เต๋อ ฉันทวิชช์ รับกังวล ซาแซงตาม ‘ใหม่ ดาวิกา’ ถึงหน้าบ้าน ทำกระทบจิตใจหนัก จนต้องจ้างการ์ดคุ้มกัน
จากกรณีนางเอกสาวใหม่ ดาวิกา คู่หมั้นของพระเอกหนุ่ม เต๋อ ฉันทวิชช์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทาง X ว่าถูกบุคคลปริศนาขับรถสะกดรอยตามไปยังสถานที่ต่างๆ และคุกคามถึงหน้าบ้าน รวมทั้งบุกไปถึงกองถ่าย ทำให้เจ้าตัวเครียด หวาดกลัวและรู้สึกไม่ปลอดภัย จนต้องแจ้งความดำเนินคดี พร้อมขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว


ล่าสุดหนุ่มเต๋อมาร่วมงานเปรี้ยวปาก Festival 2025 ณ ลาน M GRAND HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ก็ได้เปิดใจถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมอัพเดตสภาพจิตใจใหม่ ดาวิกา
“สำหรับเรื่องน้องใหม่ที่โดนซาแซงตามถึงบ้าน คือคนนี้เหมือนคนที่เคยตามไปกองถ่ายมาแล้วประมาณ 2-3 ครั้ง ผมจำได้คุ้นๆ ว่ารถประมาณสีนี้ พอผมขับรถออกจากบ้านน้องใหม่ ผมก็เจอรถประมาณนี้จอดอยู่ เรากำลังจะออกไปทำงาน ก็เลยโทรเช็กว่าใช่คันนี้ไหม ซึ่งมันก็ใช่จริงๆ เราเลยรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยแล้ว เพราะเขาเข้ามาอยู่ในละแวกบ้านเราขนาดนี้ ก็เลยเรียกตำรวจเข้ามาดู แต่พอมาถึง เขาก็ไปแล้ว”

ถึงขั้นไหน?
“คือเขามาจอดอยู่เฉยๆ แถวบ้าน และมีคนอยู่ในรถ เพราะตอนผมขับรถออกไป ผมก็ไม่แน่ใจว่าเขาขับตามผมไปด้วยหรือเปล่า เขาอาจจะเข้าใจว่าน้องใหม่ไปกับผมหรือเปล่า แต่ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่กองถ่าย เขาก็เคยเดินลงมาในกองแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าหลังๆ เริ่มอุกอาจเหมือนกัน แล้วคนนั้นเป็นผู้ชาย คือเรามีชื่อเขาและมีหน้าเขาแล้ว
เช็กข้อมูลเขาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?
“คือมันมีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมได้เห็นหน้าเขา ตอนเขาไปที่กองถ่าย มันมีเหตุการณ์คล้ายๆ เฉี่ยวชน แต่ไม่ได้เฉี่ยวชนกับใครนะ เหมือนเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อย ก็เลยทำให้ผมได้เห็นหน้าและได้เจอเขา และเห็นบัตรประชาชนเขา ก็เลยได้รู้ทั้งชื่อและหน้า ส่วนเรื่องอุบัติเหตุ ผมคิดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่เรื่องตามนี่ตั้งใจแน่นอน เพราะว่าที่เราไปถ่ายทำมันคือต่างจังหวัดเลย ก็หมายความว่าเขาต้องตามตั้งแต่กรุงเทพฯ ไป ก็เลยรู้สึกว่าเริ่มกลัวแล้ว”

