ปะทะเดือดกลางไลฟ์สด! ‘หมออั้ม’ เดินหน้าฟ้อง ลั่นรับคำขอโทษเป็นเงินสด ข้องใจ‘อาร์ต’ร้อนตัวทำไม?
หลังจากเกิดเหตุดราม่าบนโซเชียล จากกรณีที่ อั้ม อิราวัต หรือหมออั้ม โพสต์ข้อความ พระเอกกล้ามโตอกตัญญู ผู้มีพระคุณ จนต่อมา พระเอกหนุ่มอาร์ต พศุตฒ์ ได้เข้ามาอธิบายและชี้แจงเรื่องดังกล่าว เป็นข้อๆ จนต่อมา หมออั้ม ต้องโพสต์ขอโทษ แต่ดูว่าเรื่องดังกล่าวเหมือนยังไม่จบ เนื่องจากพระเอกหนุ่ม อาร์ต ยังเดือดต่อเนื่องอยู่นั้น
อ่านข่าว – ย้อนวาทะเดือด อาร์ต พศุตม์-หมออั้ม สนั่นโซเชียล จนฝ่ายหลังยอมขอโทษขอปิดทัวร์ แต่อาร์ตยังไม่จบ
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน อาร์ต พศุตฒ์ เปิดใจ หน่วงทอล์ค EP.1 ถึงดราม่าดังกล่าว เคยรู้จักหมออั้ม เมื่อประมาณ 16 ปีที่แล้ว หมออั้มเป็นคนแรกที่ทำหน้าให้ตน ในตอนที่เป็นพระเอกเรื่องแรกใน เรื่อง “แม่หัวลำโพง” ซึ่งตนเป็นพระรองช่อง 3 แค่ 3 เรื่อง พอออกจากช่อง 3 ไป ตนถึงเล่นเป็น “ตัวร้าย” คนที่มีพระคุณคือ พี่กอบสุข จารุจินดา เพียงคนเดียว
ส่วนกรณีที่ “หมออั้ม” โพสต์ประเด็นพระเอกกล้ามโต นั้น พ่อตนเคยเป็นพระเอก และตนเคยเล่นละครตั้งแต่ 6 ขวบ พ่อสอนและกลัวคำเดียวคือ “กตัญญูและเนรคุณ”
อาร์ต มองว่า ที่หมออั้มโพสต์ 6 บรรทัดแรก “พระเอกกล้ามโต ท่านหนึ่งเคยพึ่งพาบุญบารมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เข้าวงการรับละคร โฆษณา พรีเซนเตอร์ ออกอีเวนต์ โดยผู้ใหญ่ท่านนี้ ไม่เคยหัก % ค่าคอมฯ ใดๆ แถมตอนสร้างบ้าน เคยขอยืมเงินผู้ใหญ่ท่านนี้ เป็นค่าดาวน์บ้าน กว่าจะผ่อนหมดเป็นปีๆ(ไม่มีดอก) ทยอยคืน ครั้งละ 1-2 หมื่นมั่งไรมั่ง” ซึ่งอาร์ตตอบว่า ช่วงแรกที่กล่าวมา “ไม่ใช่ตน“

อาร์ต ระบุว่า ส่วนที่ หมออั้มโพสต์ต่อมา “หลังโควิดมา พี่ผู้ใหญ่ท่านนี้ลำบาก เจอวิกฤติการเงิน ธุรกิจที่ทำ เจอหุ้นส่วนโกง เกือบจะคิดสั้นแล้ว แต่กัลยาณมิตรช่วยไว้ เขาลำบาก เลยลองใจ “พระเอกกล้ามโต” ว่าจะขอหยิบยืม (เงินไม่ถึงเสี้ยวนึงกับที่เคยให้) แต่พระเอกกล้ามโต บอก “ไม่มีให้ครับ ผมไม่มีเงิน” แล้วโทรไปหาผู้จัดฯ ไปนินทาว่าร้าย
