วิกกี้ ชอบให้สามีโชว์ร่างทอง ไม่หวง แซ่บขึ้น ชาย มั่นคงความสุขอยู่ที่บ้าน
คู่รักร่างทอง ชาย ชาตโยดม และ วิกกี้ สุนิสา ควงคู่กันมาร่วมงาน เปิดตัว JIL S ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลรูปร่าง ในมหกรรม Dr.JiLL ณ อาคารเกษร ทาวเวอร์(GAYSORN TOWER) โดยเล่าจุดเปลี่ยนที่ทำให้หันมาดูแลตัวเอง พร้อมทั้งเผยมุมมองเรื่องโลกสองใบที่ วิกกี้ ลั่นว่าค่อนข้างมั่นใจ ชาย ว่าไม่ซุกซนหาความสุขนอกบ้าน
ชาย: “มันเหมือนการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่ ตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมาชายสะสมอะไรไว้เยอะมากเลย ไม่ใช่แค่ประสบการณ์อย่างเดียวแต่มันกลายเป็นว่ามันสะสมน้ำหนัก เหมือนว่ามันยอมที่จะอยู่ตรงนั้นยอมใช้ชีวิตแบบนั้นก็เลยคิดว่าหลังจากนี้ก็คงจะเป็นอย่างนี้แหละ แต่พอวันนึงรู้สึกว่ามันไม่ได้แล้วมันไม่ใช่ว่าอายุเยอะขึ้นแล้วมันจะต้องปล่อยให้คุณภาพของเราสุขภาพแย่เรื่อยๆ เราลุกขึ้นมาทำอะไรได้แล้วลองดูสักทีว่ามันจะเปลี่ยนไปหรือเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือเปล่า แล้วพอมันทำได้สำเร็จ คือนี่แหละทำไมเราไม่ทำแต่แรก เราปล่อยให้ตัวเองเลยเถิดไปไกลขนาดนั้น ทุกวันนี้คือตอนนี้มันเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของชายแล้ว ชายไม่เคยอยู่ในสภาพร่างกายแบบนี้ สุขภาพดีแบบนี้ สุขภาพจิตดีแบบนี้ ความมั่นใจแบบนี้มาก่อน”
วิกกี้: “หมือนได้คนใหม่จริงๆ คนบอกว่าเหมือนได้แฟนคนเก่ากลับมา เหมือนคบกันแรกๆ คืออยากจะบอกว่า ไม่เคยนะคะ ตั้งแต่คบกันมา อยู่ด้วยกันมา 18 ปีเขาก็มีความอวบอยู่แล้วตอนนั้นซึ่งมันเป็นร่างใหม่ที่ไม่เคยเห็นเลย ซึ่งดีมากมันดีมากค่ะ แล้วเหมือนเขาอ่ะเป็นแรงบันดาลใจไม่ใช่กี้ เขาเป็นแรงบันดาลใจให้คนรอบข้าง เพื่อนกลุ่มกี้ด้วย หลายคนก็เริ่มลุกขึ้นมาออกกำลังกายเริ่มมาถามว่าผลิตภัณฑ์ดีจริงไหม เขาเห็นจากที่พี่ชายทำได้และเห็นกี้ก็ทำตาม”

ชาย: “จุดเปลี่ยนก็คือนอนอยู่ที่บ้านนี่แหละมันเหมือนอยู่แค่กินแล้วก็นอน แล้ววันไหนที่ต้องออกไปทำงานก็ไม่มีแรงไปนั่งที่กอง พักไปนอนแล้วก็ลุกขึ้นมาถ่าย ร่างกายไม่ไหวแล้ว มันใช้ชีวิตยากมากๆเลย จริงๆความตั้งใจของชาย ชายอยากจะให้ลูกมีเมมโมรี่และประสบการณ์ที่ดีกับพ่อกับแม่ อยากเป็นเพื่อนสนิทกับลูก แต่ว่าชายทำไม่ได้ วันที่ลูกเดินมาบอกว่า พ่อไปเล่นกัน แต่เราไม่ไหว ไม่มีแรงแล้ว มันเป็นอย่างนั้นซ้ำๆทุกวันจนมันไม่ได้แล้ว สิ่งที่เราตั้งใจมันสวนทางกัน ก็เลยลุกขึ้นมาต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้และต้องเริ่มกลับมาดูแลตัวเองเพื่อให้สิ่งที่ดีที่สุดมันเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดกับลูกกับครอบครัว และตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจว่ามันจะเป็นร่างทอง แต่เริ่มจากว่าเราถึงจะวัยใกล้ 50 แล้ว ถ้าเราตั้ง ใจจริงๆมันต้องทำได้ และเดือนนึงผ่านไปมันเริ่มเห็นผลมันเริ่มสบายตัวขึ้นกระฉับกระเฉงมีแรงขึ้นสุขภาพดีขึ้น เลยคิดว่าถ้ามันผ่านมาแป๊บเดียวแล้วเราสามารถทำให้มันได้ขนาดนี้เราไปต่อได้ไหม ไปให้สุดทางเลยได้ไหม ครั้งหนึ่งในชีวิตไปให้สุดเลยลองท้าทายตัวเองดู ก็เลยตั้งเป้าว่า ร่างทองต้องมาแล้ว แล้วกลายเป็นว่าซีรี่ส์ละครหนังหลังจากนี้ติดต่อมาก็คือ พี่ชายต้องใช้ร่างนะคะ(หัวเราะ) มันเปลี่ยนแปลงลักษณะงานที่เข้ามาจริงๆ เพราะว่าก่อนหน้านี้เราอาจจะเล่นเป็นพ่อเป็นอะไรที่หลายๆคนเคยเห็น แล้วตอนนี้งานที่เข้ามาติดต่อก็บู้นะคะต้องโชว์หุ่นนะ เราก็โชว์ได้ยังไงจริงหรอ มันก็เปลี่ยนแปลงจริงๆแล้วเราก็พร้อมด้วย เพราะว่าก่อนหน้านี้เรารู้สึกว่าถ้าต้องให้ไปบู้คงไม่ไหวแล้วแต่ ตอนนี้คือพอมีงานแบบนี้เข้ามามันตื่นเต้นเพราะรู้สึกว่าตัวเองพร้อมมากๆ”
แล้วเราต้องรักษาหุ่นไปเรื่อยๆ?
