บอย พีซเมกเกอร์ ย้อนเล่ามรสุมชีวิตครั้งใหญ่ ได้ เจี๊ยบ พิจิตตรา อยู่เคียงข้างในช่วงที่ลำบากที่สุด
เป็นคู่รักที่ร่วมทุกข์ ร่วมสุข และผ่านเรื่องราวในชีวิตกันมามากมาย สำหรับ บอย อนุวัฒน์ หรือ บอย พีซเมกเกอร์ และ เจี๊ยบ พิจิตตรา ล่าสุดทั้งคู่ได้มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ “เมาท์เขย่าเตียง” EP.1 ก็ได้ย้อนเล่ามรสุมครั้งใหญ่ในชีวิต แต่ทั้งคู่ก็ยังจับมือฝ่าฟันไปด้วยกัน ทำเอาซาบซึ้งจนสาวเจี๊ยบถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ โดยบอยได้เผยว่า
“ผมใจร้อนมาก ช่วงที่คบกันแรกๆ ผมจะขับรถน่ากลัวมาก แล้วก็โมโหรุนแรง เวลาผ่านไปเราซึมซับความเป็นเขาเข้ามามากขึ้น เจี๊ยบเป็นคนใจเย็นมาก จะมีน้องที่สนิทกันที่อยู่กับผมตั้งแต่ยังไม่มีเจี๊ยบ วันนึงเขามาบอกกับผมว่า ‘รู้สึกขอบคุณพี่เจี๊ยบมาก ที่เข้ามาในชีวิตพี่ พี่เปลี่ยนไปเลย’ บางทีเราไม่ได้สังเกตตัวเอง แต่เราค่อยๆ เปลี่ยนไปโดยที่ไม่รู้ตัว เลยเป็นที่มาของเพลง ‘การเปลี่ยนแปลง’

ซึ่งทั้งคู่ยังเล่าย้อนมรสุมครั้งใหญ่ในชีวิต กรณีเหตุการณ์ไฟไหม้ร้านอาหาร สูญเงินกว่า 48 ล้าน เมื่อปี 2556 ช่วงนั้น บอย ยอมรับว่ามีเรื่องหนึ่งที่กลัวมาก เจี๊ยบก็ไม่เคยได้รู้
“เคยกลัวที่สุดตอนเกิดเคสไฟไหม้ แล้วรับรู้ว่ามีหนี้เท่าไหร่ กลัวเขาไปจาก เรากลัวเขาจะไม่ทน เพราะตอนนั้นยังไม่ได้แต่งงาน เขาก็มีสิทธิเลือก จนถึงวันนี้ ในช่วงเวลาที่ลำบากที่สุด เขาก็ยังอยู่กับเรา ตอนนั้นมันไม่มีอะไรสำคัญเลยในชีวิต นอกจากขอแค่คนข้างๆ ยังอยู่กับเราแค่นั้นเอง ของมีค่าทุกอย่างเราขายหมดเลย
ตอนนั้นเขาถอดของมีค่าของเขาให้ผมเอาไปขายหมดเลย เพื่อใช้หนี้ เขาอดทนมาก ยอมสละความสุขหลายอย่างเพื่อเรา ยอมไม่เที่ยว ไม่ใช้ของแพง ใช้เวลานาน 6-7 ปีกว่าจะใช้หนี้หมด
พอวันนึงเรากลับมาเริ่มนับหนึ่งได้ คนแรกที่ผมอยากให้ได้รับความสุขมากที่สุดก็คือเขา เขาควรจะได้รางวัลในสิ่งที่เขายอมสละไปตอนนั้น ตอนนี้เลยดูแลกันและกันให้มีความสุขที่สุด”
งานนี้ซาบซึ้งจนทำเอาคุณภรรยาที่แสนดีอย่าง เจี๊ยบ พิจิตรา กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว

เมื่อถูกถามถึงเรื่องทายาท บอยก็ได้ตอบว่า “ช่วงอายุด้วยครับ ตอนนั้นเราแพลนกันว่าเราจะแต่งงานกันตอนอายุ 30 ต้นๆ พอแต่งเสร็จเราก็จะมีลูกเลยนะพอเรา 50 ลูกเราจะอายุ 15 พอดีนะเป็นวัยรุ่นพอดี พอเราอายุ 60 เขาก็จะ 20 พอดี แต่พอเราคุยเรื่องนี้เราก็คุยกันว่าเราก็ยังดูแลตัวเองได้เลย ทำงานใช้หนี้มาในช่วงอายุสามกลางๆ มาจนถึงสามสิบปลายๆ ก็มามองหน้ากันแล้วคุยกันว่ามามีลูกตอนอายุใกล้ๆ จะ 40 ต้องย้อนความกลับไปครับ
ตอนที่เราทำงานใช้หนี้กันเขาอดทนมายอมสละความสุขหลายอย่างเพื่อการใช้หนี้ ยอมไม่ได้เที่ยวต่างประเทศเลย แม้แต่ต่างจังหวัดยังน้อยมาเลยครับ ไม่ใช้ของแพงเลย ขายทุกอย่าง พอวันหนึ่งเรากลับมาเริ่มนับหนึ่งได้ คนแรกที่ผมมีความรู้สึกว่าอยากจะให้ได้รับความสุขมากที่สุดก็คือเขา ควรได้รางวัลในสิ่งที่เขาสละไปตอนนั้นผมเลยคิดว่าดูแลกันและกันให้ได้มีความสุขที่สุด”