ไปเมาท์ผู้ใหญ่ท่านนี้ คนที่เคยปั้น เคยช่วยเหลือ ตอนมันลำบาก ไม่มีงาน แต่กลับกันในโซเชียล พระเอกท่านนี้ที่บอกไม่มีเงินให้ยืม แล้วพยายามแฉผู้มีพระคุณ กลับโพสต์ลงโซเชียล Tiktok อวดรวยทุกวัน อวยตนเองเป็นคนดี อวดเงินเป็นปึกๆ แจกลูกน้องเป็นฟ่อนๆ แจกครอบครัว ซื้อรถ ซื้อทอง ซื้อทรัพย์สินต่างๆ
ที่เขียนนี้ ไม่มีอะไรหรอกครับ จะบอกแค่ว่า “คนเนรคุณคน ไม่มีวันเจริญ” และความจริง มีหนึ่งเดียว ก็ตอแหล ก็สร้างภาพต่อไปเถอะคนเขาเริ่มรู้สันดาน รู้พฤติกรรมมึงแล้วและจะได้รู้ว่า เวรกรรมมันมีอยู่จริง”
“แม้ทั้งหมดไม่มีชื่ออาร์ต แต่เป็นเรื่องของหมออั้มหรือไม่ ภาษาชาวบ้าน แล้วเสือกมาโพสต์ทำไม? หมออั้ม มีหน้าที่เป็นหมอ ไม่มีหน้าที่เสือกเรื่องคนอื่น มีหน้าที่แนะนำคนไข้ พร้อมถามหมออั้มว่า ได้ยินมา เล่านิทาน หรือไปฟังจากคนอื่นมา”

ส่วนที่ระบุว่า”เลยลองใจ “พระเอกกล้ามโต” ว่าจะขอหยิบยืม” พี่คนนี้ ส่งมายืมเงิน ตนไม่อยากอ่านเลยลบไป ตนเลยไม่อ่าน เขาเลยส่งมาหาแม่ผม ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “ไม่มีให้ครับ ผมไม่มีเงิน”
ส่วนที่ระบุข้อความว่า โทรไปหาผู้จัด วันนั้นที่พี่พจน์ โทรไปยืมเงิน ตนโทรไปหา พี่สมเกียรติ บุญชู และพี่กอบสุข ซึ่ง ตนโทรไปว่า ว่าผมรวยจนลืมคนอื่น ถ้ามีเรื่องแบบนี้ถึงพี่ทั้งสอง ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น
ส่วนที่ข้อความระบุว่า “พระเอกท่านนี้ที่บอกไม่มีเงินให้ยืม แล้วพยายามแฉผู้มีพระคุณ กลับโพสต์ลงโซเชียล TikTok อวดรวยทุกวัน อวยตนเองเป็นคนดี อวดเงินเป็นปึกๆ แจกลูกน้องเป็นฟ่อนๆ แจกครอบครัว ซื้อรถ ซื้อทอง ซื้อทรัพย์สินต่างๆ” อาร์ต ระบุว่า ตนแจกเงินลูกน้อง และตนมีแฮกแท็ก #ทำดีสร้างบ้าน ซื้อรถด้วยเงินสด 3 คน รวมเงินประมาณ 5 ล้านกว่า อวดทอง เพราะตนซื้อทองเพื่อลงทุน
ดังนั้น สิ่งที่หมออั้มโพสต์มา ตรงกับสิ่งที่ตนทำทั้งหมด วนกลับบรรทัดแรก คือ ผู้มีพระคุณ เคยพึ่งพาบารมีคนเข้าวงการ ซึ่งเข้าคิดว่า “พี่พจน์” พาตนเข้าวงการไปรู้จักกับพี่กอบสุข ส่วนรู้จักกับพี่พจน์ได้อย่างไรนั้น จำไม่ได้ แต่รู้จักตอนเข้าวงการแล้ว เขาเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารักสำหรับตนมาก แกเคยพาออกอีเวนต์ 1 ครั้ง ที่ไม่ใช่งานที่แกหามาให้ เข้าไม่เคยหาอีเวนต์ให้
