เจนนี่ รัชนก เจอแต่ดราม่าจนสามีแนะพบจิตแพทย์ ยอมรับแม่มีปัญหา เตือนระวังการใช้โซเชียล
จากกรณีที่ ‘แม่เกตุ’ แม่ของ ‘เจนนี่-รัชนก สุวรรณเกตุ’ หรือ ‘เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น’ และ ‘ลิลลี่-นารีนาถ เชื้อแหลม’ ได้ออกมาตัดพ้อข้อความกลางดึกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ถ้าติดต่อไม่ได้แสดงไม่มีชีวิตอยู่”
วานนี้ เจนนี่ มาร่วมงาน เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 30 พร้อมทั้งได้เปิดใจครั้งแรกเรื่องตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 และถือโอกาสให้สัมภาษณ์เรื่องของแม่เกตุด้วย

เจนนี่เผยว่า “มันก็เป็นปัญหาของคุณแม่นั่นแหละ ซึ่งหนูก็ลงดีเทลไม่ได้ แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแม่เราก็มีปัญหาจริง แล้วหนูก็ทำได้แค่ให้กำลังใจ แนะนำ แล้วก็ตักเตือนเรื่องโซเชียล แต่สุดท้ายทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็นแม่หรือน้องหรือใครก็แล้วแต่ในชีวิตหนู หนูจะไปบังคับเขาไม่ได้ เพราะว่าถ้าหนูบังคับทุกคน หนูจะเครียด ที่ผ่านมาหนูเครียด รอบนี้หนูก็เลยคิดแค่ว่าหนูปล่อยวาง ถ้าคุณไม่สบายใจหนูให้กำลังใจได้ บอกแนวทางการแก้ไขได้ แต่คุณจะทำได้หรือไม่ แม่จะมูฟออนได้ไหม หรือแม่จะแข็งแรงสดใสขึ้นไหมก็ขึ้นอยู่ที่สภาพจิตใจของแม่

สุดท้ายทุกบทเรียนจะต้องเจอด้วยตัวเอง เหมือนแม่พอแกเห็นโซเชียลเริ่มมีทัวร์ลง แกก็จะรู้ตัวแล้วว่าต่อไปถ้าฉันโพสต์แนวนี้คนก็จะด่าฉันนะ ถ้าแม่รับไหวก็แล้วแต่ แต่ถ้าแม่รู้สึกว่าไม่โอเค หนูกับลิลลี่บอกแม่ตลอดว่าเราเคยโดนทัวร์ลงเยอะ หนูไม่อยากให้สภาพจิตใจของแม่เป็นเหมือนเรา อยากให้แม่มีสติแล้วก็เป็นกำลังใจให้ เพราะสุดท้ายเรามีกันแค่ 3 คน ถ้าซ้ำเติมเยอะเยอะก็ไม่ใช่เรื่องดี

จริงๆ เรื่องดราม่ามันก็ยังมีเยอะ แต่เพียงว่าสภาพจิตใจแล้วก็ประสบการณ์มันทำให้หนูมูฟออน ทำให้หนูแยกแยะได้ ทำให้หนูปล่อยวางได้เยอะขึ้น จริงๆ เรื่องทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ยังโดนคนด่า ที่บ้านก็ยังโดนทัวร์ลง ลิลลี่ก็มีข่าวไม่หยุด เราก็รู้สึกว่าแค่เราปล่อยวางมองโลกในแง่บวกและเอาตัวเราเป็นหลักไม่ต้องบังคับใคร ถ้าถามว่ามันปล่อยวางได้ไหม มันก็ปล่อยวางได้จริงๆ ระดับหนึ่ง แต่สุดท้ายถ้าสมมุติว่าเราต้องอยู่คนเดียวจริงๆ หรือที่มันดิ่งมากจริงๆ ก็จะมีผลต่อความรู้สึก แต่เราจะไม่ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนเมื่อก่อนแล้วที่ออกมาไลฟ์สดร้องไห้แล้วก็พูดไปเรื่อย ไม่ได้มีแบบนั้นแล้ว
ที่ผ่านมาเราไม่เคยพบจิตแพทย์ แต่สามีก็แนะนำให้พบจิตแพทย์บ้าง เพราะว่าหลังๆ เหมือนเป็นซึมเศร้า ด้วยว่าที่เรื่องเราเจอมาเยอะ คือจากเจนนี่คนที่สดใสก็กลายเป็นเจนนี่คนที่เศร้าเยอะไปหน่อย ก็คิดอยู่ว่าจะทำยังไงให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น แต่สุดท้ายหมอก็ส่วนหนึ่งเราก็ส่วนหนึ่ง”


