เด่นคุณ พระเอกเรื่องสุดท้ายของ ณรงค์ จารุจินดา เผยความประทับใจที่มีต่อผู้กำกับดัง

9.09.25 | 22:38 น.

‘เด่นคุณ’ พระเอกเรื่องสุดท้ายของ ‘ณรงค์ จารุจินดา’ เผยความประทับใจที่มีต่อผู้กำกับดัง

พระเอกหนุ่ม เด่นคุณ งามเนตร เดินทางมาร่วมงานสวดพระอภิธรรมคืนสุดท้ายของ เล็ก-ณรงค์ จารุจินดา ผู้กำกับชื่อดัง สามีของผู้จัดละครชื่อดัง กอบสุข จารุจินดา และเป็นพี่ชายของนักแสดงอาวุโส ดวงดาว จารุจินดา ซึ่งเสียชีวิตอย่างสงบในวัย 75 ปี ด้วยโรคประจำตัวที่รักษามานาน

โดยก่อนจะมีการประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมในเวลา 18.30 น. พระเอกหนุ่มได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงการได้ร่วมงานกับผู้กำกับผู้ล่วงลับในละคร “เจ้าสาวบ้านไร่” ผลงานการกำกับเรื่องสุดท้ายของเล็ก ณรงค์ ว่า

“ความประทับใจที่มีต่อลุงเล็ก เป็นความประทับใจที่ดีมากๆ ทั้งความรู้ ทั้งความรัทุกอย่าง แล้วก็ประทับใจหลายๆ อย่างในลุงเล็กด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ท่านมากำกับโดยที่ยังป่วยอยู่ เข้าออกโรงพยาบาล ระหว่างถ่ายทำตลอดเวลา ก็ดีใจครับที่เกิดมาในชีวิตนี้มีโอกาสได้เจอคนที่ทำให้เรารู้สึกพลังงานที่ดี มีไฟในการทำงาน และก็ได้รับความรักจากท่านมามากโขเลย”

“ผมร่วมงานกับลุงเล็กเรื่องเดียว เป็นเรื่องสุดท้ายของลุงเล็ก วิธีการกำกับของลุงค่อนข้างที่จะยืดหยุ่น สถานการณ์เป็นยังไงเขาก็จะกำกับแบบนั้น ไม่ได้ดุไม่ได้ใจดีเกินไป ทุกอย่างอยู่ในความพอดี แล้วก็ความน่ารัก ความใจดีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น ก็มองได้ง่ายๆ คือ ทีมงานและนักแสดงแทบทุกคนจะรักท่านราวกับเป็นพ่อคนหนึ่งเลย ก็ไม่ได้มีวิธีอะไรที่แตกต่างแต่ว่าใช้คำว่าให้ความอบอุ่นดีกว่า บางทีท่านก็ให้วิธีคิดต่างๆ ในการทำงาน ในการถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสัมผัส การใช้ภาษากาย ท่านก็เคยบอกเคยอะไรทุกเรื่อง ก็คือดูทุกอย่าง องค์ประกอบรวมของละครเรื่องนั้น”

Advertisement

“ส่วนเรื่องอาการป่วยของลุงเล็กจริงๆ ก็ทราบเมื่อประมาณกลางเรื่องแล้ว เพราะว่าตอนนั้นมีการเบรกกอง เพราะว่าลุงเล็กเข้าโรงพยาบาลแล้วก็ได้ทราบโรคที่ท่านเป็น ก็แอบตกใจอยู่เหมือนกัน แต่ผมก็มองดูท่านแล้วท่านดูมีความสุขกับการที่ได้มากองถ่ายมากกว่าที่จะพักผ่อนกับอาการป่วยอยู่บ้าน มันก็ทำให้เราเห็นว่าชีวิตเกิดมาทั้งชีวิตมันก็ต้องใช้ และท่านก็ได้ใช้มันในสิ่งที่ท่านรัก ก็ถือว่าเป็นอะไรที่เพอร์เฟคครับ”

แสดงว่าก่อนที่ท่านเข้าโรงพยาบาลท่านก็เหมือนใช้ชีวิตปกติมากองเป็นผู้กำกับโดยที่ไม่ได้มีอาการป่วยอะไรเลย?
“ไม่มีการแสดงออกในการป่วยให้เห็นเลย มีแต่บอกว่าวันนี้เบรกกองนะท่านต้องเข้าโรงพยาบาล คิวนี้ไม่มีถ่ายนะ แล้วก็มีแค่อากอบสุขจะเป็นห่วงบ่อยๆ ครั้งก็จะมาเฝ้าที่กองตลอด”

ตอนเราทราบว่าท่านป่วยเราตกใจมากแค่ไหน?
“จากรอยยิ้มของท่านแล้วผมไม่ตกใจเลย ผมมองว่านั่นคือการใช้ชีวิตของท่าน นั่นคือความสุขของท่าน ผมมองว่าเอ็นจอยครับลุงเล็ก แต่ผมก็จะกวนประสาทของผมเหมือนเดิม ผมจะไม่มาประคับประคองหรือทำให้ท่านแบบอะไรปลอมๆ ผมก็เป็นตัวของผมเองเลย ท่านเอ็นจอย เพราะผมเป็นคนชอบทักทายท่าน (ยักคิ้ว) ท่านก็จะแบบ ตีคิ้วกลับ แบบไอ้นี่มันกวนประสาทเวลาทักมันชอบยักคิวใส่ก่อนอะไรอย่างนี้”