ส่วนที่ยืมเงินดาวน์ค่าบ้านนั้น พ่อตนสอน และไม่ชอบเลยคือ ยืมเงินคนอื่น และเนรคุณคน พร้อมกับเปิดแชตการพูดคุยประเด็นนำโฉนดที่ดินเอาไปให้ซึ่งในแชตอาร์ตยืนยันว่าไม่เคยเอาโฉนดไปไว้ให้พี่พจน์
ใครเป็นคนบอกไม่ให้ตนไปทำหน้าที่พราวคลินิก คือ “พี่พจน์” เพราะ “หมออั้ม” ทะเลาะกับ “พี่พจน์” และ “หมออีกคนหนึ่ง” ส่วนที่หมออั้ม ระบุว่า “ให้ไปเช็กสติดีๆ ไม่รู้ว่าเป็นอัลซัมเมอร์หรือไม่ เพราะหมออั้มทำหน้าให้ตนแรกๆ ตนเป็นพระเอกตลอดเวลา ถ้าหมายถึง “พระรองโว้ย” โกหกใครได้ โกหกตัวเองไม่ได้นะ”
ส่วนที่เรียก หมออั้ม ว่า หมอเตี้ยนั้น ไม่มีความหมายเป็นอย่างอื่น เมื่อก่อนเรียก “หมออั้ม” แต่ตอนนี้ เรียกหมอเตี้ย เพราะเขาเตี้ยวกว่าตน
อาร์ตระบุว่า ให้ฟ้องเลย ถ้าวันนี้เขากล้าบอกว่าเป็นผม จะไม่เอาเรื่องใดๆทั้งสิ้น ไม่สานต่อ ต่างคต่างทำงาน

ต่อมาทาง หนุ่ม กรรชัย ต่อสายหา “หมออั้ม” โดย หมออั้ม บอกว่า ไม่เคยคุยกับอาร์ตหลังจากที่มีปัญหา ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่ทราบ และไม่ได้นึกถึงอาร์ต เพราะทางต้นเรื่องไม่ได้บอกชื่อ ก่อนอื่น จริงๆพี่หมอมีความชื่นชม สัมพันธ์อันดีกับอาร์ตมาตลอด และเกิดเหตุการณ์ได้ขอโทษถึง 3 ครั้ง
“เรื่องนี้ ไม่คิดเลยว่าเป็นอาร์ต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะรู้สึกรักพี่รักน้อง ไม่มีประโยคไหนรู้สึกว่าเป็นอาร์ต ตนมีเบอร์ตนจะโทรไปด่า คนที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันพี่โทรไปด่าตรงๆ พอพี่โพสต์ไม่กี่ชั่วโมง อาร์ตก็มามึงกู พี่ก็มึงกูกลับ ต้องแยกความรู้สึกในโลกโซเชียลออกพี่หมอจึงปิดคอมเมนต์ แสดงความบริสุทธิ์ใจ ปกป้องอาร์ต”
เขาไม่ได้ใช้พระเอกกล้ามโต เขาใช้คำว่า “พระเอกกล้ามใหญ่ใจมด” ตนโพสต์เรื่องราวมีสอนใจคนอยู่แล้ว เบื้องต้นก็รู้กฎหมายดี พออาร์ตทักมา รู้สึกว่า -ิบหายแล้ว เป็นน้องเหรอ หรือน้อง ร้อนตัว ร้อนรน ร้อนใจ สิ่งที่พี่หมอทำได้คือ ไม่ใช่ พยายามลดดาเมจ และเรารู้สึกว่าถ้าเป็นอาร์ตจะไม่โพสต์แบบนี้ จะโทรหา แต่เมื่อขอโทษไปแล้ว ไม่รู้ว่าอาร์ตต้องการอะไร อาร์ตถามตลอดว่า พระเอกกล้ามโตคืออะไร มีคนเข้ามาคอมเมนต์ถึงลูก ถึงภรรยา