ชาย: ”เหมือนเป็นดาบสองคมเหมือนกันใช่ไหม คือมันทิ้งไปจากนี้ไม่ได้แล้ว ชายพูดกับกี้หลายรอบแล้ว คือกี้เค้าก็จะถามว่าทำไมชายต้องยังพยายาม เหมือนยังตั้งใจอยู่ตลอดเวลา คือชายไม่อยากให้เห็นภาพนี้บน Billboard แล้ว แล้วพอไปเจอตัวจริง เอ้ามันไม่ใช่ ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เพราะว่าใช้ตั้งใจจริงๆ แล้วพอมันสำเร็จจริงๆแล้วชายก็อยากให้มันอยู่ตรงนี้ เพราะชายแฮปปี้มากกับชีวิตตอนนี้ มันมีแรงสุขภาพดี เลี้ยงลูกได้“
วิกกี้: ”ไปทะเลเสื้อไม่ใส่ เขาก็จะฉีดกันแดดให้ตัวเงา(แล้วภรรยาไม่หวง) ไม่หวงค่ะ ชอบอยากให้โชว์ คือพี่ชายเป็นคนน่ารัก คือจริงๆนะมันอยู่ที่ตัวเขา คือเขาไม่เคยทำให้เราเป็นห่วงมากกว่า เขาไม่ซุกซนกับคนอื่นเค้าซนกับเรา พูดดักคอไว้ก่อน“

คือเดี๋ยวนี้ข่าวเรื่องโลกสองใบมันเยอะ แล้วคนของเรากำลังฮอตด้วย?
วิกกี้: ”ค่อนข้างมั่นใจค่ะ คือเป็นคนมีเซ้นส์แต่ว่าพี่ชายเขาเป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลายก็เลยยังไม่มีความกังวล แต่ถ้ามีจริงๆคือพูดดักไว้ก่อน แปลว่าเขาต้องเก่งมากๆ คือเขารู้อยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้ไม่ได้”
ชาย: “ไม่น่ารอด“
แล้วมีวิธีพิสูจน์ความมั่นใจยังไงบ้าง?
วิกกี้: “ตอบแทนได้ไหม (ชาย:ได้) คือพี่ชายอ่ะเขาเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรกเลย บางทีเราพยายามที่จะเขาไปหาเพื่อน คือจริงๆ เขาอ่ะมีกลุ่มเพื่อนที่เก่าแก่ที่ไปเรียนกันอยูต่างประเทศ เขาอ่ะชวนไปไหน พี่ชายก็จะไม่ค่อยอยากไป แล้วก็อยากกลับบ้าน จะอยู่กับภรรยากับลูก ซึ่งบอกเขาว่าบางทีอ่ะไปบ้างก็ไม่ผิดนะ เพราะว่าจริงๆแล้วเราก็ชอบไปหาเพื่อนเรา แต่ก็เป็นนิสัยของจริงอยู่แล้วเป็นคนที่ชอบอยู่บ้าน”
ชาย: “คือทุกวันนี้ความสุขของชายก็คืออยู่กับครอบครัวได้เห็นลูกมีความสุข เห็นเขาวิ่งเล่น แค่นั้นก็พอแล้ว ไม่ได้อยากออกไปหาเพื่อนหรือออกไปหาความสุขข้างนอก เพราะฉะนั้นชายก็เลยพยายามที่จะรักษาสิ่งที่ชายมีให้ดีที่สุด มันเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดแล้ว”


