำ”
เคสดิ ไอคอน เป็นครั้งแรกที่เจออะไรแบบนี้?
“ใช่ครับ คือเคยเจอคอมเมนต์มาบ้างแต่ไม่เคยเจอหนักเท่ากับเคสนี้ เพราะว่าอันนี้มันไม่ใช่เป็นเรื่องของสินค้า ทุกวันนี้มันไม่ใช่เรื่องคุณภาพของสินค้านะครับ แต่เป็นเรื่องของระบบการขายเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นมาก แล้วมันเป็นเม็ดเงินมหาศาลด้วย มันเลยทำให้เราต้องรัดกุมเท่านั้นเองครับ แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่ครับ แล้วตูมก็ยืนยันอีกครั้งว่าถ้าใครสงสัยหรือมีคำถามอะไรเข้าไปดูได้ในอิสตาแกรม dj_matoom ครับ มะตูมชี้แจงไว้แบบละเอียดหมดแล้วครับ”