ทั้งนี้หมออั้มยอมรับว่า คนที่เล่าให้ฟังคือ “พี่พจน์”
อาร์ตถามว่า พี่หมอเป็นคนทำหน้าให้ผมตอนเป็นพระเอกเรื่องแรก หมออั้ม บอกว่า “จำไม่ได้จริงๆ ภาพจำคือ “พระรอง” ในเรื่องเหนือเมฆ ซึ่งพระเอก พระรอง พี่กวนตีนไปแบบนั้น และเรื่องโพสต์พระเอกกล้ามโต พี่ไม่ได้หมายถึงอาร์ต พี่เลยกวนตีนไปว่า “ไม่ได้หมายถึงพระรอง” พี่กวนตีน พี่ขออภัยแล้วกันตรงนี้”
“ย้อนกลับไปเรื่องที่เกิดขึ้น พี่พจน์มีความสัมพันธ์อันดี เป็นผู้ใหญ่ที่เคารพ ไม่มีเขาแล้วไม่มีคลินิกพี่ เรื่องเกิดจากพี่หมอไปไหว้ศาลหลักเมื่อราชบุรีเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว และเจอพี่พจน์ และคุยเรื่องต่างๆ หลังไม่ทำงานด้วยกับ เขาเล่าปัญหาส่วนตัวต่างๆ มีปัญหาการเงิน ตัวเองน่าเห็นใจ เขาเป็นตระกูลกงสีใหญ่ของราชบุรี แกมีธรุกิจหลากหลายเวลากระทบ กระทบเป็นจำนวนมาก เขาเล่าว่าเจอปัญหาแบบนี้ พี่หมอก็เคยช่วยแกไปแล้ว แกเลยไม่กล้ายืมพี่หมอ เมื่อกำลังไหว้ศาลหลักเมือง ตอนกลางคืน แกพูดขึ้นมาว่า พี่ช่วยคนหลายคน พยายามจะไม่หยิบยืมใคร มองว่าคนที่พอจะช่วยน่าจะช่วยพี่ได้บ้าง ซึ่งเขาพูดถึงพระเอกคนหนึ่ง เขากล้ามใหญ่แต่ใจมด พี่เคยช่วยเรื่องบ้าน เรื่องต่างๆ พี่เคยลองหยิบยืมเขาดู เราก็กลัวว่าเราหน้าบาง หน้าด้าน แทนที่เขาจะให้ ช่วยเหลือพี่ ตอนแรกคิดว่า เขาจะตอบกลับมาว่า แสนเดียวพอเหรอเอา 5 แสนมั้ย แต่เขากลับไม่สนใจ และเอาพี่ไปว่ากับพูดใหญ่ ซึ่งเวลาฟังแล้ว ก็เอ๊ะ ว่ามีคนแบบนี้ด้วยเหรอ แบบนี้เรียกว่าเนรคุณนะพี่”
หมออั้ม ระบุว่า “เขาไม่ได้บอกว่าเป็นใคร ผมพยายามถามว่าเป็นใคร เขาบอกแค่ว่าเป็นคนพาเข้าวงการ ไม่เคยคิดค่าคอมมิชชัน”

อาร์ตถามว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องจริงไม่ได้เล่าเป็นนิทานใช่ไหม หมออั้มระบุว่า “เล่าเป็นนิทาน เล่าอุทาหรณ์ คนเนรคุณคนไม่มีวันเจริญ ซึ่งไม่รู้เรื่องจริงไม่ ต้องถามคนที่เล่า เวลาเขียนอะไรก็ตามแต่ ต้องมีบทเริ่ม บทกลาง บทจบ ผมต้องการสื่อถึงพระเอกกล้ามใหญ่ใจมด เวลาฟังจากพี่พจน์ รู้สึกโกรธแทน ถ้ามีจริงก็สมควรถูกพี่ด่า เพราะพี่ต้องปกป้องคนของพี่ ประเด็นสำคัญ พี่พจน์ไม่ได้ว่าใคร ไม่ได้ระบุถึงใคร พี่พจน์ไม่ได้ขอให้พี่เขียน”
