‘กิ๊ก สุวัจนี’ เวอร์ชั่นใหม่ ประกาศชัดอยากลองเล่นแนวยูริ
กลับมารันวงการแบบเต็มตัวแล้ว สำหรับ กิ๊ก สุวัจนี พานิชชีวะ นางร้ายตัวแม่ที่หลายคนคิดถึงฝีมือการแสดง ที่หลังจากได้กลับมาร่วมงานในละครเรื่อง หนึ่งในร้อย
หลังห่างหายจากหน้าจอไปทำหน้าที่คุณแม่ของลูกๆ นานถึง 14 ปี ซึ่งเจ้าตัวก็เผยว่าการคัมแบ๊กครั้งนี้แฟนๆ ก็น่าจะได้เห็นผลงานแบบจุใจ
“ตอนนี้คิดว่าน่าจะรันยาวได้แล้วนะคะ เพราะว่าเราใช้ละครเรื่องนี้เป็นตัวพิสูจน์ว่ามันไม่ได้มีปัญหา เรารับงานแล้วรู้สึกว่ามันสามารถจะประคองไปได้”
“แล้วคุณพ่อเขาก็มาดูแลลูกให้แทน ซึ่งตรงนี้เป็นความดีใจของคุณแม่มาก เพราะว่าถ้าเรากลับมารับเล่นละครแล้ว เราจะได้ไม่ต้องพะวง เพราะฉะนั้นตอนนี้เรียกได้ว่า นันสต๊อปค่ะ”
การกลับมาอีกครั้งและได้ร่วมงานกับนักแสดงรุ่นใหม่แบบเต็มระบบเจ้าตัวก็เผยว่าทำให้ตัวเองได้เป็น “สุวัจนีเวอร์ชั่นใหม่”
เพราะว่าการได้มาร่วมงานกับน้องๆ ที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ เขาก็ได้จุดเชื้อไฟให้กับเรา ทำให้เรารู้ว่าเดี๋ยวนี้เวลาเราเล่นละครมันอาจจะมีอะไรใหม่ๆ
“เขาเรียกว่าเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว เราอยากจะเป็นแบบนั้นมากกว่า ซึ่งเราจะได้รับรู้ว่า อ๋อ…สมัยใหม่มันเป็นแบบนี้นะ การถ่ายทำเป็นแบบนี้นะ การเล่นอาจจะต้องปรับเปลี่ยนไป ซึ่งเราก็ดูจากรุ่นน้อง รุ่นพี่ แล้วก็ผู้กำกับมาคอยสอนเรา”
“กิ๊กรู้สึกว่า การแสดงเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นที่เด็กกว่าเรา กิ๊กรับฟังนะ เพราะการที่เราอยู่ในทีมเดียวกันแล้ว ลงเรือลำเดียวกันแล้ว เราต้องฟังกัน ไม่ว่าใครจะมาทักท้วงอะไร ยินดีรับฟังหมด”

แม้ว่าจะร้างลาจากการทำงานในวงการบันเทิงไปนาน แต่กระนั้นเมื่อถึงวันที่ต้องกลับมาทำงานอีกครั้ง ก็ไม่ได้มีความกังวลใจอะไร
“เอาจริงๆ วันแรกเลยไม่มีความรู้สึกหวั่นเลย มีความรู้สึกว่าอยากไปถึงกองเร็วๆ อยากรู้ว่าเป็นยังไง อยากเจอนักแสดง อยากเจอผู้กำกับ และทีมทุกคนว่าเขาจะรู้สึกยังไงกับเรา มีความรู้สึกว่าเราจะเล่นยังไง ทำยังไงให้ถูกใจผู้กำกับมากที่สุดแบบนี้มากกว่า”
“พี่กิ๊กจะไม่มีหวั่นว่าฉันจะเล่นได้ไหม ไปถึงปุ๊บเหมือนเราเปิดรับเลยกับทุกสิ่งที่จะเข้ามาปะทะกิ๊ก ความอยากเรียนรู้เริ่มมา”
