อั้ม อธิชาติ แจงปมไม่จดทะเบียน นัท มีเรีย ทำเด็กหลอดแก้วได้ไง? รับอยากมีลูกสร้างครอบครัว

19.12.24 | 15:14 น.

อั้ม อธิชาติ แจงปมไม่จดทะเบียน นัท มีเรีย ทำเด็กหลอดแก้วได้ไง? รับอยากมีลูกสร้างครอบครัว ยันการไม่มีลูกไม่ใช่สาเหตุเลิก

อั้ม อธิชาติ – หลังจากที่ อั้ม อธิชาติ เปิดในรายการ คุยแซ่บShow ถึงสาเหตุยุติสัมพันธ์สามีภรรยา นัท มีเรีย ก่อนหน้านี้หลายคนจับตามองสาเหตุที่เลิกรากันนั้นเกิดจากฝ่ายชายมีมือที่ 3

อ่านข่าว อั้ม อธิชาติ เปิดไทม์ไลน์ เผยเหตุปิดฉากชีวิตคู่เลิก นัท มีเรีย ยันไม่มีมือที่ 3

ช่วงหนึ่ง อั้ม อธิชาติ เปิดใจตอนหนึ่ง ว่า การยุติความสัมพันธ์ ไม่ได้เป็นเรื่องที่เราปรารถนา แต่มันเกิดขึ้นแล้ว อยากให้เคารพในสิ่งนี้ เราดูแลกันมา มีทุกข์และมีสุข ทุกคนมีความคิดเห็นได้ แต่ขออย่าทำลายทุกความสัมพันธ์คนรอบข้างเลย เพราะรายละเอียดเยอะเกินกว่าที่คนภายนอกจะเข้าใจ

ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม ยังไม่ได้คุยกับคุณนัท เป็นการส่วนตัว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่พี่นัทให้สัมภาษณ์เรื่องบุคคลที่สามอยู่เหนือการควบคุม หลายคนตีความว่าอาจจะมาจากปัญหามือที่สาม อั้ม อธิชาติ ยืนยันว่า ไม่ได้มีบุคคลที่สาม ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับบุคคลที่สามในเชิงชู้สาวไม่มี ตอนที่คุยกับคุณนัท ก็ไม่มีประเด็น หรือหัวข้อนี้เลย สิ่งที่คุณนัทตอบในวันนั้น ตนไม่ได้ยินด้วยตนเอง แต่คาดว่า หลังจากวันที่ 13 ตุลาคมที่ตนย้ายออกจากบ้าน คุณนัท อาจจะไม่รู้ว่าตนจะไปเจอใคร เพราะตนก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าหลังจากที่เราไม่ได้คุยกัน ความเคลื่อนไหวในชีวิตของคุณนัทจะเป็นอย่างไร

ส่วนประเด็นการทำลูก ที่หลายคนมองว่าไม่ได้จดทะเบียนกัน จะทำลูกได้อย่างไร อั้ม อธิชาติ กล่าวว่า “จริงๆ ค่อนข้างนานแล้ว จำไม่ได้ว่าเกิดขึ้นอย่างไร วันนี้เรารับรู้ รับทราบ ว่าต้องมีการจดทะเบียน พี่ได้บอกผู้ช่วย และทีมงานที่เกี่ยวข้องว่า ถ้ามีเหตุใด ที่สามารถรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเราไม่รู้จริงๆ ก็พร้อมที่จะทำ”

ส่วนการไม่มีลูกต้องมาถึงวันนี้หรือไม่? อั้ม อธิชาติ กล่าวว่า การมีลูกเป็นเป้าหมายของครอบครัว เรามีเป้าหมายร่วมกัน ว่าเราอยากจะมีน้อง เพื่อเป็นการสร้างครอบครัว แต่การที่มีไม่ได้เราเข้าใจกันทั้งคู่

ส่วนที่เจนี่ ถูกโยงเข้ามา ตนสนิทกับเจนี่ ตั้งแต่เด็ก เหมือนเป็นเพื่อนผู้ชาย ช่วงที่มีข่าวออกมา เราต้องไปทำงานด้วยกัน และไปกับกลุ่มเพื่อน

“เราเสียใจ เราไม่ได้คาดหวัง ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราได้พูดคุยด้วยความเข้าใจ มองว่า จะพูดแค่วันนี้เท่านั้น ส่วนคนจะเข้าใจแบบไหน พี่ถือว่าได้ทำในสิ่งที่ได้ทำแล้ว เราอยู่ในวงการบันเทิง แต่มันจะมีขอบเขตเช่นกัน จะพูดและคอมเมนต์ถึงพี่อย่างไร พี่เข้าใจ แต่อะไรที่เกินขอบเขต ถึงครอบครัว ต้องลุกขึ้นมาทำบางอย่างเพื่อความถูกต้อง เพราะข่าวต่างๆ พูดมาจากที่ฉันคิดเอาเองว่าต้องใช่แน่ๆ แล้วถ้าไม่ใช่แบบนั้น จะรับผิดชอบอย่างไร? ก่อนหน้านี้ตนเข้าใจทุกอย่าง แต่หลังจากวันนี้ที่พี่พูดไปแล้ว แต่ถ้ายังมีคอมเมนต์ใดๆ ที่บอกว่าฉันคิดถูกแน่นอน เอาข้อมูลหลักฐานมาคุยต่อหน้าพี่ บนการตรวจสอบที่ถูกต้อง ถ้าไม่เป็นตามนั้น ทุกคนต้องมีผลกระทบของตนเองเช่นกัน”