อาร์ตระบุว่า พี่หมอไปแชร์ติ๊กต็อกของคนชื่อ ปอนด์ออนิวมีคนไปเขียนว่า “หมูกรอบทั้งนั้น” พี่ทำไมไม่เขียนว่าไม่ใช่หมูกรอบ แต่พี่ขึ้นโพสต์ และขอโทษสามครั้ง
อาร์ต ถามว่า พี่มาพูดกวนส้นตีนทำไม หมอระบุว่า “มาพูดกูมึงทำไม เพราะพี่ไม่ได้หมายถึงอาร์ต”
เรื่องจะเป็นอย่างไรต่อไป หมออั้ม ระบุว่า ไม่มีเวลาพูดเรื่องไร้สาระ คนต้องมานั่งดูเรื่องอะไรที่ไม่จรรโลงจิตใจ เรื่องที่เกิดขึ้น ตนเดือดร้อนใจแทนคนที่ผมรัก โพสต์ระบายลงในเฟซบุ๊ก ไม่ได้พูดถึงใคร เมื่อเราได้ดูบริบทของมันแล้วทุกอย่างไม่ใช่อาร์ต ตั้งแต่พระเอกกล้ามโตมีหลายคนในไทย พาเข้าวงการ ตั้งแต่ไม่ได้ให้ยืมเงิน พี่ไม่เข้าใจว่าอาร์ตอยากจะเป็นทำไม พระเอกกล้ามโตเนรคุณคนนั้น พี่ไม่เข้าใจว่าอาร์ตจะร้อนตัว อยากจะเป็นให้ได้ อาร์ตครับหน้าที่พี่ พี่ได้ทำสำเร็จแล้ว พี่ได้โพสต์ชี้แจง ไปแล้วว่าไม่ใช่อาร์ต พี่ไม่มีหน้าที่ไปตอบอาร์ตว่าพระเอกกล้ามโตคือใคร ที่กำลังทำอยู่นี้ อาร์ตกำลังชักใบให้เรือเสีย ให้เรื่องวกเข้าตัวอาร์ต ทุกวันนี้เมียพี่ด่าพี่แล้วว่า “เดินไปเซเว่นหมากัดขา อย่าโพสต์นะเดี๋ยวดาราจะร้อนตัว” เมียด่าทุกวันแล้ว
อาร์ต ถามว่า ใครแจกเงิน พี่ไม่หามา หมออั้ม ระบุว่า “พี่ไม่หา เสียเวลาพี่ มันเรื่องของแก แกไปรับเอง อาร์ตดึงตัวเองเข้ามา”
ตอนนี้เรื่องแบ่งเป็น 2 อย่าง คือ
1.ทางสังคมและโซเชียลเป็นประเด็นความรู้สึก ซึ่งผมได้รับผิดชอบในสิ่งที่น้องร้อนรน ร้อนใจว่า ขอโทษจากใจ ขอโทษอีกครั้ง และขอโทษแล้วกัน แต่เมื่อขอโทษ เราพยายามบอกน้องว่ายืนยันว่าไม่ใช่อาร์ต ที่ส่วนซื้อประกัน คนได้ประโยชน์คือบ้านที่หมอ อาร์ตระวังเรื่องจรรยาบรรณคนขายประกันบ้าง ซึ่งอาร์ตตอบว่า หมอก็ควรมีจรรยาบรรณ ในเรื่องที่โพสต์เนรคุณ หมอไม่ควร
