คนบันเทิงร่วมพิธีรดน้ำศพ คุณยายบรรเจิดศรี ศัลยา-หลานสาว เล่าวาระสุดท้าย เผยนอนรพ.นาน 14 วัน

7.11.24 | 19:01 น.

คนบันเทิงร่วมพิธีรดน้ำศพ คุณยายบรรเจิดศรี ศัลยา-หลานสาว เล่าวาระสุดท้าย เผยนอน รพ.นาน 14 วัน ก่อนจากไปอย่างสงบ

นับเป็นข่าวเศร้าของวงการบันเทิงที่ได้สูญเสียบุคลากรคนสำคัญของวงการอย่าง คุณยายบรรเจิดศรี ยมาภัย ที่จากไปอย่างสงบในวัย 100 ปี ด้วยโรคปอดอักเสบ

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ศาลา 10 วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ สถานที่ตั้งพิธีบำเพ็ญกุศลคุณยายบรรเจิดศรี ยมาภัย นักแสดงอาวุโส ที่จากไปอย่างสงบในวัย 100 ปี ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของคนในครอบครัวและวงการบันเทิงที่ได้สูญเสียนักแสดงอาวุโสผู้ซึ่งเป็นที่เคารพรักของใครหลายๆ คน

ทั้งนี้เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ได้ประกอบพิธีรดน้ำศพ คุณยายบรรเจิดศรี ที่ศาลา 10 โดยมีนักแสดงและคนมีชื่อเสียงทยอยมาร่วมไว้อาลัยให้กับคุณยายอย่างไม่ขาดสาย อาทิ กวาง กมลชนก, น็อต นุติ, กรีน อัษฎาพร, ดวงดาว จารุจินดา ฯลฯ

Advertisement

รวมไปถึงเหล่าคนมีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการได้ส่งพวงหรีดเพื่อร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของคุณยายบรรเจิดศรีกันอย่างเนืองแน่น

โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของคนในครอบครัว และแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน

สำหรับพิธีสวดพระอภิธรรมจะมีขึ้นในเวลา 18.30 น. ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 7-วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2567 และพิธีฌาปนกิจ เวลา 17.00 น. ในวันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน 2567

ซึ่งก่อนที่จะมีการประกอบพิธีรดน้ำศพและพิธีสวดพระอภิธรรมของคุณยายบรรเจิดศรีผู้ล่วงลับ ผู้เขียนบทละครโทรทัศน์ชื่อดัง อาจารย์แดง ศัลยา สุขะนิวัตติ์ ผู้ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้วายชนม์ และ จ๊ะจ๋า แดนดาว ยมาภัย หลานสาว ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการจากไปของคุณยายบรรเจิดศรีว่า

ก่อนหน้านี้คุณยายป่วยเป็นอะไร?
อ.แดง : “คุณยายป่วยเป็นปอดอักเสบ คือเป็นมานานแล้วนับได้ประมาณ 10 ปีได้ ตั้งแต่อาการน้อยๆ จนกระทั่งช่วงหลังๆ มีอาการมากขึ้น จนกระทั่งครั้งสุดท้ายอาการหนักขึ้น แต่ว่าคุณยายก็ไปสบายเหมือนหลับ คือป้าก็อยู่กับคุณยายจนวินาทีสุดท้าย ยายก็ค่อยๆ หายใจแผ่วลงๆ จนกระทั่งหยุดไป”

ในวาระสุดท้ายอาการของคุณยาย คุณยายก็สู้มาตลอด?
อ.แดง: “คือท่านฮึดสู้มาก สู้ทุกครั้งเลย หนักที่สุดคือไปโรงพยาบาล แต่ก็กลับบ้านมาได้ทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เราก็ดูว่าไม่อยากให้คุณยายทรมานต่อไป เพราะมันทรมานมากในกระบวนการรักษา ก็เลยค่อยๆ ปล่อยให้คุณยายไปอย่างสงบ”