เมื่อถามถึงการทำงาน การเล่นละครยุคนี้กับยุคเก่าอะไรที่มันไม่เหมือนกันเลย นางร้ายฝีมือฉกาจก็เผยว่า
“มุมมองการตีโจทย์มากกว่า รุ่นเก่ามันจะเป็นแบบว่าใจต่อใจ รู้สึกอะไรก็พูดไปเลย ฉันรู้สึกแบบนี้ ฉันอยากตบเธอคือมันไปเลย แต่พอมาแบบอันใหม่ มันจะเป็นอีกมิติหนึ่ง ต้องคิดหน่อยนะก่อนที่จะปะทะ คนดูเขาไม่ได้โง่นะ คุณจะมาแสดงตรงไปตรงมาแบบสมัยก่อนเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้คุณเก็บไว้ก่อนแล้วคุณเล่นอีกมิติหนึ่ง”
ซึ่งสำหรับตัวเองก็ยังรู้สึกว่าน่าดูมากกว่า พร้อมยกตัวอย่าง “ชื่น” ที่ได้รับบทในเรื่องนี้ว่า “ตอนแรกๆ เหมือนกับว่ารุนแรงไปหมด อะไรก็หงุดหงิดไปหมดทุกอย่าง แต่พอวันหนึ่งมันเกิดเหตุการณ์ขึ้น มันเก็บข้อมูลแล้วนะ ก็เริ่มถ่ายทอดให้คนดูรู้ว่าแม่ชื่นเขามีมุมนี้นะ”

ซึ่งตอนนี้พี่แอ้ว (อำไพพร จิตต์ไม่งง : ผู้กำกับ) เขาเป็นคนดีไซน์ให้กิ๊กด้วย เรามาตีโจทย์กัน ไม่ใช่ว่ามาถึงแล้วร้องไห้เลย พอลูกป่วยไม่ได้นะ ลูกต้องอดทน แต่สุดท้ายแล้วกอดสักหน่อยเถอะ พอเราเล่นรู้สึกอิน”
ทั้งนี้ เมื่อถามถึงงานเรื่องต่อๆ ไปนั้น กิ๊ก สุวัจนี ก็เผยว่ามีอีกเรื่องนึงที่ถ่ายเกือบจบแล้ว และน่าจะได้ชมกันปีหน้า ส่วนบทบาทการแสดงนั้นก็ไม่ได้ตั้งเป้าว่าอยากได้บทแบบไหน
“คือการทำงานของกิ๊กจะอ่านบทด้วยตัวเอง อ่านจนจบเลย แล้วจะวิเคราะห์ได้ว่าตัวนี้จะเล่นได้หรือเปล่า มันเหมาะสมกับเราไหม เราจะเล่นดีไซน์แบบไหน เราชอบเนื้อเรื่องมั้ย แล้วส่วนประกอบเรื่องอื่นจะตามมา”
นอกจากนี้ก็ยังมีในเรื่องของการถ่ายทำด้วย “มันดูยากสำหรับเรามั้ย บางทีถ้าเกิดว่าต้องไปถ่ายต่างจังหวัดอาจจะไม่เหมาะสม มันต้องดูหลายอย่าง”
กับการที่แฟนละครมักจะติดภาพเป็นนางร้ายในตำนาน หากจะให้ฉีกออกจากความเป็น กิ๊ก สุวัจนี แบบโดยสิ้นเชิงนั้น เจ้าตัวก็เผยว่ามีแนวที่ตนอยากเล่นอยู่เหมือนกัน
นั่นก็คือ “อยากเล่นวาย” กิ๊กเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ
ก่อนจะเปิดใจต่อว่า “อยากเล่นยูริมากเลยรู้ไหม แต่ไม่มีใครเชื่อเลยอ่ะ คือรู้สึกว่ายูริมันมีเสน่ห์ไง เราดูแล้วรู้สึกว่าจริงๆ แล้วความรักมันไม่มีเพศนะ ถ้าคุณแสดงได้ถึงเราจะเชื่อในสิ่งนั้น แม้กระทั่งผู้ชายผู้ชาย หญิงหญิง ถ้าเขาเล่นถึงเราสามารถอินกับเขาได้นะ”