ซึ่งหมออั้ม ระบุว่า “ไม่ใช่เรื่องของอาร์ต เขียนเป็นปกติ และมีสิทธิจะเขียน” เรื่องอื่นๆที่เอาไลน์มาโชว์ ไม่เกี่ยว เป็นเรื่องที่อาร์ตร้อนตัว เอาไลน์มาแชร์เอง ทำไมถึงอยากจะเป็นพระเอกกล้ามโตให้ได้ เราได้รับผิดชอบ ยอมโดนด่า ทำไมยอม แต่น้องโดนประเด็น อย่างคลิปของปอนด์ ที่ลบไปอะไรที่กระทบความรู้น้องก็ได้โพสต์แสดงเจตจำนงว่า ถ้าไม่สบายใจก็ขอโทษ โดยที่ไม่จำเป็นต้องขอโทษ เพราะนึกถึงพ่อถึงแม่ แต่เรากลับ มาตอบกลับว่า ไม่รับคำขอโทษ ไม่ขอโทษพ่อเมิงนู้น ไปลามปามพ่อแม่พี่
2.อาร์ตพยายามจะเป็นตัวเองให้ได้ พยายามจะบูลลี่ทุกอย่าง เอาวุฒิมา พี่เป็นหมอ พี่อยู่ในจุดที่แตกหัก อาร์ตมายุ่งครอบครัวพี่ ยุ่งกับวิชาชีพพี่ หมอด้านนี้หลายคนไม่พอใจ สุดท้าย ลูกผู้ชายไม่ได้ที่แค่กล้าม ต้องมีสมองด้วย ถ้าเราจะเจอกัน งานนี้เรียกว่า “นิติสงคราม” สิ่งที่อาร์ตพูดทุกคน ทุกประโยคที่พิมพ์ เอาใบประกอบวิชาชีพ บูลลี่หน้าเฟซบุ๊ก ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย และอาร์ตจะได้เจอพี่ที่ชั้นศาล ที่มาออกรายการมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ รอหมาย หมายออกเมื่อไหร่เขาจะได้เห็น แต่ทุกคนทั่วประเทศไทยเห็นว่าเขาทำอะไรกับผมหลังจากนั้น

กรรชัย ถามว่า เป็นไปได้มั้ยพี่พจน์ หมายถึงอาร์ต แต่หมอไม่รู้ เป็นการสื่อสารผิดพลาดมาตั้งแต่แรก ไม่คิดว่าหมอเอามาลงหรือไม่ หมออั้ม ระบุว่า “ไม่รู้ว่าพี่พจน์หมายถึงใคร ถ้าเป็นอาร์ตทั้งหมด จะโทรหาอาร์ต ผมคุยกับพี่พจน์ต่อหน้าศาลหลักเมือง ไม่คิดว่าเป็นอาร์ต”
ส่วนทำไม ไม่โทรหาอาร์ต เพราะน้องเข้าใจพี่ “โทรไม่ได้ เพราะเขาไม่มีเวลาให้ผมหายใจ แล้วทำไมน้องไม่โทรมา ทำไมเราต้องไปร้อนตัว เราได้โพสต์เต็มที่แล้ว ผมต้องโทรหรือพี่ ปล่อยเขาเพลี่ยงพล้ำไป ส่วนการบล็อกเป็นสิทธิของพี่ เวลาเราเห็นขี้ เห็นเยี่ยว เราไม่ได้กลัว เรารังเกียจไม่อยากให้เห็นหน้าเฟซ”
กรรชัย ถามว่า ขอคุยกับพี่พจน์ หมออั้ม ระบุว่า “ครอบครัวพี่พจน์ ไม่โอเคกับเรื่องนี้ เขาของขึ้นศาลอย่างเดียว ทุกการด่า มีราคาที่ต้องจ่าย ทุกการพาดพิง มีราคาที่ต้องจ่าย และผมไม่ยอมความ”
อาร์ต ตอบว่า เรื่องใบวิชาชีพ ตอนนี้สถาบันแพทย์ให้เข้าไปเช็กไปอ่านคำที่ตนพูดดีๆ ผมตั้งคำถาม ผมอาจจะผิดที่เอาชื่อหมอมาวาง แต่ไม่ได้บูลลี่ว่าหมอไม่ได้จอบหมอ หมอจบหมอจริงๆ เพียงแต่ไม่ใช่สาขา
ส่วนเรื่องบูลลี่ ว่า หมอเตี้ย อาร์ตถามว่า หมอเตี้ยกว่าผมจริงหรือไม่?