ล่าสุดที่เข้าโรงพยาบาลใช้เวลานานไหม?
อ.แดง: “14 วัน แล้ววันสุดท้ายที่คุณยายจะเสีย คุณยายเสียช่วงเวลา 3 ทุ่ม แต่วันนั้นทั้งวันคุณยายยิ้มแย้มแจ่มใสพูดคุยกับคุณหมอ แล้วหมอก็บอกว่ายายกลับบ้านได้แล้วในวันศุกร์ ซึ่งวันที่คุยกันคือวันพุธ คุณยายก็ดีใจที่จะได้กลับบ้าน และในคืนนั้นคุณยายก็ตัดสินใจที่ไม่กลับบ้าน และไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้วท่านตัดสินใจไปเลย ซึ่งวันสุดท้ายเราไม่ได้คุยอะไรกับคุณยายเลยค่ะ วันที่คุณยายเสียชีวิต ป้าไม่ได้อยู่ ป้าออกไปทำธุระและไม่ได้กลับเข้ามา แต่วันนั้นมีคนเลี้ยงเข้าไปอยู่ด้วย ซึ่งคนเลี้ยงก็ได้มาบอกว่าวันนั้นคุณยายคุยกับเขามากเลย คุณยายบอกว่าอยากกินน้ำหวานนะ อยากได้คุยเรื่องต่างๆ ที่เขาอยู่ด้วยกัน เป็นอย่างมากและอยู่ด้วยกันตลอดเวลา”

ความน่ารักของคุณยาย เวลาที่คุณหมอให้ยา ก็จะไม่ไปโรงพยาบาลแล้ว?
อ.แดง: “ใช่ค่ะ เวลาไม่สบายมากๆ เขาจะทำมือเจ็บบริเวณหน้าอก แล้วเขาก็พูดกับเราว่า แดงแม่ไม่อยากอยู่แล้ว ให้แม่ไปเถอะ พอถึงครั้งที่คุณยายไม่สบายเขาก็มียา พอเราให้ยาเสร็จเรียบร้อย เขาก็จะพูดว่า แม่ไม่ไปแล้วนะ และนี่ก็คือความอารมณ์ดีของคุณยาย”

จ๊ะจ๋าเป็นยังไงบ้างกับคุณย่า?
จ๊ะจ๋า: “ก่อนหน้านี้ที่คุณย่าเข้าโรงพยาบาล 14 วัน จ๋าก็ไปหาทุกวันและจ๋าก็ไปอยู่ด้วย (ร้องไห้)”

อ.แดง: “จ๊ะจ๋าเขาเป็นหลานรัก คุณยายก็ใกล้ชิดกับมาตั้งแต่เขาเกิด คุณยายเขาก็จะสนุกสนานเวลาจ๊ะจ๋าไปชวนเล่นชวนคุย เวลาถ้าคุณยายอยู่กับป้า หรือคนเลี้ยง ชีวิตก็จะเงียบเหงา พอเจอหลานคุณยายก็จะสดชื่นขึ้น จ๊ะจ๋าก็จะมีไปหาคุณยายทุกอาทิตย์ค่ะ”

เวลาเจอกันเราชอบชวนคุณย่าทำอะไร?
จ๊ะจ๋า: “ถ่ายคอนเทนต์ ก็จะมีเต้นบ้าง ร้องเพลงบ้าง คุณย่าก็ดูมีความสุขที่ได้ทำ ก็เลยชวนคุณย่าเล่น”

เราได้เอารอยสักไปให้คุณย่าดูไหม ซึ่งเป็นรอยสักที่คุณย่าเป็นคนวาด?
จ๊ะจ๋า: “ใช่ค่ะเป็นรอยสักที่คุณย่าวาด แต่ว่าตอนนั้นคุณย่าน่าจะเริ่มมีอาการป่วยนิดนึง ก็เลยไม่ค่อยสนใจรอยสักเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าดีแล้วที่คุณย่าได้เห็นรอยสักก่อนจะจากไป”

การที่เราเป็นหลานรักของคุณย่ามันมีคุณค่ากับเรา ตอนนี้ความรู้สึกเราเป็นยังไง?
อ.แดง: “คุณย่ารักจ๊ะจ๋ามาก มีคุณค่ามากเพราะว่าเวลาคุณย่าให้ตังค์จ๋าทีไรจะเอาทุกครั้ง”
จ๊ะจ๋า : “แต่เวลาพอจ๋าทำงานได้ จ๋าก็มีให้คุณยายคืนบ้าง”

ทำไมคุณย่าถึงวาดเป็นรูปดาว?
จ๊ะจ๋า: “จริงๆ จ๋าชื่อแดนดาว ก็เลยอยากให้ทุกคนในครอบครัววาดรูปดาวให้ และคุณย่าก็เป็นคนแรกที่ได้วาด แล้วคุณย่าเป็นคนที่วาดดาวไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ในครอบครัวเลย”

