ผกก.ไทบ้าน เล่ามันส์ ตัดต่อบนเครื่องบิน แปลงไฟล์ในร้านเกม ขอสปอนเซอร์ 50 เจ้า ไม่มีใครกล้าเสี่ยง
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) เขตพระนคร กรุงเทพฯ เครือมติชนและหน่วยงานพันธมิตร ร่วมจัดงาน “Knowledge Fest เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม 2025 x เทศกาลดนตรีกรุงเทพ” ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม – อาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2568 เวลา 12.00 – 21.00 น.
เมื่อเวลา 16.00 น. เข้าสู่ช่วงกิจกรรม BookTalk หัวข้อ ‘จักรวาลไทบ้าน: จุดเริ่มต้นไทบ้าน และก้าวต่อไปสู่ระดับโลก’ โดยมีผู้ร่วมพูดคุยได้แก่ นายสุรศักดิ์ ป้องศร หรือ ศักดิ์ ผู้กำกับและนักเขียนบทลูกอีสาน, นายอัจฉริยะ ศรีทา หรือ อาจารย์โต้ง นักแสดงที่รับบท “สัปเหร่อศักดิ์” จากภาพยนตร์เรื่อง “สัปเหร่อ” และ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ หรือ โต้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินรายการโดย ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ตนเป็นชาวศรีสะเกษ ช่วงที่ทำกิจกรรมเยอะ ได้มารู้จักกับ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ หรือ เฮียโต้ง ตั้งแต่ช่วงม.4 ช่วงนั้นตนทำคอนเทนต์หนังสั้นเยอะ ส่งประกวดที่ประเทศญี่ปุ่น จนได้ทุนเรียนคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
“ผมทำภาพยนตร์เรื่องไทบ้าน จัดทำฉาก 17-18 ฉาก เลือกฉากมาตัดเป็นตัวอย่าง เพื่อหาสปอนเซอร์ เราก็ส่งคลิปสั้นให้สปอนเซอร์ไปกว่า 50 เจ้า ซึ่งไม่มีใครให้เลย ผมเข้าใจคนที่จะให้ทุนทรัพย์ว่า มันมีเพียงแค่วิดีโอ เขาไม่สามารถเขื่อได้ว่า เราจะจนจบกระบวนการ คลิปนั้นก็เป็นตัวอย่างไทบ้าน ภาค1 ที่ตัวละคร ด้งเด้ง หาวิธีจีบผู้หญิง มันเป็นบทที่บ้านมากๆ จนไม่รู้เขาจะมั่นใจกับเราหรือไม่“ นายสุรศักดิ์ กล่าว

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า หนังไทบ้านมันเป็นวัยของเรา เราจึงได้กลิ่นอายความเป็นอีสานออกมา ไทบ้านเราสู้กันกับสปอนเซอร์มาอย่างมาก เมื่อเราต้องไปทำหนังในสตูดิโอใหญ่ก็ไม่ได้ เพราะเราไม่มีหน้าหนังให้เขาได้ดู เขาต้องการบริบทตรงนี้ก่อน ไม่อย่างนั้นเขาก็จะไม่เชื่อว่า ตรงนี้จะขายได้กับความเป็นอีสาน
ต่อมาเราเลยตัดสินใจบอกน้องว่า ขอฉากตรงนี้ปล่อยลงเพจที่มีผู้ติดตามกว่า 8 แสนดีไหม เพราะเราไม่มีงบการทำการตลาดเลย แต่ก่อนหน้านี้เพจเราดังมาจากการทำแคปชั่น เราสามารถเลี้ยงกระแสได้ จนเราคิดว่าไม่มีทางไปล่ะ สปอนเซอร์ก็ไม่ได้จึงตัดสินใจปล่อยลงเพจ

เมื่อเราไปปล่อยลงเพจแล้ว กระแสมันมาจริง แต่เราก็ยังไม่กล้าไปขอเฮียโต้ง เพราะกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อว่า เราจะทำหนังจนจบ จนสุดท้ายเราก็แบกหน้าไปหาเฮียโต้ง ด้วยกันกับทีมถึง 4 คน เพื่อขอทุนทรัพย์ในการทำหนังต่อ” นายสุรศักดิ์ กล่าว
นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ตน จำได้เลยว่า วันฉายรอบสื่อวันแรก หนังยังตัดต่อไม่เสร็จ ฉายรอบสื่อไปไฟล์หายไปบ้าง มีปัญหาบ้าง มีเสียงคัทสเลทบ้าง ตอนนั้นเป็นความรู้สึกที่ใจหายมาก เพราะอีก 5 วัน ต้องฉายแล้ว

“ผมเหนื่อยมากในการทำธุรกิจ จุดพีคสุดคือ การที่คิดว่าตัวเองถอดใจ แต่เมื่อเรารู้ว่าเราพลาดอะไรแล้ว เราก็ต้องไปแก้ตรงนั้น เราตัดต่อบนเครื่องบินก็ทำมาแล้ว ต้องไฟล์ DCP (Digital Cinema Package-ไฟล์ภาพยนตร์ในรูปแบบดิจิทัลสำหรับฉายในโรงภาพยนตร์) เราก็ไปจ้างเจ้าที่เป็นมือสมัครเล่น แล้วใช้ไม่ได้ จนเราต้องไปแปลงไฟล์เองในร้านเกม เราเอาคอมกว่า 40 เครื่องไปตั้งที่ร้านเกม ผมไม่ได้นอนกว่า 5 คืนติด เราต้องทำงานแข่งกับเวลามากๆ เราแล้วก็ทำได้ก่อนหนังฉาย 1 วัน
“ไทบ้านภาคแรก ได้กำไร 47 ล้านบาทแต่ใช้หมด เพราะไปทำสโตผักเฮียป่อง ผมอยากเปิดร้านผัก แต่เราไม่เข้าใจธุรกิจจริงๆ ซึ่งเมื่อเชื่อมเข้ากับบทบาทในหนังมันยาก จุดที่เจ็บที่สุดคือ สโตผักเมื่อทำเสร็จแล้ว ช่างมาดูบานกระจก บอกกระจกกำลังจะแตก ออกแบบๆมาไม่ดี เลยต้องจำใจทุบทิ้งหมดเลย และทำใหม่ครั้งที่ 2 เงินก็หมดไปเรื่อยๆ” นายสุรศักดิ์ กล่าว