ระยะเวลาที่ตามมันนานไหม?
“ก็น่าจะประมาณ 2-3 เดือนแล้วครับ ก็เลยคิดว่าถ้าเจออีกทีคงต้องดำเนินการแล้ว ซึ่งตอนนี้เราก็ดำเนินการเล็กน้อยไปแล้ว ก็คือบอกตำรวจไปแล้วว่าเขาใช้รถประมาณนี้ ส่วนใหญ่เขาตามน้องใหม่เป็นหลัก แต่บางครั้งน้องใหม่ก็นั่งรถไปกับผม เขาก็เลยตามผมด้วย
ใหม่ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
“เขาก็ไม่สบายใจ มันเลยกลายเป็นความรู้สึกว่า สมมติว่าอยู่กับแฟนคลับ สักพักก็จะเหมือนเห็นคนคล้ายๆ เขาเข้ามา ก็เลยเกิดความรู้สึกไม่สะดวกใจ มันเลยเหมือนเป็นโมเมนต์ที่คนควรจะมีความสุขแต่กลับถูกขัดจังหวะไป มันเลยกระทบกระเทือนสภาพจิตใจในการใช้ชีวิต ก็เลยรู้สึกว่าต้องหยุดได้แล้ว ซึ่งใหม่ก็กลัวเรื่องการประชิดตัว เพราะเขาอาจจะมาเดินปะปนกับคนอื่นได้ ด้วยความที่เราทำงานแบบนี้ เราก็ต้องเจอผู้คนเยอะอยู่แล้ว ต้องออกไปเจอไปทำงาน ซึ่งฟางเส้นสุดท้าย เขาก็มาแถวบ้านนี่แหละ ก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้วแบบนี้ ครั้งนี้มันใกล้ที่สุด เพราะปกติจะเจอตามงาน แต่พอครั้งนี้มาในพื้นที่ส่วนตัวมากๆ ก็รู้สึกอันตราย

“คือผมรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ ณ ปัจจุบันนี้มันผิด ดังนั้นเป้าหมายของผมกับน้องใหม่คืออันเดียวกัน อยากให้เขาหยุดทำแบบนี้ อยากให้เขารับรู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันไม่ถูกต้อง เพราะถ้าเขายังคงตามมาอยู่เรื่อยๆ โดยที่คิดว่าทำยังไงให้เขารู้ มันก็ไม่ใช่แล้ว คือมันต้องมีระยะห่าง มันต้องมีมาตรการบางอย่าง แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เจอเขาเลยครับ หลังจากที่แจ้งความมา เขาก็หายไปแล้ว แต่เราก็ยังไว้วางใจไม่ได้ เขาอาจจะเปลี่ยนรถก็ได้ คือมันก็นอยด์นะ บางทีกลับเข้าบ้านไปเห็นรถบางคันจอดอยู่ ผมถึงขั้นขับไปดูเลยว่าคันนั้นมีคนอยู่ในรถไหม ใช่หรือเปล่า หลังๆ คือมันเริ่มกระทบกระเทือนสภาพจิตใจ
สาเหตุที่จ้างการ์ดมาก็เนื่องจากเหตุการณ์นี้ด้วย เวลาไปงานเราคิดว่าความปลอดภัยก็สำคัญ ซึ่งการจ้างการ์ดมันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเราไม่รู้ว่าพอเราดำเนินการแบบนี้ ตำรวจติดต่อไปทางเขาแล้ว หรืออะไรก็ตาม เขาอาจจะรู้สึกว่าต้องคุกคาม มากขึ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทางนั้นก็ต้องมี การ์ด เพื่อเตรียมตัวไว้ คือมันรุนแรงมากนะที่มาอยู่หน้าบ้านเนี่ย ละเมิดสิทธิ์อย่างรุนแรงเลย ตอนนี้ก็จะมีตำรวจแวะเข้ามาตรวจอยู่เรื่อยๆ ซึ่งแถวนั้นมันก็มีกล้องอยู่แล้วครับ แต่เขาจอดอยู่ในจุดที่กล้องเห็นไม่ชัดมาก”

มีการปลอบใจน้องใหม่ยังไงบ้าง?
“คือพื้นฐานเขาเป็นคนเข้มแข็งอยู่แล้ว แต่เราก็มาเป็นกำลังใจให้เขา สิ่งนี้มันไม่ใช่ความผิดของเราหรือของใคร มันเป็นสิ่งที่มารบกวนจิตใจ ก็ต้องทำใจให้สบาย สุดท้ายก็ต้องแก้ปัญหาตรงนี้ไปให้ได้ ก็ฝากถึงคนที่ตามน้องใหม่ จริงๆ มันก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับใครเลย ถ้าสมมติว่าคาดหวังว่าอยากเจอหน้าอยากรู้จัก มันมีวิธีการอื่นๆ อีกมากมาย ที่ไม่ต้องเป็นแบบนี้ พอเป็นแบบนี้ก็จะรู้สึกไม่ดี เราก็อยากให้เขารู้ว่าสิ่งที่ทำมันคือการคุกคาม ถ้าหลังจากนี้ยังมีอีกหรือมีอะไรที่ใกล้เคียงแบบนี้อีก ก็อาจจะต้องดำเนินการในขั้นตอนต่อไปที่รุนแรงขึ้น”

