ถกสนั่น เพจหนังดัง ประกาศ เลิกดูแม่หยัว ชี้ปมทารุณกรรมสัตว์รุนแรง ควรมีผลลัพธ์เป็นรูปธรรม

15.11.24 | 11:16 น.
เลิกดูแม่หยัว

ถกสนั่น เพจหนังดัง ประกาศจุดยืน เลิกดูแม่หยัว ชี้ปมทารุณกรรมสัตว์รุนแรงเกินไป ควรมีผลลัพธ์เป็นรูปธรรม

เลิกดูแม่หยัว – กรณีดราม่าร้อนระอุจนเกิด #แบนแม่หยัว ขึ้นบนโลกออนไลน์ จากการนำสัตว์มาเข้าฉากหนึ่งในซีรีส์ โดยใช้กระบวนการวางยาสลบแมว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามว่าฉากดังกล่าวได้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ ไม่เพียงเท่านนั้น เรื่องราวยังลุกลามไปถึงนักแสดงนำในซีรีส์ด้วยนั้น (อ่านข่าว – ผลตรวจเลือดออกแล้ว? ผู้บริหารช่อง one – ทีมละครแม่หยัว นำแมวถูกวางยาสลบ เข้าแจงกรมปศุสัตว์ )

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน เพจหนังชื่อดัง อย่าง อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1.2 ล้านคน ได้ข้อความระบุว่า “ขอยุติการรับชมและติดตามละคร “แม่หยัว” ครับ และคงไม่มีรีวิวแต่ละตอนแล้วครับ เรื่องทารุณกรรมสัตว์มันรุนแรงเกินไปครับ ขอเป็นแรงขับเคลื่อนเล็กๆให้ผลลัพธ์ต้องเห็นเป็นรูปธรรมครับ”

พร้อมระบุอีกว่า “คิดอยู่นานครับ ไม่ใข่ไม่คิดก่อนจะโพสแสดงจุดยืน เพราะต่อให้แสดงจุดยืนข้างไหน ก็โดนด่าได้หมดครับ และก็คิดแล้วว่าคนจะต้องมองว่าผมไม่แยกแยะ ไม่ใช่ครับ ละคร หนัง สามารถนำเสนอภาพความรุนแรงได้อย่างเสรี เพราะเป็นงานศิลปะ แต่วิธีการถ่ายทำ ไม่ควรใช้กระบวนการทารุณกรรม หรือสร้างความรุนแรงไม่ว่าจะต่อคนหรือสัตว์

ต่อให้หนังดราม่า ปกติธรรมดา นางเอกร้องไห้ไม่ออก แล้วผู้กำกับออกอุบายว่า คนที่บ้านนางเอกป่วยหนักมาก เพื่อให้นางเอกร้องไห้ ผมก็คิดว่าทำแบบนั้นไม่ได้ครับ

Advertisement

คนบอกว่าไม่แยกแยะ นักแสดงเค้าทำงานไม่ได้ผิด ก็นักแสดงไม่ได้ผิดจริงๆครับ แต่ในฐานะคนดูไม่มีสิทธิรู้สึกสะเทือนใจหรืออยากแสดงจุดยืนเหรอครับ ผมทำเพจ มีคนติดตาม ผมเลือกที่จะอยู่เฉยๆ ไม่ต้องพูดอะไรมันดีกว่ามากนะครับ แต่ผมก็เลือกที่จะออกมาพูดให้คนมาด่าว่า ดัดจริต ไม่แยกแยะ ในฐานะคนที่รักสัตว์ ผมอยากบอกว่า ถ้าเราทำกับคน คนยังเลือกที่จะบอกว่า วางยาสลบหนูได้ค่ะ เพื่องาน หรือบอกว่า ไม่เอานะ แต่แมวมันบอกว่า อย่าทำฉันเลย มันบอกไม่ได้ครับ มันพูดไม่ได้