อ.แดง: “เป็นดาวที่แปลกมาก และคุณย่าตั้งใจวาดมาก แล้ววาด 2 ดวง”

จ๊ะจ๋า: “จริงๆ ขอ 1 ดวง คุณย่าเหมือนติดลม”

เป็นการสักที่ร่างกายของเรา เป็นการแทนยังไงบ้าง?
จ๊ะจ๋า: “จริงๆ คิดไว้สักพักหนึ่งแล้วว่าอยาก มีอะไรที่ทำให้เรานึกถึงคุณย่าตลอด ก็เลยเลือกเป็นดวงดาวที่คุณย่าวาดค่ะ แต่ว่าให้ช่างสักเขาปรับให้นิดนึง ให้ดูมีความสวยงามมากขึ้น แต่คงเดิมคงปลายที่คุณย่าวาดเอาไว้”

มีคำสอนอะไรที่คุณย่าเคยสอนเรานำมาใช้ในชีวิต?
จ๊ะจ๋า: “ส่วนใหญ่คุณย่าไม่ได้สอน คุณย่าจะชอบปลอบมากกว่า คุณย่าจะเป็นคนที่คอยปลอบเวลาเราเหนื่อย หรือว่าเวลาเครียด จริงๆ คุณย่าไม่ค่อยพูด แต่คุณย่าจะใช้การกระทำ กอด ลูบหัว

ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริง หมายถึงว่า จ๋าก็รู้ว่าคุณย่าก็อยู่มานานแล้วแต่สำหรับจ๋ายังรู้สึกว่ามันเร็วไปอยากให้คุณย่าได้เห็นความสำเร็จมากกว่านี้”

เรื่องสุดท้ายที่ได้คุยกัน?
จ๊ะจ๋า: “เรื่องสุดท้ายก็เช็ดตัวให้กับคุณย่า และคุณย่าก็บอกว่าเกาหลังให้ย่าหน่อย”

ถ้าพูดถึงงานในวงการบันเทิงคุณย่าเขาอยากจะเล่น หรืออยากจะกลับมาบ้างไหม?
อ.แดง: “อยากจะเล่นสิคะ คุณย่าชอบเล่นละคร แล้วชอบเล่นละครที่ป้าเขียนบท ป้าเขียนบทยาวมาก ป้าก็ไม่รู้ว่าคุณย่าจะเล่นได้ อย่างเรื่องสายโลหิต เขียนหลั่งไหล คุณย่าก็เล่นได้ทุกคำ”

เวลาเขาอยากเล่นละครเขาจะพูดว่ายังไง?
อ.แดง: “คุณย่ามีละครที่ติดต่อมาตลอด ก็ไม่ได้บ่นอะไร ก็ได้รับการวางตัวมาเรื่อยๆ”

ทุกครั้งที่เขาได้ทำงานละครเอง เขาจะเป็นยังไงบ้าง?
อ.แดง: “มีความสุข ตั้งใจท่องบท ตอนช่วงหลังความจำไม่ค่อยดี ท่องทั้งวันทั้งคืน บทนี้ถือติดมือไว้ตลอดเลย ท่องตลอด แต่พอไปถึงก็ติดบท”

เราช่วยต่อบท?
จ๊ะจ๋า: มีพี่ที่ทำงานช่วยต่อบท แต่คุณย่าต่อให้จ๊ะจ๋า บทไม่ได้ แต่อินเนอร์ในความเป็นนักแสดง เขามามากๆ อินเนอร์มาก่อนเลยบทไม่เป็นไร ทิ้งไว้ก่อน”

คุณยายเล่นละครเยอะมาก รู้สึกว่าละครเรื่องไหนที่คุณยายชอบที่สุด?
อ.แดง: “ชอบเรื่องนางทาสที่สุด อีกเรื่องก็คือเรื่องหลงเงาจันทร์ เป็นเรื่องที่ป้าเขียนทั้งสองเรื่อง ก็ถือว่าคุณยายเล่นดี คุณยายท่องบทแม่น จะพูดเป็นเหมือนตัวละครจริงๆ คือไม่ต้องพูดแล้วเว้นวรรคเพื่อคิดบท บทก็ลื่นไหล ก็เป็นตัวละครนั้นจริงๆ คุณยายก็ตั้งใจท่องบทมาก ก็บอกจ๊ะจ๋าตลอดว่าต้องทำอะไรให้เหมือนคุณย่านะ อย่าไปถือเรื่องเล่น ต้องทำจริงจัง”