หลังจากที่ท่านออกจากโรงพยาบาลแล้วเป็นไงบ้างกับการกำกับ ?
“คือท่านอยากให้ผมดูแลภาพลักษณ์ตัวเอง ไม่อยากให้เล่นมากเกินไป ไม่อยากให้พูดอะไรแบบตลกๆ ออกสื่อ ซึ่งเราเป็นตัวของตัวเอง ท่านหวังดีกับผมเยอะมาก ท่านอยากให้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานตรงนี้ แต่ด้วยตัวผมเป็นตัวของตัวเอง ผมก็จะไม่ค่อยได้คีพลุคอะไรมากมาย ก็คีพลุคบ้างแหละในฐานะที่เราทำงานตรงนี้ ( รู้สึกยังไงบ้างที่ท่านมองเห็นเราเป็นดาราดัง ต้องคีพลุค?) ก็ไม่แปลกครับ หล่อขนาดนี้”

เขาบอกว่าเด่นคุณดื้อมากเลยกับลุงเล็กจริงไหม?
“ก็จริงครับ ก็ดื้อแต่ว่าก็ดื้อในกรอบ หมายถึงถ้าสมมุติว่าในกรอบตรงนั้นในการทำงานผมไม่เล่นนะ สมมติถ่ายอยู่ 5432 หรือก่อนถ่ายผมไปรอหน้าเซ็ตกับลุงเล็ก ผมรอหน้าเซ็ตก่อนถ่ายตลอด ผมไม่ให้ใครมารอผมเวลาที่ถ่ายกับลุงเล็ก เพราะว่ามันจะค่อนข้างกลางแดด กลางแจ้ง แล้วถ้าสมมุติว่าผมไม่ยืนไปรอก่อนก็จะไม่มีใครตามมา นั่นหมายความว่าผมต้องไปรอหน้าเซ็ต ไม่ว่าจะแดดร้อน ผมไปรอแต่ว่าหลังจากที่ไม่มีถ่ายผมก็จะดื้อตามประสา.เลิกกองนั่งเล่นกับทีมงาน แต่ในระหว่างการถ่ายทำ ก่อนเข้าทีแรกผมก็อาจจะมีดื้อบ้าง แต่ถ้าสมมุติว่าเริ่มเข้าซีนแล้วผมจะไม่มีการเล่นละ จะเป็นเรื่องของความเงียบมากกว่า แล้วท่านก็จะคอยเป็นห่วงว่า เฮ้ย ทำไม เด่นเงียบแปลกๆ อะไรอย่างนี้”

อย่างเขาบอกให้เราคีพลุค แล้วเราบอกกับลุงไปว่ายังไง?
“ก็ไม่ได้พูดอะไร จำไม่ค่อยได้แล้ว แต่ท่านไม่ค่อยอยากให้ผมพูดเล่นอะไรออกสื่อ อยากให้ดูคีพลุคอะไรนิดนึง แต่ไม่ได้ถึงกับคีพลุคมากจนขนาดนั้น ซึ่งทุกวันนี้ผมก็เป็นไปในทางที่ลุงเล็กฝากฝังไว้

“ผมว่าผมคงซึมซับท่านแหละ เพราะว่าเห็นผมในสื่อเมื่อก่อนผมเล่นอย่างเดียวเลย ท่านก็คงอยากให้ผมคีพลุคมากขึ้น เหมือนเวลาที่พูดอะไรที่เป็นงานเป็นการ มันก็จะเป็นงานเป็นการมากขึ้น ท่านก็สบายใจได้แล้วนะครับ ไม่สัญญา แต่ว่าก็จะทำให้ดีที่สุดครับผม”

หลังจากกลับมาจากโรงพยาบาล ลุงเล็กแสดงอาการอะไรไหม?
“ปกติครับ ผมก็ไปสวัสดีปีใหม่ งานสวัสดีปีใหม่ที่เขาจัดก็ไปปกติ ท่านก็ยังดูดี ถ้าสมมุติว่าคิดว่าอาการป่วยจะหนัก เพราะว่าจริงๆ ตั้งนานแล้วท่านยังยืนมาได้ถึงทุกวันนี้ คือนานมากเลยนะ ถือว่าเก่งมากเลย คงมีความสุขแหละได้กำกับด้วยเรื่องสุดท้าย”

พูดถึงรอยยิ้มของลุงเล็กที่เรายังจำได้ พอพูดปุ๊บแล้วก็จะยิ้มตามกับภาพจำ?
“หน้าแกจะท้อเวลาเห็นผม แบบเวลาผมเล่นไม่ได้หรืออะไรอย่างนี้ในฉาก ผมก็จะคิดถึงท่าน รอยยิ้มของท่านก็จะประมาณนี้แหละ แล้วก็ตลกผม แล้วผมก็จะเล่นมุกไม่ฮาให้ท่าน เหมือนยิ้มแห้ง”

มีอะไรอยากบอกลุงเล็กไหม?
“ขอให้ลุงเล็กอยู่ในที่ๆ มีความสุขที่สุด ที่ๆดีที่สุด ไม่ต้องห่วงใครเลย ผมคงไม่บอกว่าไม่ต้องห่วงผมหรอก ผมคงสำคัญกับท่านแหละท่านก็รู้ แต่ว่าไม่อยากให้ท่านห่วงอะไรเลย ก็ไปในที่ๆ สบายที่ๆ ท่านชอบ ท่านคงได้ไปเกิดที่ภพภูมิที่ดีอยู่แล้วแหละ เพราะว่าเป็นคนดีขนาดนี้ยังไงก็ภพภูมิที่ดีอยู่แล้ว ก็ขอให้ไม่ต้องห่วงอะไรหรอก ลุงเล็กสบายๆ”