ความทารุณจากการโดนวางยาสลบ โดยที่มันยินยอมหรือไม่เราก็ไม่รู้ บางคนพาลไปบอกว่า ต่อไปให้เลิกกินเนื้อสัตว์ อันนั้นผมว่ามันกำปั้นทุบดินไปครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จุดยืนนี้เป็นความคิดเห็นเฉพาะตัวครับ ไม่ได้บังคับให้ใครเลิกดูครับ

ส่วนตัวยังชื่นชมและติดตามผลงานช่องวันเสมอครับ พิจารณาเคสนี้เป็นเคสที่ผมขอไม่ดูเท่านั้นเองครับ” และว่า

“ขอบคุณมากนะครับที่เข้ามาคอมเม้นต์กันเยอะมากผมขอยืนยันว่าผมเคารพทุกความคิดเห็นที่เข้ามาคอมเม้นต์ในนี้นะครับผมอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากคนที่เข้ามาในคอมเม้นต์หลายท่านเลยแต่ไม่เป็นไรครับยินดีและรับฟังครับและเข้าใจทุกคนครับ”

ภายหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้วงกว้าง ได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เช่นว่า ในกองถ่ายก็ยังมีอีกหลายฝ่ายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อาจจะดีกว่าถ้ามีวิธีแสดงจุดยืนที่ดีกว่าการเลิกดู บ้างก็เห็นด้วยว่า อบคุณที่เป็นหนึ่งในเพจที่หยุดสนับสนุนภาพยนตร์ไม่มีศีลธรรมในการถ่ายทำค่ะ

– คนที่เลือกดูต่อทำไมต้องแซะเพจ สิ่งที่เขาแสดงจุดยืนก็มีเหตุมีผลสมควร วงการละครบ้านเราจะได้รู้ตัวสักที ไม่ใช่สักแต่จะทำอะไรก็ทำชุ่ยๆ มักง่าย หลายช่องเลย production ดูถูกคนดูสุดๆ บางคอมเมนท์ก็แสดงจุดยืนในการดูต่ออย่างมีเหตุมีผลเหมือนกันก็เข้าใจ ไม่เข้าใจพวกแซะ
– ตามสะดวกเลยครับ เคารพการตัดสินใจของทุกฝ่าย แต่ผมดูเหมือนเดิมครับ
– ใครจะดูหรือไม่ดู ก็แล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละคนครับ ขออย่างเดียวอย่าล่าแม่มด ทำลายคนที่คิดต่าง
– ซีรี่ย์จีน เวลามีฉากเกี่ยวกับสัตว์ตาย หรือม้าตกหน้าผาไรงี้ ยังต้องมีเขียนบอกว่า ฉากนี้ถ่ายทำโดยใช้เทคนิค
– ส่วนตัว ไม่ได้ติดตามตั้งแต่ต้น ไม่มีอคติ ไม่มีความเกลียดชังดารา ในเหตุการณ์นี้ ย่อมรู้ดีว่าเกิดจากอะไร เกิดจากใคร ..ดารานักแสดง น่าเห็นใจค่ะ เพราะเค้าไม่สามารถคัดค้านการผลิตและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตละคร มีหน้าที่เล่นตามบทเท่านั้น ซึ่งมันย่อมมีผลกระทบโดยทางอ้อม เห็นใจค่ะ แต่…เรื่องราวที่เกิดขึ้น มันยังไม่ถูกแก้ไขค่ะ ยังค้างคาอยู่เลย ตั้งโต๊ะแถลงข่าว เอาผู้เชี่ยวชาญมานั่งชี้แจงเลยค่ะ จะได้เป็นบรรทัดฐาน เป็นเยี่ยงอย่างให้เด็กและเยาวชนทราบว่า ผิดชอบชั่วดีเป็นอย่างไร สังคมจะได้มีความดีเพื่อไปสู้กับความเลวบ้าง
– แบนเช่นกันค่ะ ในเมื่อไม่มีฝ่ายที่เกี่ยวข้องฝ่ายใหนออกมารับผิดชอบ ก็อยู่ที่คนดูแล้วหล่ะ ว่าจะเอาจริงเอาจังให้มันเกิดเอฟเฟคกับการกระทำอันโหดร้าย และมักง่ายของทีมงานนี้ยังไง