“แต่ไม่มีใครติดต่อเลย คืออาจจะไม่มีใครเชื่อว่าอยากเล่นไง แต่คิดว่าละครต่อไป กิ๊กว่ามันต้องมีแบบนี้แน่นอน เพราะว่ามันเป็นการเปิดทางให้กับเพศทางเลือก ถ้าเขาเล่นถึงมันใช่”
พร้อมฝากไว้ว่า “รอผู้จัด ติดต่อยูริมาได้เลยนะ สุวัจนีพร้อมค่ะ อยากเล่นจริงๆ ไม่ได้พูดเล่น เราอยากจะลอง เพราะว่าตอนที่เราดูเรายังจิกหมอนเลย แสดงว่าคนที่เขาเล่นเขาทำให้เราอินได้ เพราะฉะนั้นตัวเราก็อยากจะเล่นแบบนั้น เป็นบทที่ท้าทายเรา แล้วเป็นบทที่รู้สึกว่าคนนั้นคงจะเป็นคนที่เรารักจริงๆ”
“แล้วเราอยากจะสื่อให้คนดูเห็นว่าจริงๆ แล้วความรักมันไม่มีเพศ”

การกลับมาทำงานที่รักที่ดูเหมือนว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขความสนุกขนาดนี้ เมื่อขอย้อนกลับไปถามถึงชีวิตในตอนที่ตัดสินใจมีครอบครัว แม้ว่าจะเป็นช่วงพีกในชีวิตการแสดง ทำเอาแฟนๆ หลายคนเสียดายนั้น นางร้ายตัวแม่ก็เผยว่า
“จริงๆ กิ๊กหายไปจริงๆ 20 ปีนะ เรียกว่าประมาณ 20-22 ปี เพราะว่าลูกคนโตกิ๊ก 20 พอช่วงที่มีคนโตแล้ว กิ๊กก็ท้องแล้วก็เล่นไทรโศก แล้วตอนนั้นคือ 14 ปี เพราะฉะนั้นจำได้เลยว่า มันเป็นชีวิตที่เราต้องเลือก”
“เรามั่นใจว่า ถ้าเรามีลูก เราจะต้องดูแลลูกให้เป็นอย่างดีจนกว่าเขาจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แล้ววันหนึ่งถ้าเกิดว่ายังมีคนต้องการเรา เราจะกลับมา เราคิดเสมอ แต่ถ้าวันหนึ่งมันไม่มีแล้ว มันไม่ใช่วันของเราแล้ว เราก็อาจจะเป็นแม่บ้านตลอดไป”
“เราคิดแค่นั้น กิ๊กเป็นคนไม่คิดไกลไปกว่านั้น เราไม่ยึดติดเลย แล้วรู้สึกว่าชื่อเสียงมันไม่สามารถอยู่กับเราได้ตลอดไป แต่ว่าความเป็นตัวตนของเราที่เป็นเราจริงๆ มันจะอยู่กับเราตลอดไปมากกว่า ไม่เคยยึดติด”
แล้ว กิ๊ก สุวัจนี เป็นแม่สไตล์ไหน?
“คิดว่าเราเป็นแม่สมัยใหม่นะ ถ้าเป็นตอนเด็กๆ เราจะเป็นคนเข้มงวดกับลูก เพราะกิ๊กอยากให้ลูกเป็นคนมีระเบียบวินัย แต่ก็ยังฟังคนอื่น อยากฟังเสียงลูกว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร แล้วเราต้องการแก้ไขลูกยังไง เราอยากเลี้ยงให้เขาเป็นตัวตนของเขาจริงๆ อยากเลี้ยงเขาเหมือนเพื่อน ที่เวลาเขามีปัญหาอยากให้เขารู้สึกว่าเขามีพ่อแม่ มีครอบครัวรอเขาอยู่ ทุกปัญหาพ่อแม่จะช่วยเขาได้ทุกเรื่อง”
“เขาก็เป็นสไตล์ตัวเองนะ ถามว่าทั้ง 3 คนทำให้เราหนักใจมั้ย ไม่มีนะ ทั้ง 3 คนก็ไม่ค่อยทะเลาะกันด้วย น้อยมากที่จะทะเลาะกัน เป็นแบบพี่ที่ดูแลน้อง”
“กิ๊กก็แฮปปี้”

