มัม ลาโคนิคส์ เปิดใจเคยกลัวจนหนีหมอ ก่อนป่วยหนักเกือบเอาชีวิตไม่รอด ลั่นจากนี้จะดูแลตัวเองให้ดี

23.09.25 | 23:05 น.

มัม ลาโคนิคส์ เปิดใจเคยกลัวจนหนีหมอ ก่อนป่วยหนักเกือบเอาชีวิตไม่รอด ลั่นจากนี้จะดูแลตัวเองให้ดี

หลังจากป่วยหนักจนต้องเข้ารับการฟอกไตและเผชิญภาวะวิกฤต ล่าสุด “มัม ลาโคนิคส์” ได้กลับมาปรากฏตัวต่อหน้าสื่ออีกครั้ง ในงานประกาศรางวัล “Y Entertain Awards 2025 presented by JisuLife ณ True ICON Hall ICONSIAM

พร้อมเผยถึงสภาพร่างกายที่ฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกซาบซึ้งใจกับกำลังใจท่วมท้นจากเพื่อนๆ และแฟนคลับที่ช่วยกันจัดคอนเสิร์ตระดมทุนช่วยเหลือ โดยบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนถึงสาเหตุที่เคยปฏิเสธการรักษาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจากนี้ไปจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนทุกความรักและความห่วงใยที่ได้รับมา

“ตอนนี้ดีขึ้นมาก เพราะว่าได้รับทำการฟอกไตแล้ว ของเสียในร่างกายก็ถูกถ่ายออกไป ตอนนี้ดีขึ้นและแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้แข็งแรงเกือบเต็ม 100 ”

Advertisement

กำลังใจเยอะไหม?
“งงมาก เซอร์ไพรส์มากกับทุกกำลังใจ จากเพื่อนและเอฟซีที่ช่วยกันจัดคอนเสิร์ตให้ หลังจากฟื้นตัวออกมาจากไอซียูก็งงมาก นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีคนเป็นห่วงเรา รักเรา และคิดถึงเราขนาดนี้”

ตอนนี้ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษไหม?
“สิ่งที่ดูแลเป็นพิเศษคือต้องไปฟอกไตเป็นประจำ ไปอาทิตย์ละสองครั้ง ทุกวันอังคารกับวันศุกร์ ครั้งละ 4 ชั่วโมง ถ้าไม่ได้ฟอก คงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้”

ย้อนกลับไปตอนป่วยทำไมเราถึงไม่เข้ารับการรักษา?
“พี่กลัว พอรู้ว่าเป็นโรคไตหมอที่ศิริราชเขาบอกต้องฟอกไตนะ เราร้องไห้เลย เพราะคิดว่าการฟอกไตเป็นสิ่งน่ากลัว กลัวว่าจะกลับมาร้องเพลงไม่ได้ก็เลยหนี หนีจากศิริราชมารักษาตัวเอง ด้วยการคุมอาหาร พยายามทำแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จนกระทั่งถึงวันที่พี่ไตวาย หายใจไม่ออก น้ำท่วมปอด ตอนนั้นเลยตัดสินใจโทรหาเพื่อน เพื่อนเลยเรียกรถกู้ภัยมารับ”

ตอมรักษาค่อนข้างนาน ใช้ชีวิตยังไง?
“พี่เจ็บและปวด ร่างกายอักเสบมาก แต่พี่ไม่บอกใคร เก็บไว้คนเดียว จนกว่าจะทนไม่ได้ แล้ววันนั้นก็มาถึงวันที่พี่ทนไม่ได้จริงๆ คือน้ำท่วมปอดหายใจไม่ออก ตอนนั้นพี่ไม่ได้บอกใครเลย ไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตดี พี่เคยคิดว่าจะเป็นอะไรก็เป็นเลย แต่พอถึงวันนั้นจริงๆ พี่ก็โทรหาเพื่อน พอถึงเวลาจะไปแต่พี่ไม่อยากไป ก่อนไปถึงโรงพยาบาลพี่ช็อกไปก่อนแล้ว พี่สะใภ้มาเล่าว่าหมอบอกวิกฤตมาก ห้าสิบๆ หมอจะเจาะคอ พี่ชายพี่ไม่ให้เจาะ กลัวว่าพี่มัมจะร้องเพลงไม่ได้ ก็เลยไม่ได้เจาะ หมอบอกถ้าไม่ได้เจาะอาจจะช็อกนะ ก็เลยวัดกัน พี่ตื่นมาอีกทีก็เครื่องช่วยหายใจแล้ว พูดไม่ได้ ตอนพี่หลับไปพี่รู้สึกเคลิ้มมีความสุขมาก”

