‘ปาย สิตางศุ์’ เผยเคยเกือบได้เป็นบิ๊กบอสบริษัทดัง โดนแนะซื้อนาฬิกา-รถ สร้างความน่าเชื่อถือ

21.10.24 | 19:23 น.

‘ปาย สิตางศุ์’ แชร์ประสบการณ์เคยเกือบได้เป็นบิ๊กบอสบริษัทดัง โดนแนะซื้อนาฬิกา-รถ สร้างความน่าเชื่อถือ

เป็นอีกหนึ่งคนดังที่เคยถูกแนะนำให้ไปเป็นบิ๊กบอสของบริษัทชื่อดังที่กำลังเป็นข่าวร้อนแรงบนโลกออนไลน์ในขณะนี้ สำหรับปาย สิตางศุ์ ซึ่งล่าสุดนักแสดงสาวได้ออกมาแชร์ประสบการณ์การถูกแนะนำให้เป็นบิ๊กบอสของบริษัทดังกล่าวผ่านทางบัญชีติ๊กต็อกให้ฟังว่า

“แชร์ประสบการณ์การถูกแนะนำให้เป็นบิ๊กบอส คือปายไม่ได้ถูกชักชวนไปฟังการตลาดออนไลน์ 98 บาท แต่ถูกแนะนำให้ไปเป็นบิ๊กบอส

ปายเป็นเจ้าของแบรนด์โพรไบโอติกยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งปายทำมา 3-4 ปีแล้ว ในปีแรกที่ไปเริ่มทำ เมื่อครบปีปายก็ไปคุยกับทางโรงงาน ว่าปายอยากทำโปรดักส์เพิ่ม และมีอะไรจะแนะนำปายไหม หรือมีอะไรที่กำลังอินช่วงนี้เผื่อเราจะไปต่อยอดเป็นสินค้าตัวต่อไป

คุยไปคุยมาทางโรงงานก็เหมือนเล่าให้ฟังว่าเขามีลูกค้าคนนึง ชื่อบริษัทดิ.. ที่ปัจจุบันมีข่าว เป็นลูกค้าของเขา รายได้เขาเยอะมากเลยทำมาไม่กี่ปีรายได้เป็น 1,000 ล้านเลย ซึ่งตอนนั้นปายฟังไปก็รู้สึก โห บริษัทเขาใหญ่จัง แต่เราไม่มีความรู้จักบริษัทเขาเลย เห็นแค่บิลบอร์ด ซึ่งก็ไม่รู้อีกว่าเขาขายโปรดักส์อะไรบ้าง คุยไปคุยมา ทางโรงงานเขาก็เล่าให้ฟังว่าปายลองคิดดูสิว่าสมมุติว่ามีปาย 1 คนขายได้ ปีนี้ 10 ล้าน ปายลองคิดดูว่าถ้ามีปาย 100 คน ปายจะขายได้เท่าไหร่ แล้วลองคิดดูว่าถ้ามีปาย 1,000 คนปายจะได้รายได้เท่าไหร่

Advertisement

ตอนนั้นยอมรับเลยว่ามันเป็นแรงจูงใจมาก ว่าถ้าเราเริ่มวันนี้เราน่าจะมีรายได้เยอะมากๆ แต่ปายก็ติดอยู่ข้อหนึ่ง คือปายไม่มีความรู้เลยในเรื่องของการทำตัวแทนจำหน่าย และรู้สึกว่าสินค้าของเราเนี่ยเป็นสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ ดังนั้น การที่เราจะควบคุมให้อีก 1,000 คนสื่อสารไปในทางเดียวกันว่ามันเป็นสินค้าสุขภาพและไม่ใช่สินค้าในการลดน้ำหนัก เป็นอะไรที่ปายรู้สึกว่ามันควบคุมยากมาก

ตอนนั้นปายก็บอกเขาไปว่า ปายไม่ได้มีความรู้เรื่องอะไรแบบนี้เขาก็บอกไม่เป็นไรเลยเดี๋ยวเขาจะแนะนำทีมมาร์เก็ตติ้งแล้วก็จะแนะนำให้รู้จักกับบอสคนนี้ของบริษัทนี้เพื่อให้เราไปศึกษาวิธีการทำมาร์เก็ตติ้งแบบนี้ และยังแนะนำเราอีกว่าเราต้องมีการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เล็กน้อย อาจจะต้องมีการสร้างความน่าเชื่อถือ เช่น การซื้อนาฬิกา การมีรถต่างๆ เพื่อให้ตัวแทนของเราเชื่อมั่นว่าเราเหมือนดูแลเขาได้

ปายก็เอาเรื่องนี้กลับมาคุยกับหุ้นส่วน ซึ่งปรากฏว่าเราทั้งคู่คิดตรงกันว่าเราไม่ได้มีโนว์ฮาว เราไม่รู้ระบบและเราก็รู้สึกว่าเราควบคุมคนยาก อีกทั้งมันไม่ได้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา ตอนนั้นก็เลยเซย์โนไปค่ะ

ถามว่าคิดถูกไหมตอนนั้น ก็รู้สึกว่าคิดถูกนะคะเพราะว่าการที่เราทำอะไรไปโดยที่เราไม่ได้รู้จริงๆว่าระบบตัวแทนต้องทำยังไง ต้องดูแลเขายังไง การที่ให้ตัวแทนมาช่วยเราขาย เราก็ต้องมีการดูแลเขา แล้วปัจจุบันก็ยังทำคนเดียวอยู่ค่ะ”