คุณย่าเป็นคุณครู?
จ๊ะจ๋า: “ช่วงที่ถ่ายพรหมลิขิต ก็ได้คุณย่าช่วยต่อบทให้ คุณย่าอยากเป็นนางเอก อยากเป็นแม่พุดตานอย่างเดียวเลย ก็เลยบอกว่า คุณย่าต้องเป็นทุกบทที่ไม่ใช่จ๋านะ ก็เลยบอกว่า เอ้าเหรอ นึกว่าเป็นพุดตานอย่างเดียว”

คุณยายอารมณ์ดีมาก?
อ.แดง : “ดีมาก ไม่เคยโกรธ ไม่เคยเห็นโกรธใครเลย ถ้าโกรธจัดๆ คำที่จะบ่นออกมาก็คือบ้า แค่นี้เลย แกไม่เคยพูดอะไรที่รุนแรงมากกว่านี้เลย”

รายละเอียดงานคุณยาย?
อ.แดง : “สวด 5 คืน หลังจากนั้นไปลอยอังคาร เราจะเอาไปลอยในน้ำจืด แถวนนทบุรี ไม่อยากเอาไปลอยในน้ำเค็ม เป็นสิ่งที่คุณยายแกบอกไว้ว่าดีกว่า มีคนอื่นเล่าให้ฟังด้วยว่าให้ลอยในแม่น้ำ ไม่ไปลอยในทะเล แกไปแบบหลับไปเลย ไม่มีสั่งเสียอะไรไว้ แกบอกตั้งใจจ๊ะจ๋าเรียนจบมัธยมชั้นสุดท้ายนะ ย่าจะอยู่ถึงตอนนั้น คุณย่าก็ยังอยู่ไม่ไปไหน งั้นคุณย่าจะอยู่ถึงจ๊ะจ๋าจบมหาวิทยาลัย จ๊ะจ๋าจบก็ยังอยู่ จนถึงเจเจ คุณย่าบอกงั้นอยู่ถึงเจเจจบ เจเจก็จบมา 2 ปีแล้ว ไม่มีหลานที่จะรอให้จบแล้ว แกก็หมดห่วงจริงๆ”

จะมีโปรเจ็กต์อะไร?
อ.แดง : “คงไม่มี เพราะเราไม่มีความรู้ตรงนี้ ใครคิดถึงคุณแม่ก็ดูย้อนหลังในโซเชียล ก็มีให้ชมกัน”

จ๊ะจ๋า : “เห็นมีหลายๆ คนที่รักคุณย่า ทำคลิปไว้อาลัยกันเต็มเลย เอาผลงานของคุณย่ามารวบรวม บางอันจ๋ายังไม่เคยได้ดูเลยด้วยซ้ำ“

พูดถึงคุณย่า?
จ๊ะจ๋า : ”ไว้เจอกันใหม่นะคะคุณย่า ขอให้จ๋าได้เกิดมาเป็นหลานคุณย่าอีกทุกชาติไปเลยค่ะ รักคุณย่าค่ะ“

อ.แดง : ”คุณแม่ไปสบาย คุณแม่จากโลกนี้ไปก็มีความรัก เสียใจ คิดถึง แต่อีกใจหนึ่งคุณแม่ก็พ้นทุกข์ พ้นจากความทรมานจากการเจ็บป่วย แม่ก็คงมีความสุขอยู่ที่ไหนซักแห่งหนึ่งแล้ว“

มีฝันถึง?
อ.แดง : “คนเลี้ยงฝันถึงคนแรกเลย ฝันเหมือนกับวันที่มาเยี่ยมก่อนจะเสีย ตอนที่เจอคุณย่าก็บ่นหิวน้ำ อยากกินน้ำหวาน ก็ฝันอย่างนั้นเลยว่า หิวน้ำ อยากกินน้ำหวานๆ ก็คงเป็นสิ่งที่ติดอยู่ในใจคนเลี้ยงแก ส่วน อ.แดงไม่ฝัน แต่เดี๋ยวแกก็มา“

จ๊ะจ๋า : ”ก็อยากให้แกมาเหมือนกันนะ จ๋าไม่กลัว แต่คุณย่าอย่าแกล้งกันแรงนะ (หัวเราะ) จ๋าได้คุยกับคุณย่ามาตลอด จริงๆ ก็พาแกมาตั้งแต่ไปโรงพยาบาลแล้ว จะชวนคุณย่าคุยกันตลอด บอกตอนนี้เป็นยังไงแล้ว”