ส่วนเรื่องพี่พจน์ ที่ผมถามว่า เข้าไปไหว้ศาลกี่โมง จะได้รู้ว่าเขามีสติ 100% หรือไม่ หมออั้ม ระบุว่า “ทำไมต้องจำ ไม่ต้องยุ่งเรื่องของเขา หมอกับพี่พจน์ไม่ได้พูดถึงอาร์ต เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน ไปถามเขาสิครับ”
ส่วนที่ไม่รู้ว่าหมายถึงอาร์ต หมอยืนยันได้อย่างไรว่าไม่ใช่อาร์ต ถ้าหมอไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่รู้ว่าไม่ใช่ผม
กรรชัย ถามว่า ทำไมถึงร็ว่าไม่ใช่อาร์ต หมออั้ม ระบุว่า “เพราะอาร์ตเข้ามาตอบ ซึ่งตนชี้แจงว่าไม่ใช่อาร์ต เพราะไม่ตรงกับอาร์ตสักอย่าง”

พี่พจน์ พูดหรือไม่ว่า ไม่ใช่อาร์ต หมออั้มระบุว่า “หลังจากที่มีเรื่อง พยายามถามพี่พจน์ เขาตอบว่า พี่ไม่ได้พูดว่าเป็นใคร”
ที่พูดทั้งหมดนั้น อาร์ต ต้องการ หมออั้มบอกว่าที่ฟังมาพี่พจน์บอกว่าอาร์ตไม่ให้ยืมเงิน ทุกอย่างจบเลย อาร์ตซื้อบ้าน ซื้อรถแต่ทำไมไม่ให้ยืมเงิน ผมจบเลย ผมจะขอโทษหมอด้วย จะฟ้องผมไม่เป็นไร
หมออั้ม ระบุว่า พี่พจน์ไม่เคยเอ่ยชื่ออาร์ต เราสองคนไม่เคยคิดว่าไม่เป็นอาร์ต พี่โพสต์ยาวเหยียดว่าไม่ใช่อาร์ต
อาร์ตกล่าวว่า ผมเป็นลูกผู้ชาย ถ้าเราเป็นกัลยาณมิตร มีความเคารพกันแบบที่หมอพูด ควรจะโทรหากัน หรือพูดว่า “ไม่ได้หมายถึงอาร์ต” ผมจบแล้ว แต่หมอโพสต์กวนส้นตีนผมก่อน ก่อนที่จะมาโพสต์ขอโทษ ขอโทษแบบมีแฮชแท็ก ลงท้ายว่ามีบุญคุณกับแม่
“ใครที่ดูอยู่ ผมล่วงเกินผู้ใหญ่ 2 ท่าน ที่ดึงเขาเข้ามาเกี่ยว โดยไม่มีแฮชแท็กอะไรเข้ามาเกี่ยวเลย”
หมออั้ม ระบุว่า “เหรอๆ โอเคๆ อันนี้แกว่งเท้าหาเสี้ยน เอง”
ทั้งนี้หมออั้ม บอกธงของตนเองว่า ด้วยความสัตย์จริงไม่ได้หมายถึงอาร์ต และพี่หมอขอโทษที่ทำให้อาร์ตรู้สึก เคยโพสต์ชื่นชมอาร์ตด้วย แม้ความคิดเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน
หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องของคนกวนส้นตีนมาเจอกัน หมออั้มระบุว่า “ผมไม่ได้โพสต์ถึงเขา อยู่ๆเขามาขึ้นกูก่อน”
อาร์ตกล่าวว่า “ผมลูกผู้ชาย ผมขอโทษหมอทุกอย่างจะจบหรือไม่ จบทุกเรื่องเลย ต่างแยกย้าย โพสต์ขอโทษเรื่องวิชาชีพในเฟซบุ๊กด้วย”
หมออั้ม ระบุว่า “ไม่จบครับ ผมไม่รับคำขอโทษ 7 วันที่ผ่านมา พ่อแม่พี่น้อง ภรรยา คนไข้ในคลินิกทุกคนได้รับผลกระทบ ลูกผู้ชายไม่จำเป็นต้องใช้กล้าม ใช้กำลัง พี่จะรับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นค่อยไปว่ากันที่ชั้นศาล”