คิดไหมว่าตอนเราหมดสติไป เราจะฟื้นกลับมาไหม?
“พี่คิดว่าโอกาสเสียเยอะ ตอนหลับไปไม่รู้ว่าหลับจริงๆ หรือหมดสติไป ตอนนั้นวิกฤติมาก แล้วก็มาตรวจเจอไวรัสตับอักเสบซีอีก ที่ต้องรักษาต่อไป แล้วก็ระบบโรคหัวใจผิดปกติ อาจจะต้องมีการทำบอลลูนในอนาคตต่อไป ต้องตรวจดูด้วยว่าเส้นเลือดหัวใจตีบหรือเปล่า เพราะพี่เคยเป็นสโตรกมาก่อน“

บอกตัวเองยังไงบ้าง?
”ที่พี่ได้กลับมาทุกวันนี้ต้องขอบคุณกำลังใจจากทุกฝ่าย จากเอฟซีจากเพื่อนพี่น้องในวงการที่ช่วยเหลือ ขอบคุณมากเลย บอกตัวเองไว้ว่าตอนนี้เราได้ชีวิตใหม่แล้ว เราได้เกิดใหม่ ได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ถ้าครั้งนี้ไม่รักตัวเองก็จะไม่มีใครรักตัวเราเท่าเราอีกแล้ว สิ่งที่คิดไว้คือต้องรักตัวเองให้มาก จะไม่ดื้อกับหมออีกแล้ว“

เสียงกลับมา 100% ไหม?
”กลับมา 70% ยังไม่เต็ม 100 (กลับมาครั้งนี้สดใสขึ้น?) ใช่ เพราะของเสียมันออกไป“

เพื่อนๆ ว่ายังไงบ้าง?
”เพื่อนดีใจมากที่กลับมาได้ เพื่อนให้กำลังใจมาก ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอเพื่อนสมัยเรียน เพื่อนทุกคนมาเยี่ยมหมดเลย ทุกคนเป็นห่วงและตกใจมาก กับข่าวที่ได้รับมา เพื่อนบอกให้เลิกดื้อ เพื่อนๆ รักทุกคนนะ ไม่รู้จะขอบคุณยังไง ที่พี่ตุ๊กจะคอนเสิร์ตให้ รู้จะตอบแทนยังไง ทุกคนที่ช่วยระดมทุนมาในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ได้มาร่วมล้าน พี่ตุ๊กบอกว่าแกขอบคุณได้ แต่ไม่ต้องตอบแทนฉันหรอก ถึงเวลาฉันบ้างฉันให้แกช่วยแล้วกัน“

ให้สัญญาเพื่อนว่ายังไงบ้างแล้วกลับมาแล้ว?
”ตัวมัมเอง รู้แล้วถึงความเป็นห่วงเป็นใย ของพี่น้องในวงการ มัมสัญญาว่าจะรักและดูแลตัวเอง ชีวิตนี้คาดว่าจะเกิดได้ครั้งเดียว และครั้งสุดท้ายแล้วกันที่เป็นแบบนี้ จะดูแลตัวเอง จะฟอกไต จะไปหาหมอตามนัด เพื่อความอยู่รอดของชีวิตของเราเอง และอนาคตของเรา”